
อภิสิทธิ์เมินภท.อุ้มมานิตยันได้รมว.สธ.พุธนี้
"อภิสิทธิ์" เมินภท.อุ้ม "มานิต" ลั่นฟังกระแสสังคมมากกว่า อ้อนเสธฯหนั่นให้อยู่ช่วยงานต่อเพราะยังแข็งแรง ย้ำคนเสียบแทน"วิทยา"ไร้โควตาภาค อาจจะกระจายให้ภาคอื่นบ้าง มั่นใจได้คนใหม่วันที่ 6 ม.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ม.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเวลา 15.35 น. นายกฯ เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับนายสุเทพ บนตึกไทยคู่ฟ้าว่า หารือเรื่องกำหนดวันประชุมกรรมการบริหารพรรค และการประชุมกรรมการบริหารพรรคกับส.ส.พรรคเรื่องจะปรับครม.แทนนายวิทยา แก้วภารดัย โดยในการประชุมส.ส.พรรควันที่ 6 มกราคมนี้ วาระเป็นการพิจารณาคนมาดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุขแทนนายวิทยา แก้วภาราดัย อดีตรมว.สธ.รวมทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดถึงชื่อตัวบุคคลกับนายสุเทพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคกับที่ประชุมพรรค
เมื่อถามถึงกรณีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯจากพรรคชาติไทยพัฒนาต้องการออกจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ ผมก็ขอท่านมาตลอดว่ายังไม่อยากให้ท่านออก เพราะคิดว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยครม.ในเรื่องของการมีประสบการณ์หลายเรื่องและตำแหน่งของพล.ต.สนั่นคือรองนายกฯ ในขณะที่ท่านเสนอให้คนที่มาแทนเป็นรัฐมนตรีข่วย มันก็ทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ก็ได้ขอให้ท่านอยู่ครับ อยากจะให้ช่วยงานกันต่อ”
ต่อข้อถามที่ว่า พล.ต.สนั่นเบื่อการเมืองที่เป็นแบบนี้ ไม่รู้ไปทางไหนกันแน่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ พล.ต.สนั่นไม่ได้พูดกับตนอย่างนั้น บอกว่าอยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ท่านบอกว่าอายุมากแล้ว ตนก็เรียนให้ท่านทราบว่าจริง ๆ แล้วท่านยังแข็งแรง
เมื่อถามว่า แสดงว่าการปรับครม.ครั้งนี้จะเป็นการปรับเล็กใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ ใช่ครับ ”
ส่วนจะพิจารณากรณีของนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีนายมานิตก็คงต้องฟังที่ประขุมพรรคภูมิใจไทยนัดหนึ่งในวันที่ 5 มกราคมนี้
เมื่อถามว่า แต่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าไม่ต้องฟังกระแสสังคมในการตัดสินใจอนาคตนายมานิต นายอภิสิทธิ์นิ่งก่อนกล่าวว่า “อย่างนั้นเหรอครับ แต่ว่าผมฟังกระแสสังคมครับ แล้วผมก็ตัดสินใจโดยฟังกระแสสังคม” เมื่อถามว่า ยังยึดตามกฎเหล็ก 9 ข้อใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ใช่ครับ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งนี้ปรับเล็ก แล้วต่อไปจะมีปรับใหญ่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คำว่าปรับเล็กในขณะนี้ คือจะปรับครม.เท่าที่มีความจำเป็น คือจะปรับเฉพาะบุคคลที่พ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งที่ค้างไว้คือที่จะเอานายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกฯไปเป็นเลขาธิการนายกฯ
เมื่อถามว่า แสดงว่าครั้งนี้ปรับแค่ 3 ตำแหน่งใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ตามความเป็นจริง
เมื่อถามว่า คือจะไม่มีการแลกกระทรวงระหว่างพรรคเกิดขึ้นใข่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้
