ข่าว

ปชป.ชักแม่น้ำทั้งห้ากล่อมพรรคร่วมจับมือต่อ

ปชป.ชักแม่น้ำทั้งห้ากล่อมพรรคร่วมจับมือต่อ

04 ม.ค. 2553

ปัดข่าวลือ ถาม “เฉลิม ” ทำเพื่อใคร ยัน “ปชป.” รักษาประโยชน์ประชาชน โฆษกปชป.ปัดข่าว “ปชป.” ได้ชื่อ “ว่าที่รมว.สธ.” ก่อน “ประชุมกก.บห.” เผย “ ชวน ” งงถูกอ้างชื่อวางคนนั่ง รมต. ด้าน “ เทพไท ” ปัดไม่มีประชุม “กก.บห.พรรค”

(4ม.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้พรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีที่ชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาล และการให้พันธสัญญาประชาคมในการที่กอบกู้วิกฤติ 2 เรื่องคือวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติการเมือง โดยเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจนั้นถือว่าภาระกิจสำเร็จไปแล้ว ยังเหลือวิกฤติทางการเมือง ที่ต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งจุดเสี่ยงที่สุดคือ การชุมนุมที่มีการเตรียมจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางในการแก้ไขในเรื่องของการแก้ไขในเรื่องแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยกันให้บ้านเมืองเดินหน้าหลุดพ้นจากวิกฤติการเมืองได้ เพราะฉะนั้นพรรคก็มีความหวังว่า การหารือระหว่างแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงปีใหม่ที่อาจจะขาดช่วงไปเล็กน้อย แต่คำสัมภาษณ์ของฝ่ายต่างๆก็อยากจะให้มีโอกาสในการที่จะได้หารือต่อไปหลังจากนี้ โดยคำนึงถึงความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชน หากถูกมองว่าเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเงื่อนไขที่จะเกิดปัญหาในการทำงานของรัฐบาล ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิกฤติประเทศชาติ และของประชาชน ก็อาจจะกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล ซึ่งรวมทั้งแกนนำ และพรรคร่วมทุกพรรคได้

 นพ.บุณณัชย์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพียงภาพเล็กและไม่เป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะทำให้บ้านเมืองหรือรัฐบาลไปสู่วิกฤต ส่วนการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยนั้น ตนก็ไม่เข้าใจว่าร.ต.อ.เฉลิมจะพูดในนามใคร เพราะที่ผ่านมาฝ่านค้านเคยเข้าร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณบอกให้ถอนตัว ทำให้ประธานวิปฝ่ายค้าน ถอนตัวกลางอากาศ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความสมานฉันท์เดินหน้าต่อไม่ได้ ดังนั้น ต้องกลับไปถามร.ต.อ.เฉลิม ว่าทำเพื่อใคร และได้รับสัญญาณมาจากใคร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความขัดแย้ง จะนำไปสู่การนับถอยหลังของอายุรัฐบาลหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแกนนำพรรคร่วมยังไม่ได้หารือกัน จึงอาจมีบางคนที่ไม่ทราบภาพใหญ่อย่างกรณีของนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาและรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ออกมาพูดถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคมากกว่า โดยไม่คำนึงถึงประชาชน จึงไม่เข้าใจความหมายดังกล่าวและขอยืนยันว่าพรรครักษาประโยชน์ของประชาชนในทางการเมืองทุกครั้ง จึงไม่เข้าใจว่าเป็นการรักษาผลประโยชน์พรรคอย่างไร

โฆษกปชป.ปัดข่าว ได้ชื่อ “ว่าที่รมว.สธ.”

 นพ.บุรณัชย์  กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีกับกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีการเสนอชื่อบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารว่า ขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เข้าร่วมการประชุมกรรมการบริหารพรรคครั้งสุดท้ายคือวันที่ 27 ธ.ค. 52 โดยได้ให้แนวทางชัดเจนว่า เมื่อพรรคได้มอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายให้นายกฯ เป็นหัวหน้าทีมในการจัดกลุ่มคณะที่เป็นบุคคลากรที่เหมาะสมที่จะมาร่วมทีมในการแก้ไขวิกฤติของประเทศในสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคแล้ว ก็ถือว่าเป็นแนวทางของคณะกรรมการบริหารทุกคนที่ต้องเคารพการตัดสินใจของนายกฯเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งนายชวนเป็นผู้วางแนวทางนี้ด้วยตัวเอง

 “เมื่อมีข่าวปรากฎออกมา นายชวนเองก็รู้สึกแปลกใจเพราะตัวท่านเองไม่เคยที่จะกำหนดรายชื่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคลหรือวางแนวทางในการที่แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนในสัดส่วนรัฐมนตรีที่ลาออกไป แนวทางนี้นายชวนยังหวังว่า พรรคจะยึดเป็นแนวทางสำคัญบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีความสำนึกรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และมีความซื่อสัตย์สุจริตที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้จะมีการกำหนดขึ้นในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารกับนายกนในฐานะหัวหน้าพรรค ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมขึ้นว่า ที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกประชุมกรรมการบริหารบริหารพรรคเร่งด่วน เพื่อลดแรงกระเพื่อมในพรรคที่ลงในสื่อบางฉบับนั้น ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ในสัปดาห์นี้ พรรคยังไม่มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพราะไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องทำอย่างเร่งรีบ อีกทั้งส.ส.ในพรรคก็มีวินัย เคารพกติกา เร่งรีบไปก็ไม่มีผลและไม่ได้ลดแรงกระเพื่อมแต่อย่างใด เพราะแม้จะได้ตัวรมว.สาธารณสุข ก็ยังมีขั้นตอนติดขัดอื่น อย่างเช่นกรณีของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่กรรมการบริหารพรรคเห็นให้เป็นรองนายกฯ ก็ยังค้างคาอยู่