
โหรวารินทร์เชื่อมาร์คดวงแข็งกว่าทักษิณ
อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังสำนักสุขิโตแห่งเมืองลานนา จ.เชียงใหม่ เปิดใจว่า สถานการณ์บ้านเมืองตั้งแต่ต้นปี 2553 จนถึงก่อนเมษายน สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีนัก จะมีการกระทบกระทั่ง หรือการปะทะกันของประชาชน ถือว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายพอส
ทั้งนี้ หลังจากเปิดนิมิตดูแล้วว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยจะดี จึงได้รีบสร้างองค์พระมหาเจดีย์ให้เสร็จก่อนวันที่ 15 มกราคม 2553 เพราะจะอาศัยบารมีผ่อนคลายกรรมที่เกิดขึ้นหนัก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายจากหนักเป็นเบาได้ แต่บ้านเมืองก็จะต้องมีการกระทบกระทั่งอยู่ดี
“ไม่เฉพาะฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล แต่มีหลายฝ่ายที่จะก่อให้เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่หลังจากเดือนเมษายนจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ทั้งนี้ จะให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบสุขคงจะเป็นปลายปี หรือในปี 2554 บ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อปี 2552 ผมบอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในช่วงเดือนเมษายน ก็เกิดขึ้นจริง ซึ่งลักษณะในปี 2553 ก็จะเกิดขึ้นคล้ายๆ กัน ดังนั้นอยากให้กลุ่มต่างๆ นิ่งสงบจะได้ไม่เกิดกรรมให้กับประเทศอีก สุดท้ายแล้วผลเสียก็จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้เกิดกับคนใดคนหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เพียงแต่จะเป็นการสร้างกรรมให้กับประเทศ” อาจารย์วารินทร์ ระบุ
อาจารย์วารินทร์บอกว่า มีความเป็นห่วงประเทศชาติมาก ถ้าทุกฝ่ายยังไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างความวุ่นวาย ถ้ามีเหตุการณ์รุนแรงก็จะต้องมีการสูญเสียถึงชีวิตได้ ถ้าทุกฝ่ายไม่ยอมฟังกันจะลุกลามเหมือนกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กลุ่มคนต่างๆ จะต้องหันมาพูดคุยกัน แต่โอกาสที่จะพูดคุย หรือเจรจาก็คงจะเกิดขึ้นลำบาก ทั้งหมดขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของบุคคลมากกว่า
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์บ้านเมืองมีสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดเหมือนกัน ดังนั้นทุกคนจะต้องประคองบ้านเมืองด้วยกัน ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเหมือนช่วงเมษายน 2552
โหรสำนักสุขิโตยังบอกด้วยว่า ขอให้ทุกฝ่ายอดทน อดกลั้นให้มากที่สุด หากเกิดความวุ่นวายกองทัพก็มีหน้าที่ที่จะต้องออกมาดูแลเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ การดูแลบ้านเมืองไม่ใช่เฉพาะกลุ่มทหารเพียงฝ่ายเพียงเดียว แต่ทุกฝ่ายก็จะต้องช่วยกันด้วย
รัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังคงทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไป แต่การทำงานคงจะไม่ราบรื่น แต่พอหลังจากเดือนเมษายนน่าจะดีขึ้น ทั้งนี้ หากบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก ก็จะมีกลุ่มรักชาติร่วมใจสามัคคีออกมาช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยจะเป็นทุกๆ กลุ่มไม่ได้เป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
อาจารย์วารินทร์กล่าวว่า ฐานบุญของนายอภิสิทธิ์ยังคงเป็นผู้นำในการบริหารประเทศชาติไปอีกระยะหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรียาวนานกว่าอดีตผู้นำที่ผ่านมา สำหรับดวงของนายอภิสิทธิ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใครแข็งกว่ากันนั้น คงตอบได้ว่าตอนนี้ดวงของนายอภิสิทธิ์แข็งกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มาก และเป็นเวลาของนายอภิสิทธิ์ ที่จะต้องทำหน้าที่ดูแลบ้านเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาดูแลบ้านเมือง
ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีกรรมอยู่ ดังนั้นการแก้กรรมจะต้องอยู่นิ่งเฉย อย่าเข้ามาวุ่นวายหรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมืองในยามนี้ โอกาสที่จะเข้ามาแทรกนายอภิสิทธิ์ไม่มี ดังนั้นจะต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องใช้ระยะเวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะถึงเวลาที่จะกลับเข้ามาในแวดวงการเมือง
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าบริวารของนายอภิสิทธิ์ หรือแม้แต่รัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีการทุจริตจะทำให้รัฐบาลชุดนี้เกิดปัญหาสะดุดขาตัวเองหรือไม่นั้น อาจารย์วารินทร์บอกว่า ทุกรัฐบาลก็มีเหมือนกัน บางครั้งลูกพ่อแม่เดียวกันก็ไม่เหมือนกันก็ยังมีเลย ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลที่มาจากต่างพ่อต่างแม่ และต่างพรรคมาอยู่ร่วมกันมันก็จะต้องมีปัญหาเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจุดไหนก็มีเหมือนกัน แต่จะมีตัวถ่วงหรือไม่ก็คงจะมีบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เหมือนกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่ใช่ตัวร้ายแรงจนกระทั่งทำให้รัฐบาลล้มไม่ถึงขนาดนั้น แต่หากจะมีการปรับเปลี่ยนก็ขึ้นอยู่กับบุญ-กรรมของรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ
อาจารย์วารินทร์เชื่อว่า ดวงของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงอยู่ในหน้าที่ตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารบกต่อไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการไปตามวาระ และช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุข
ทั้งนี้ เห็นว่ากองทัพยังคงเป็นเสาหลักให้บ้านเมืองอยู่ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่ากองทัพไหนก็จะต้องช่วยกันดูแล การปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่ายังไม่เห็นว่าจะมีการปฏิวัติแน่นอน
“อยากฝากไปถึงทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน กองทัพ และประชาชน หันหน้าเข้าหากันและปรองดองกับชาติบ้านเมือง ช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้พ้นวิบากกรรม บ้านเมืองก็จะเกิดความสงบสุขเหมือนเดิม ทั้งนี้ ปีเสือที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเสือดุคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ในปี 2554 ทุกอย่างจะจบจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่น่าจะเกิดขึ้นอะไรอีก ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาคือ ผู้คนไม่ยอมกัน ผู้คนที่เห็นแก่ตัวเองจึงทำให้เกิดวิบากกรรมเกิดขึ้น ถ้าช่วยกันก็จะทำให้บ้านเมืองรอดพ้นวิกฤติการณ์แบบนี้”
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