ต่อข้อถามว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะยึดตามโควตาภาคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มี อย่างที่บอกคือตามระบบที่ทำกัน คือ พรรคคำนึงถึงการกระจายไปทุกภาค อย่างเป็นธรรม แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นโควตาที่ต้องมานั่งคำนวณกันอย่างเคร่งครัด เพราะว่าปัจจุบันเท่าที่ตนทราบ ตอนที่ตั้งรัฐบาลก็ไม่สามารถมาคำนวณเป็นตัวเลขอย่างนั้นได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ในพรรคประชาธิปัตย์เองมีบุคคลเริ่มแสดงออกว่าตัวเองมีความเหมาะสม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีหลายคนเหมาะสม แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับกติกาของพรรค พรรคมีข้อบังคับชัดเจนว่าวิธีการสรรหารัฐมนตรีได้มาโดยวิธีใด เป็นวิธีการที่เป็นประชาธิปไตยในพรรค ทุกคนก็ต้องยอมรับ
“สำหรับเป้าหมายของการปรับครม.ครั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะรัฐมนตรี 2 ท่านที่อยู่กระทรวงสาธารณสุข ก็เผชิญกับเหตุการณ์ นายวิทยาที่ลาออกไปก็ได้ให้เหตุผลชัดเจน ก็ต้องมีคนเข้ามาแทน เราก็หวังว่าคนที่เข้ามาแทนเราจะพิจารณาและดูแลว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และเดินหน้างานกระทรวงได้ นโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ผลักดันกันมาด้านสาธารณสุขก็ต้องเดินต่อ ทั้งเรื่องอสม. โรงพยาบาบสร้างเสริมสุขภาพระดับตำบล และเป้าหมายในส่วนของไทยเข้มแข็ง”นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าหลังการประชุมส.ส.ปชป.วันพรุ่งนี้(5ม.ค.) จะได้ตัวคนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทนนายวิทยา เลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่แต่จะเป็นในวันพุธที่ 6 ม.ค.เพราะว่าตามข้อบังคับต้องมีการประชุมกรรมการบริหารก่อนแล้วก็จะประชุมร่วมกัน ก็จะให้เสร็จภายในบ่ายวันนั้นเลย
ลั่นลาออกอย่าหวังพ้นผิดทุจริตไทยเข้มแข็งสธ.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความชัดเจนในการติดตามการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง ของกระ ทรวงสาธารณสุข หลังจากนำรายงานสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขที่มีนพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ความยาว 4,000 หน้าไปอ่านในช่วงวันหยุดปีใหม่ว่า ในรายงานมีการระบุชื่อซึ่งจะแตกต่างกันไป มีฝ่ายการเมืองมีระบุ 4 ท่าน ขณะนี้ลาออกไปแล้ว 3 ท่าน ส่วนของฝ่ายข้าราชการประจำมีค่อนข้างเยอะ แต่จะแตกต่างกันไปว่าบทบาทบางท่านก็คือตามสายงาน บางท่านมีบทบาทโดยตรงกับตัวโครงการที่เป็นปัญหา เช่นเป็นผู้ยืนยันว่าจะต้องมีรายการนั้น รายการนี้ หรือไปปรับปรุงแก้ไขอะไรต่างๆ ก็จะถูกระบุในรายละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่ลาออกไปก็จะพ้นความผิดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คนที่มีความผิดถ้ามีความผิดทางกฎหมายก็ไม่มีทางพ้นความรับผิดชอบทางกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ เพียงแต่ว่าความรับผิดชอบทางการเมืองก็สิ้นสุดกันไปจากการลาออก
ต่อข้อถามที่ว่าจะมีการส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ แต่ทั้งนี้ต้องแยกลักษณะที่จะส่งไป มันจะมีคนที่ต้องส่งไปทันทีเพราะว่าไม่สามารถจะใช้กฎหมายอื่นดำเนินการได้ กับจะมีคนที่อาจจะต้องมีการสอบเพิ่มเติม แล้วก็จะมีคนที่อาจจะต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป เพราะมันจะมีการเมืองกับกฎหมายแล้วก็วินัยกับกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะเป็นภาระหนักของคนที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ คนเข้ามาใหม่ก็งานหนัก ต้องพร้อมตรงนี้ ส่วนจะทำอย่างไรในการล้างปัญหาการทุจริตได้และไม่ให้เกิดปัญหากับการทำงานนั้นตนคิดว่าในเมื่อข้อมูลในรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบจะบ่งบอกชัดเจนถึงที่มาของปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าศึกษาตรงนี้ก็จะมองเห็นว่าจะต้องป้องกันแก้ไขอย่างไร เพราะว่าจริง ๆ คณะกรรมการก็มีข้อเสนอแนะอยู่ว่าวิธีการป้องกันและการแก้ไขปัญหานี้น่าจะทำอย่างไร



