
อภิสิทธิ์ปัดไม่เคยได้ยินพรรคร่วมรบ.ย้ายขั้ว
"นายกฯ"อ้างไม่เคยได้ยินพรรคร่วมย้ายขั้ว "ยัน"ข้อตกลงตั้งรัฐบาลไม่นิรโทษกรรม
(4ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีพรรคร่วมรัฐบาลออกมากดดันพรรคประชาธิปัตย์ให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่อง ระบบเขตเลือกตั้งและเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่า ยังไม่ได้คุยกันเป็นทางการ แต่สิ่งที่ได้สอบถามพรรคประชาธิปัตย์ คือพรรคเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นนี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งในวงกว้าง หรือเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในระดับของสังคม ฉะนั้นพรรคการเมืองก็น่าจะมีอิสระในการเสนอเรื่องนี้ได้โดยไม่กระทบกระเทือนในเรื่องของรัฐบาล ก็เลยเสนอไป เพียงแต่ตอนนี้พรรคร่วมต้องการคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เคยบอกว่าไม่เห็นด้วย พรรคก็มาพิจารณาดูเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมขู่ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมมือจะย้ายขั้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่มีเรื่องนี้ มีแต่เพียงเขาบอกว่าถ้าเรื่องนี้ไม่สามาถเดินได้ มันก็จะมีร่างซึ่งพรรคฝ่ายค้านเสนอเรื่องรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งบังเอิญมันเป็นเรื่องเขตเลือกตั้งที่เขาต้องการ เขาก็บอกว่าจะไปสนับสนุนตรงนั้นเท่านั้นเอง แต่ความเป็นจริงก็แปลกว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ดีทุกอย่างก็ต้องสนับสนุนการเลือกตั้งเขตละคน ถ้าเป็นเช่นนั้นคะแนนเสียงเขาก็พออยู่แล้วไม่ต้องมาใช้คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้
เมื่อถามว่า เรื่องระบบเขตเป็นเพราะพรรคร่วมเป็นพรรคเล็กหรือไม่ จึงต้องการแบบเขตเดียวเบอร์เดียว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ต้องถามเหตุผลทางพรรคที่เขาสนับสนุน จริง ๆ แล้วระบบเลือกตั้งมีทั้งข้อดีข้อเสียง ทั้งเขตเล็กเขตใหญ่ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พรรคก็พิจารณาได้เรื่องนี้ ส่วนจะได้ข้อสรุปในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อไหร่นั้น คิดว่าคงต้องได้ข้อสรุปก่อนเปิดสมัยประชุมสภา โดยอาจจะเป็นการหารือกันในการประชุมส.ส.พรรคตามปกติ ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯนัดแกนนำพรรคร่วมหารือในวันที่ 21 มกราคมนี้นั้น คงจะอยากให้ได้ข้อยุติก่อนเปิดสมัยประชุม ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องมีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องนี้
เมื่อถามว่า จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคร่วมขึ้นอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่ครับ เพราะที่ได้พูดคุยกันในชั้นนี้คือ เมื่อพรรคฝ่ายค้านไม่มาร่วมในกระบวนการที่คณะกรรมการสานฉันท์เสนอ เรื่องรัฐธรรมนูญก็ควรจะเป็นเรื่องของสภาไป ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคร่วมออกมากดดันอย่างนี้ จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมถอยให้เรื่องเขตเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องเขตเลือกตั้ง ตนย้ำอีกครั้งว่า จริง ๆ แล้วในทุกพรรคจะมีความเห็นเป็นสองฝ่ายอยู่แล้ว ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีบางฝ่ายเคยสนับสนุนเขตเล็กเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่แล้วแต่จะมองว่าระบบไหนมีความเหมาะสม ฉะนั้นพรรคสามารถนำมาพิจารณาอีกครั้งก็ได้ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ส่วนจะต้องทำประขามติใน 2 ประเด็นนี้หรือไม่นั้น คิดว่าถ้าเฉพาะประเด็นเขตเลือกตั้ง ไม่คุ้มถ้าจะทำประชามติ
ต่อข้อถามที่ว่า แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์เองบอกว่า ต้องการฟังเสียงจากหลาย ๆ ฝ่ายก่อน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนถึงขั้นต้องทำประชามติ ถ้าทำประชามติต้องเอาประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนก่อนหน้านี้มา และเพื่อให้ไม่เป็นประเด็นปมปัญหาความขัดแย้งที่บุกลามออกไป ถ้าเป็นทั้ง 6 ประเด็น จึงจะควรทำประชามติ แต่ถ้าจะแก้เฉพาะระบบเลือกตั้ง ตนว่าไม่จำเป็นต้องทำประชามติ
เมื่อถามว่า แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสนับสนุนให้ทำประชามติก่อนแก้ ไม่เช่นนั้นจะออกมาเคลื่อนไหว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนมองว่ามันต้องคุยกันด้วยเหตุด้วยผล คือประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เช่น ประเด็นยุบพรรค เรื่องเพิ่มอำนาจส.ส. ซึ่งประชาชนอาจมองว่าเป็นปัญหา เป็นเรื่องเอื้อประโยขน์โดยตรง แต่ถ้าเรื่องระบบเลือกตั้ง ซึ่งทั่วโลกก็ใช้หลากหลายระบบ มันไม่ได้เป็นเรื่องเอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองโดยรวมอะไรทั้งสิ้น จึงเป็นที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสภาพิจารณาได้ ส่วนจะนัดพรรคร่วมหารือเพื่อได้ข้อสรุปกันเมื่อไหร่นั้น คงหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องนี้ แต่เป็นก่อนเปิดสมัยประชุม น่าจะให้ส.ส.ได้แสดงความคิดเห็นกันในสัปดาห์ถัดไป
