
ประวัติศาสตร์ที่ปลายด้ามขวาน(จบ):เขตปกครองพิเศษ ?
สังคมไทยแม้จนขณะนี้ก็ยังคงอ่อนไหวต่อคำว่า การปกครองตนเอง เป็นอย่างยิ่งเมื่อหมายถึงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประโยคสำคัญที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับคือ ราชอาณาจักรไทยเป็นหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องตระหนักในความเป็นจริงปร
เมื่อคำนึงถึงความเป็นมาของทางราชการในอดีตที่ผ่านมาต่อการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถสรุปได้ว่า แม้ส่วนตัวของข้าราชการจะมีความคิดอย่างใดก็ตาม แต่เมื่อกำหนดเป็นนโยบายหรือคำสั่งอย่างเป็นทางการแล้วก็ล้วนมีแนวทางที่ได้รับการพัฒนาที่จะให้ความเป็นธรรมแก่พี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างชัดเจนด้วยกันทั้งสิ้น เช่น การเปิดโอกาสให้มีการใช้กฎหมายพิเศษที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางศาสนาอิสลาม คือ กฎหมายครอบครัว และกฎหมายมรดก การไม่ขัดขวางแต่ส่งเสริมให้มีการประกอบกิจทางศาสนาอย่างจริงจังเช่นการเดินทาไปประกอบพิธีฮัจญ์ยังนครเมกกะ ฯลฯ นอกจากนั้น จากการกีดกันเรื่องภาษาท้องถิ่นในอดีต ปัจจุบันทางราชการก็ล้มเลิกนโยบายเช่นนั้น แต่เปิดโอกาสโดยไม่ใช้อำนาจบังคับให้สามารถเลือกเรียนภาษาไทยเพิ่มเติมเพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับทางราชการและสังคมภายนอก ทำให้ความแตกต่างทางภาษาไม่เป็นปัญหาที่นำไปสู่ความขัดแย้งเช่นในอดีตอีกต่อไป
ดังนั้น สิ่งที่ทางราชการสมควรเร่งดำเนินการเฉพาะหน้านี้คือ การให้ความสำคัญยกระดับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็น “พื้นที่พิเศษที่มีปัญหาความมั่นคง” อย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง แล้วให้ความเร่งด่วนในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ และที่สำคัญเร่งด่วนสูงสุด คือ ต้องทำลายอาณาจักรแห่งความกลัว รวมทั้งเร่งรัดฟื้นฟูอำนาจรัฐให้สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนผู้สุจริตให้ได้โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือ การปรับปรุงคุณภาพของข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีจิตสำนึกรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง เพราะความผิดพลาดของข้าราชการในพื้นที่นี้จะสร้างผลเสียหลายเท่าเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ สืบเนื่องมาจากลึกๆ แล้วคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังคงมีความหวาดระแวงเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ไม่น้อย
สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวในเรื่องการปกครองนั้น ควรมีการศึกษาอย่างจริงจังโดยให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อหาคำตอบว่า ระบบบริหารอำนาจการปกครองที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มีความถูกต้องเหมาะสมกับความเป็นจริงของพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์แตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศแล้วหรือไม่
คำตอบที่ได้อาจเป็นเพียงการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบ หรืออาจต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบบางประการโดยไม่เสียหลักการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังตัวอย่าง กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เป็นต้น หรือหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว การที่รัฐบาลเคยกำหนดให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น “พื้นที่พิเศษที่มีปัญหาความมั่นคง” ก็ย่อมหมายความว่า พื้นที่นี้มี “การปกครองแบบพิเศษ” ที่แตกต่างไปจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งแม้จะไม่สร้างความกังวลว่ากำลังเข้าทางฝ่ายที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่ก็ยังคงมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้างว่า ทำไมต้องให้สิทธิพิเศษกับคนเหล่านี้ด้วย
ดังนั้น ความสำเร็จในการหาคำตอบที่ถูกต้องว่าควรกำหนดวิธีการปกครองพิเศษให้แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรหรือไม่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคนส่วนใหญ่ของประเทศยังมองพี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าไม่ใช่ “คนไทย” แต่เป็นพวก “แขก” และเกิดความหวาดระแวงทุกครั้งเมื่อพูดถึงสิทธิพิเศษของคนในพื้นที่นี้
และในทางกลับกันชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังหวาดระแวงสงสัยต่อความจริงใจของรัฐบาลที่เป็นพวก “ไทยพุทธ” ดังที่เป็นมาช้านานแม้จนบัดนี้
พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์



