
คติครองใจสู้ภัยร้ายปีเสือดุ
เเว่วๆ มาว่าปีขาลหรือปีเสือตามนักษัตรไทยที่มาเยือนนี้เป็น "เสือไฟ" ที่ดุร้าย นำพาบ้านเมืองให้วุ่นวาย ได้ยินเเบบนี้คงต้องเตรียมหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจกันไว้ซะหน่อยเเล้ว ยกตัวอย่างโดยเซเลบของเราในวันนี้ที่จะมาร่วมบอกวิธีรับมือกับความดุร้ายด้วยไลฟ์สไตล์ด
เริ่มจาก รองผู้บริหารสาวจาก เคทีซี "ต้อย" กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง บอกเล่าถึงความคิดดีๆ ในการรับมือกับปัญหาว่า ในการดำเนินชีวิตในทุกๆ วันต้องมีสติในการกำกับจิตว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เเละต้องมองโลกในเเง่บวกอยู่เสมอ เพราะความสุขกับความทุกข์มักจะมาพร้อมกันอยู่ที่ตัวเราเองต้องกำกับชีวิตให้เป็นกลางมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกฎเเห่งกรรม ที่เจ้าตัวต้องหมั่นทำบุญ และปฏิบัติธรรมอยู่เสมอเพราะเชื่อว่าการปฏิบัติตนในปัจจุบันนี้ จะมีผลต่อตัวเราในอนาคตอย่างเเน่นอน
"บางทีความสุขไม่ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเรารู้จักมองโลกในเเง่ดี เเละประมาณตนว่าเรามีเท่านี้ก็พอใจเเล้ว ที่สำคัญต้องพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ให้ดีที่สุด เมื่อเวลาที่เกิดความผิดพลาดเเล้วมองกลับไปเราจะได้ไม่เสียใจภายหลัง เพราะเราทำดีที่สุดเเล้ว"
ด้าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ก็ขอนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติให้เป็นหลักกันภัยในปีเสือนี้
"นึกถึงสติเอาไว้สำคัญที่สุด เพราะถ้านึกถึงสติสมาธิก็มาปัญญาก็เกิด เมื่อมีสติเราก็จะดำเนินชีวิตอยู่ในศีลในธรรมเสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสกับประชาชนชาวไทยเสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้มีสติ นึกให้ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรเป็นกรงจักรและอะไรเป็นดอกบัวต้องแยกแยะให้ออก ถ้ารู้ตัวและมีสติทุกครั้งปัญหาที่วุ่นวายก็จะไม่เกิดขึ้น"
ส่วนในความคิดของนักการเมือง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยังมีเเนวคิดกำจัดปัญหาต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองในปีหน้า โดยให้ใช้ความคิดที่สร้างสรรค์เเละสร้างกำลังใจ มากกว่าการใช้โหราศาสตร์ในการเเก้ไขปัญหา
"อยากให้มองปัญหาต่างๆ ที่จะเข้ามาในเเง่บวก หมั่นสร้างเเรงบันดาลใจให้แก่ตัวเองเเละส่วนรวม โดยหากมีการคิดอย่างสร้างสรรค์ก็จะมีกำลังใจที่จะต่อสู้ให้ผ่านวิกฤติบ้านเมืองไปได้ โดยการร่วมกันทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ปัญหาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เเละต้องมองไปสู่อนาคตว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้เสมอ" อภิรักษ์กล่าว
เมื่อถามกับ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว. วชิรเมธี พระนักเทศน์ยุคใหม่ ที่ตอบปัญหาภาษาธรรมได้โดนใจคนทั้งประเทศ รวมถึงคำถามของปีเสือไฟนี้ ที่คำตอบสามารถเปลี่ยนชีวิตของใครหลายๆ คนให้ดีขึ้นภายในพริบตา
"ปีเสือก็ดี ช้าง ม้า วัว ควาย ก็ดี มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เป็นสมมติสัจจะ คือความจริงโดยสมมติ แต่มนุษย์เราสร้างสมมติขึ้นมาเเล้วเราก็ไปกลัวสมมติซะเอง เพราะฉะนั้นในเมื่อมันเป็นสมมติ สิ่งเหล่านี้มันจึงไม่มีผลจริงๆ กับชีวิตของเรา ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรอยู่ที่สมองเเละสองมือของเรา ตามหลักที่ว่าดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ถ้าเราเอาชีวิตของเราไปฝากไว้กับปีนักษัตรต่างๆ สิงสาราสัตว์เหล่านั้นก็ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเองให้ได้ก่อน เเต่ในความเป็นจริงปีนักษัตรเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นเสือ หมู ลิง หรือ กระต่ายก็ดี เอาตัวเองยังไม่รอดเลย จะเอาเวลาที่ไหนมาสร้างอิทธิพลให้แก่มนุษย์ เพราะฉะนั้นจงอย่าไปยึดติดกับตรงจุดๆ นั้น คนที่จะมาสร้างชีวิตของเราให้ดีที่สุดก็คือ ตัวของเราเอง พระพุทธเจ้าตรัสว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ หากหยัดยืนในหลักการนี้ ใครจะทำนายว่าปีนั้นจะชงกับปีนี้ไม่ต้องไปสนใจ สนใจเเต่ว่าเราจะดำรงชีวิตของเราด้วยเหตุด้วยผลด้วยสติปัญญาของเราอย่างไรดีกว่า" ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้แนะ
ท้ายสุดนี้ขอแถม "พลัง 4 ประการ" พรต้อนรับปีใหม่จากท่าน ว. วชิรเมธี ที่ฝากให้คนไทยทุกๆ คนได้นำมาเป็นเเนวทางปฏิบัติเพื่อลดปัญหาสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต พลังประการเเรกได้แก่ พลังปัญญา คือการลดความรู้สึกเเละใช้เหตุผลให้มากขึ้น พลังความเพียร ด้วยการลดการพึ่งคุณวิเศษ พ่อมดหมอผีให้น้อยลง แล้วพึ่งตนเองให้มากขึ้น พลังความสุจริต โดยต้องช่วยกันลดการทุจริต คอรัปชั่นลง เพิ่มความสุจริตโปร่งใสให้มากขึ้น เเละสุดท้าย พลังความสามัคคี คือลดการเห็นเเก่ตัวลงเเละเพิ่มการเห็นเเก่ส่วนรวมให้มากขึ้น
สรุปได้ว่า ตัวเครื่องช่วยหายใจในปีเสือนี้ก็คงไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิที่ไหน เเต่เห็นเป็นจิตใจของเรานั่นเอง เชื่อเหลือเกินว่าถ้าเราไม่เเคร์ซะอย่าง ไม่ว่าสิงสาราสัตว์ที่ไหน ก็ไม่อยากจะมาเเหยมกับเราให้เสียอารมณ์หรอกจ้า
เรื่อง / ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์