เมื่อถามว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยออกมาพูดถึงขั้นว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เดินหน้าเรื่องนี้ จะย้ายขั้วไปรวมกับพรรคเพื่อไทย สะท้อนว่าระแวงกันเองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าหยุดยิ้มก่อนตอบว่า “ผมว่าคงเข้าใจกันผิดมั๊งครับ”
เมื่อถามย้ำว่า จะทำให้เกิดระแวงกันเองในพรรคร่วมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ผมไม่ทราบใครเข้าใจใครผิด ผู้พูด ผู้ฟัง ผู้เขียน อาจเข้าใจกันผิด ผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าถ้ามีการย้ายขั้วแล้วนายกฯจะยุบสภา ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ได้แต่ยืนหัวเราะเป็นเวลา 5 วินาทีโดยที่ไม่ตอบอะไร และผู้สื่อข่าวก็ถามต่ออีกว่ามันไม่ตรงกับเงื่อนไขที่นายกฯวางไว้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวไปหัวเราะไปว่า “ผมยังไม่คิดว่ามีการย้ายขั้วครับ และยังไม่ได้ยินใครบอกว่าย้ายขั้วครับ มีแต่พูดถึงว่าจะไปคุยกับฝ่ายค้านเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาครับ และจริงๆแล้วอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญที่มองตรงกันตอนนี้คือเป็นเรื่องของสภา”
เมื่อถามว่าเป็นเรื่องของการย้ายขั้วได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เขาไม่เรียกย้ายขั้วครับ”
เมื่อถามว่าต่อจากนี้ถ้าตามใจเรื่องรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะมีการขออีก นายกฯ ย้อนถามว่า “ตามใจเรื่องอะไรครับ ก็ไม่รู้ใครตามใจใครครับ ” ทั้งนี้ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงมาตลอด เดิมรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพ แต่ตอนนี้บอกว่ารัฐบาลจะไม่เป็นเจ้าภาพก็เป็นเรื่องของพรรคการเมือง
“ไม่รู้ใครตามใจใครผมก็ไม่ทราบ ก็เห็นเขาบอกกันว่าขัดใจกันอยู่ไม่ใช่หรือ ตกลงตามใจหรือขัดใจ”นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่านายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยทวงถึงสัญญาในการจัดตั้งรัฐบาลคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็นี่ไง มาตรา 190ก็เห็นด้วยกันแล้ว ก็เดินหน้า และตนก็เดินหน้ามาตลอด เพียงแต่ว่าตอนสัญญากันนั้นการแก้ไขต้องไม่ไปแก้ไขประเด็นที่มันมีความละเอียดอ่อนให้เกิดความขัดแย้ง
“ซึ่งรวมถึงการไม่นิรโทษกรรม เพราะฉะนั้นถ้าจะทวงสัญญากันก็ต้องบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับไหนที่มีลักษณะการนิรโทษกรรมก็ต้องไม่มีใครเข้าไปร่วมนะครับ”นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าเขารับปากหรือไม่ว่าถ้ามีการแก้ไขที่มีลักษณะการนิรโทษกรรมเขาจะไม่ร่วม นายกฯ กล่าวว่า “ก็เป็นสัญญากันไม่ใช่หรือครับ ซึ่งผมก็รักษาสัญญา และถ้ามีเรื่องนิรโทษฏรรมก็แสดงว่าเขาไม่รักษาสัญญา”
เมื่อถามย้ำว่าถ้าเขาไปโยงกับรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มีการนิรโทษกรรม นายกฯ กล่าวว่า นี่ไง ก็ต้องถามว่าตนก็บอกว่าจริง ๆ ที่เราคุยกันตอนตั้งรัฐบาลเราก็บอกว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เพื่อให้เป็นความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หลีกเลี่ยงประเด็นที่นำไปสู่ความขัดแย้ง และพูดกันชัดว่าเรื่องนิรโทษกรรมว่าไม่มีความคิดที่จะทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้คือข้อตกลง จะเรียกสัญญาหรือข้อตกลงตนก็เดินตามนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมเขาถึงเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องกดดัน นายกฯ กล่าวว่า เขาก็ยังยืนยันอยู่ว่าไม่เอาเรื่องนิรโทษกรรม แต่ตนไม่ทราบว่าเขาทราบหรือเปล่าว่าที่พรรคเพื่อไทยอาจจะเสนอเป็นในลักษณะที่จะนิรโทษกรรม
“แต่ถ้าเขาไปเอาเขตเลือกตั้งแบบปี 2540 อย่างเดียว มันก็ไม่ได้ผิดข้อตกลงอะไร แต่ยังไม่มีใครเห็นว่าร่างที่จะเสนอเป็นอย่างไร”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าอาจจะใช้ร่างของนพ.เหวง โตจิราการ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นก็เป็นร่างที่มีเรื่องของการนิรโทษกรรมด้วย ซึ่งอันนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยอมไม่ได้ เพราะว่าเราตกลงกันแล้วว่าไม่ทำ
เมื่อถามว่าถ้าผิดสัญญาแล้วจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็เขายังไม่ผิด และคิดว่าคงไม่ผิด เมื่อถามว่ารู้สึกว่าปชป.ถูกโดดเดี่ยวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เลยครับ เขาจะต้องรักษาจุดยืนและข้อตกลงที่ทำไว้
เมื่อถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะรักษาสัญญาเพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าเขาก็ได้คุยกันชัดเจนว่าเราต้องการมาทำอะไร มาทำงานด้วยกัน ตนคิดว่าไม่เกิดขึ้นหรอกครับ



