
ผบก.ประจวบฯสั่งตั้งทีมพนักงานสอบสวนสางคดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดโกง 33.9 ล้าน
ผบก.ประจวบฯสั่งตั้งทีมพนักงานสอบสวนสางคดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดโกง 33.9 ล้าน
วันที่ 23 มิถุนายน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร ( ผบก.ภ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน พร้อมเป็นประธานการประชุมด่วนภายในวันนี้ เพื่อคลี่คลายคดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยักเงินงบประมาณ 33.9 ล้านบาท หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดมอบอำนาจให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมาให้ดำเนินคดีนางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการการเงินและบัญชีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม หลังมีการตรวจสอบมีการยักยอกเงินงบประมาณของทางราชการรวม 33.9 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีมารดา และอ้างว่านำเงินบางส่วนไปเล่นการพนันออนไลน์ โดยศาลได้คัดค้านการประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังที่เรือนจำผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน ถึง วันที่ 3 กรกฎาคม 2563
พล.ต.ต.สุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางในการคลี่คลายคดีจะต้องติดตามเส้นทางการเงินที่มีการโอนผ่านทุกบัญชี และตรวจสอบการเชื่อมโยงถึงตัวบุคคล เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบพยานบุคคลแล้ว 5 ราย และหากคดีมีความซับซ้อนจะใช้ทีมพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ นอกจากนั้นจะตรวจสอบว่า มีบุคคลใดในหน่วยงานต้นสังกัดมีความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้มีการทุจริตหรือไม่ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ขณะที่ผู้ต้องหาเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352,265และ 268 หลังจากพบว่ามีการทุจริตจากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอีเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS ให้นำไปสร้างข้อมูลหลักฐานเท็จต่อเนื่องนาน 1 ปี พบว่ามีการกระทำความผิดรวม 53 ครั้ง ที่สำคัญคดีนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าลูกจ้างชั่วคราวจะกระทำการทุจริตเงินจำนวนมากเพียงรายเดียว
ทั้งนี้ผู้ต้องรับสารภาพว่าได้โอนเงิน 33.9 ล้านบาท สั่งจ่ายจากบัญชีภัยแล้ง 23.2 ล้านบาท บัญชีงบแผนพัฒนาจังหวัดปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านบาท บัญชีเงินฝากคลัง 7.3 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธกส. สาขาประจวบคีรีขันธ์ ชื่อบัญชี นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม ซึ่งเป็นมารดา ผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอีเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS ให้นำไปสร้างข้อมูลหลักฐานเท็จ เพื่อความสะดวกในการเบิกจ่ายเงินเข้าบัญชี ขณะที่การเบิกจ่ายจากระบบคอมพิวเตอร์ภายในหน่วยงาน มีการใช้รหัสผ่านจากบัตรสมาร์ทการ์ดของหัวหน้าหน่วยงานรายหนึ่ง ที่มีอำนาจสั่งจ่าย แต่เสียบบัตรประจำตำแหน่งคาเครื่องไว้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังพบว่ามีการลงลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจในบัญชีเชคสั่งจ่ายไว้ล่วงหน้าโดยไม่กรอกตัวเลขจำนวนเงิน จากนั้นทิ้งเล่มเชคไว้ภายในหน่วยงาน
ภาพ/ข่าว พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์



