
พระมหาไพรวัลย์ สุดงง คดีน้องชมพู่จู่ๆ กลายมาเป็นเรื่องของไสยศาสตร์
พระมหาไพรวัลย์ สุดงง คดีน้องชมพู่จู่ๆ กลายมาเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ ฝากถึงสื่อให้ทบทวนบทบาทหน้าที่ ตลอดจนถึงจริยธรรมของตนเอง
พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แห่งวัดสร้อยทอง ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ฝากถึงสื่อให้ทบทวนบทบาทหน้าที่ ตลอดจนถึงจริยธรรมของตนเอง โดยได้ยกตัวอย่างประเด็นภาพวาดของ ศิตางค์ บัวทอง เจ้าของวลี "ส้มหยุด" รวมไปถึงล่าสุดข่าวเกี่ยวกับคดีน้องชมพู่ ที่จู่ๆ กลับกลายมาเป็นเรื่องไสยศาสตร์
อันนี้ถ้าพูดแบบซีเรียสนะ คือบางทีเราก็ควรจะต้องตั้งคำถามกับสื่อให้มากขึ้นเหมือนกัน หรือแม้แต่สื่อเอง ก็ควรทบทวนบทบาทหน้าที่ตลอดจนถึงจริยธรรมของตนเองด้วย
ก่อนหน้านี้ อาตมางงมากกับกรณีภาพวาดของโยมศิตางค์ คือสื่อเล่นประเด็นจนมันและแทะ จนมันออกนอกสาระในเรื่องของภาพวาดที่สื่อควรจะนำเสนอ สัมภาษณ์แล้วสัมภาษณ์อีก สัมภาษณ์โยมสิตางค์ จนกลายเป็นเรื่องที่โยมสิตางค์จะขอท้าต่อยกับ ผอ.สำงานพุทธ ไปได้ อันนี้เป็นอะไรที่เลอะเทอะมาก แต่สื่อก็เอามาเป็นประเด็นทำข่าว
เรื่องกรณีการตายของน้องชมพู่ล่าสุด ก็ไม่ต่างกันเลยนะ ตอนแรกจากเรื่องของการแสวงหาพยานหลักฐานในการตาย หลังๆ มากลายเป็นเรื่องของพระเดือนชัย เรื่องไสยศาสตร์ล้วนๆ บางครั้งภาพที่ไม่ควรนำเสนอก็นำเสนอ CG ในบางฉากที่ไม่ควรมีก็มี
อาตมามองว่า สื่อเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากเลยนะในการชักนำความคิดของคน ดังนั้นการมีจรรยาบรรณของสื่อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นสามัญสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคมที่สื่อควรจะต้องมี เราอยากให้สังคมไทย เป็นสังคมที่อุดมปัญญา แต่อาตมาก็เห็นอยู่ตลอดเลย ทุกวันก่อนหวยออก เดี๋ยวเจ้าพ่อนั้นเจ้าแม่นี่ เลขเด็ดเลขดัง สื่อนำเสนอตลอด ชี้นำตลอด รู้ว่าพระบางรูปอวดอุตริ ก็ยังอุตส่าห์ให้พื้นที่ข่าว (ที่มากเกิน) ยังอุตส่าห์ตามไปถ่าย ตามไปสัมภาษณ์
โยมลองมองดูสิ รายการทีวีที่คนชอบกันมาก เดี๋ยวนี้มีแต่เรื่องส่องผีหาผี รายการก็สนใจแต่เรตติ้ง แต่ไม่สนใจเลยว่า คอนเทนต์ที่ตนเองทำจะมอมเมาคนดูยังไง จะบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือแม้แต่เรื่องทางศาสนายังไง
บางรายการบางช่อง ผู้สื่อข่าวก็ไม่ทำตัวให้เป็นกลางในฐานะของสื่อมวลชน บลูลี่แขกรับเชิญอย่างหน้าชื่นตาบาน หรือที่แสดงความอคติและความน่ารังเกียจทางคำพูดคำจาอย่างโจ่งแจ้งเลยก็มี
เรื่องเหล่านี้ เราควรจะตั้งคำถามกันให้มากๆ นะ และอาตมาก็อยากจะฝากไปถึงใครหลายคนที่ทำหน้าที่ในฐานะของสื่อมวลชนด้วย



