ข่าว

ตัวชี้วัดทางการเมืองและการเมืองเรื่องตัวชี้วัด

ตัวชี้วัดทางการเมืองและการเมืองเรื่องตัวชี้วัด

05 ม.ค. 2553

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยเรื่องราวของคำทำนายทางการเมืองที่สุดแสนจะหดหู่จากบรรดาโหรชื่อดัง ทั้งที่เรื่องราวที่ควรจะสนใจเพิ่มก็คือ ในการรายงานข่าวเรื่องคำทำนายทางการเมืองที่ผ่านมานั้น เราไม่เคยสนใจว่าจะมีคำทำนายที่ผิดมากี่ครั้ง (เราสนใจเฉพาะคำทำนายที่ถูก แล้วเราก

 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการไม่เชื่ออย่าลบหลู่ในตัวคำทำนายเอง แต่เป็นเรื่องสะท้อนของความไร้ความรับผิดชอบในการรายงานข่าวคำทำนายของสื่อมวลชนไทย (แต่ก็นั่นแหละครับ บางครั้งสื่อก็ทำหน้าที่ในการนำเอาคำทำนายมาตีพิมพ์ในช่วงที่ไม่มีใครกล้าคัดง้างผู้มีอำนาจในสังคมแล้ว เช่นในยุคหลังการปฏิวัติใหม่ๆ)

 เมื่อยกระดับเรื่องของคำทำนายจากโหราศาสตร์มาสู่รัฐศาสตร์ เราจะยิ่งพบว่าตัวชี้วัดและคำทำนายทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่หายากเข้าไปทุกที เมื่อเทียบกับตัวชี้วัดในศาสตร์อื่นๆ เช่น โลกร้อน ราคาไข่ไก่ ผลประกอบการ หรือรายได้ผลผลิตมวลรวมของประเทศ (ประเด็นตรงนี้อยู่ที่ว่าเรามีข้อมูล แต่การตีความข้อมูลเหล่านี้ในฐานตัวชี้วัดปรากฏการณ์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

 เมื่อเราไม่เห็นข้อมูล เราก็ตีความได้ยาก นั่นคือเหตุผลหนึ่ง

 หรือว่าเราอาจจะเห็นข้อมูล แต่เราไม่กล้าตีความ นั่นก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน

 หรือว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันว่าตัวชี้วัดตัวไหนที่จะบ่งบอกถึงระดับความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทย อาทิ การพูดถึงประชาธิปไตยในฐานะที่เป็นเรื่องของมาตรฐานตะวันตก และมาตรฐานของไทย (ประชาธิปไตยแบบไทยๆ)

 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะหาข้อตกลงกันได้ง่ายๆ ด้วยว่าเราก็ต้องการให้คนในประเทศและนานาชาติยอมรับถึงความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ เข้าด้วย

 ลองยกตัวอย่างกรณีหนึ่งที่น่าสนใจ อาทิ การสร้างตัวชี้วัดเรื่องประชาธิปไตย (democracy index) ของนิตยสาร The Economists ของอังกฤษเมื่อสองปีที่แล้ว ที่เห็นว่า ตัวชี้วัดที่สำคัญของประชาธิปไตยจะต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 4 ประการ นั่นคือ

 1.การเลือกตั้งจะต้องเป็นธรรมและมีความเป็นอิสระ
 2.ผู้เลือกตั้งมีความมั่นคงปลอดภัยในการเลือกไหม
 3.อำนาจของประเทศอื่นเข้ามาแทรกแซงกิจกรรมของรัฐบาลไหม
 4.ข้าราชการนั้นมีความสามารถในการนำนโยบายไปปฏิบัติไหม (อันนี้ต้องระวัง เพราะไม่ได้หมายความว่าข้าราชการนำนโยบายที่ตัวเองคิดไปปฏิบัติ แต่หมายความว่าเอานโยบายที่ประชาชนกำหนดผ่านตัวแทนจากการเลือกตั้งของเขาไปปฏิบัติ)

 ประเทศไทยนั้นจัดอยู่ในอันดับประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์ในมาตรฐานดังกล่าว แต่ประเด็นอาจไม่ใช่อยู่ที่ความสมบูรณ์ของประชาธิปไตยในแบบสากล เพราะตัวชี้วัดอาจไม่สมบูรณ์ เช่น ประชาธิปไตยกับความกินดีอยู่ดี หรือการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและมีอิสระนั้นเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายหรือไม่กับประชาชนผู้เลือกตั้ง เป็นต้น

 แต่อาจจะอยู่ที่ว่าประชาธิปไตยในแบบไทยนั้นจะเป็นตัวแบบหรือจะมีส่วนในการพัฒนาความเข้าใจให้ประชาธิปไตยในโลกได้แค่ไหน ซึ่งน่าจะเริ่มต้นที่การออกมาถกเถียงเรื่องตัวชี้วัด การตีความ และกติกาในการอยู่ร่วมกัน 

 ไม่งั้นก็จะมีแต่ความเห็นในการเดาเรื่องสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้พัฒนาตัวชี้วัดต่างๆ ในแบบของเราเองขึ้นมาเลยสักอย่าง โดยเฉพาะการพัฒนาตัวชี้วัดที่ไม่ได้หมายความแค่เป็นความจริงสมบูรณ์ แต่หมายถึงความจริงที่สามารถตกลงร่วมกันและระแวดระวังว่าความจริงชุดนั้นเป็นเพียงการครอบงำหรือไม่