ข่าว

"หมอธีระ" ชี้ การนำเข้าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว มีความเสี่ยงสูง ได้ไม่คุ้มเสีย

"หมอธีระ" ชี้ การนำเข้าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว มีความเสี่ยงสูง ได้ไม่คุ้มเสีย

25 มิ.ย. 2563

"หมอธีระ" ชี้ การนำเข้าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว มีความเสี่ยงสูง ได้ไม่คุ้มเสีย

25 มิถุนายน 2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า "Risk taking for loss" และ "Risk avoidance for profit" คือสัจธรรมที่เราเห็นในสังคม
ยามที่มนุษย์ตกที่นั่งลำบาก หรือกำลังสูญเสีย...จะยอมเสี่ยงทำทุกทางเพื่อให้รอด 
ยามที่มนุษย์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กำไร ได้ประโยชน์ หรือปลอดภัย...จะไม่ยอมตัดสินใจกระทำการเสี่ยงใดๆ ที่จะทำให้แย่ลง
ณ เวลานี้ ในสังคมไทย มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยว และผู้ป่วยต่างชาติเข้ามา เพื่อหวังหาเงินเข้าประเทศ
การชงมาตรการลักษณะนี้ ชี้ให้เห็นว่า คนหรือกลุ่มคนที่ชงเรื่องนี้ ยอมกระทำการเสี่ยง เพราะเหตุผลบางอย่างที่ตนเองหรือกลุ่มของตนเองกำลังตกที่นั่งลำบากหรือกำลังสูญเสีย
มิได้มองว่าการระบาดของโรคในไทยนั้นควบคุมได้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้วจะคิดว่าต้องไม่ยอมกระทำการเสี่ยงใดๆ ที่จะทำให้แย่ลง
แปลตรงๆ คือ มองประโยชน์ส่วนตนหรือกลุ่มของตนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนในสังคมเป็นตัวตั้ง
การที่กล่าวเช่นนี้เพราะหากมองประโยชน์ของทุกคนในสังคมเป็นตัวตั้งแล้ว จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น
ความเสี่ยงในการนำเข้าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวและมาในลักษณะ medical and wellness tourism นั้นสูงมากเกินกว่าเงินที่ประเทศจะได้รับ ได้ไม่คุ้มเสีย
ยืนยันได้จาก

หนึ่ง สถานการณ์การระบาดของโรคโควิดยังรุนแรง กระจายทั่วโลก ใกล้สิบล้านเต็มที ติดเชื้อวันละกว่า 170,000 คน และหลายต่อหลายประเทศเคยคุมได้ก็กลับมาระบาดรุนแรงระลอกสอง
สอง ค่าใช้จ่ายที่จะต้องดูแลรักษาพยาบาลโรคโควิด รวมถึงการควบคุมป้องกันโรคเวลาเกิดหลุดแพร่กระจายในสังคม นั้นมากมายเกินกว่ารายได้ที่ได้จากการรับนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยต่างชาติแต่ละคนเข้ามา และเป็นรายจ่ายที่ทุกคนในสังคมต้องแบกรับภาระโดยตรง ในขณะที่เงินรายได้จากการรับนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยต่างชาติเข้ามานั้นกลับตรงไปที่กระเป๋าของคนหรือกลุ่มคน มีเพียงส่วนน้อยที่จะกลับมาสู่สังคมในรูปแบบภาษีให้รัฐ
สาม ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดซ้ำ หากเกิดเคสหลุดรอด มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากระบบการติดตามผู้สัมผัสหรือต้องสงสัยนั้นยังมีช่องโหว่มาก จากการที่เห็นอัตราการใช้แอพไทยชนะ หรือการบันทึกการใช้บริการที่ต่างๆ ที่ยังไม่ครบถ้วน หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา โอกาสติดตามได้ครบแทบเป็นไปไม่ได้ และระบบการตรวจคัดกรองโรคที่มีอยู่นั้น ศักยภาพการตรวจอาจมีจำกัด จำนวนการตรวจต่อวันนั้นยังน้อยมากหากเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ สอดคล้องกับผลการวิจัยของต่างประเทศที่ชี้ให้เห็นว่า หากระบบติดตามไม่สมบูรณ์ และระบบการตรวจคัดกรองมีศักยภาพจำกัด โอกาสระบาดซ้ำจะสูงมาก หากมีเคสติดเชื้อหลุดเข้ามาในสังคม
คำถามที่ต้องโยนกลับไปยังศบค. และหน่วยงานความมั่นคงคือ 

 

1. จะเลือกมองแบบใด ระหว่าง Risk taking for loss กับ Risk avoidance for profit... 
ท่านจะมองว่าเราปลอดภัย ควบคุมได้ ดังนั้นไม่เสี่ยงจะดีกว่า...
หรือท่านจะยอมตัดสินใจเสี่ยง เพื่อหวังจะช่วยใครสักคนสักกลุ่มให้ได้ประโยชน์ เพื่อเค้าจะได้อยู่รอด ในขณะที่ประโยชน์ต่อคนหมู่มากในสังคมไทยนั้นคลุมเครือ แต่ความเสี่ยงต่อทุกคนนั้นมีแน่ๆ 
2. มันยุติธรรมหรือ? ที่สังคมไทยไม่มีสิทธิรับรู้เลยว่า ใครหน้าไหนที่เป็นคนชงมาตรการเสี่ยงมาให้วงอำนาจพิจารณา ทั้งๆ ที่มาตรการนั้นเกิดประโยชน์ต่อคนหรือกลุ่มคนที่ชง แต่จะเกิดความเสี่ยงต่อคนทั้งประเทศ
ในมุมมองของผม สิ่งที่ท่านควรทำคือ ชี้แจงให้สังคมได้ทราบว่าใครเป็นคนเสนอมาตรการ และโปรดพิจารณาให้ดีว่า เกมส์โรคระบาดที่รุนแรงทั่วโลก ไม่มียา ไม่มีวัคซีน มีแต่การ์ดสองแขนของเราแต่ละคนนั้น จะสู้แบบยอมเปิดคางให้ไวรัสมาน็อค หรือจะตั้งการ์ดให้เข้มแข็ง ระหว่างที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาอาวุธต่อสู้กับเชื้อโรคให้สำเร็จ
อยากให้คิดดีๆ คิดลึกๆ อดทน อดกลั้น อดออม
รู้จักพอเพียง รักษาประเทศให้อยู่รอดปลอดภัย ยืนบนขาของตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ
ยึดมั่น ดำรงตน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ไม่ใช่อิงทุนนิยม
ประเทศไทยต้องทำได้ครับ...
เอาใจช่วยทุกคน...

"หมอธีระ" ชี้ การนำเข้าชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว มีความเสี่ยงสูง ได้ไม่คุ้มเสีย

CR..Thira Woratanarat