
อยู่ขั้วไหนนิสัยไม่เปลี่ยน
รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังเผชิญศึกใหญ่อย่างน้อย 2 ด้าน ดูตามสภาพแล้วหนักหนาสาหัสพอสมควร จึงต้องอาศัยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ และมุ่งทำงานเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยเลิกหวั่นไหวกับการเสี่ยงต่อการถูกทิ้งโดยพรรคร่วมรั
การถูกรุกหนักโดยขบวนการเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็น่าหนักใจ เพราะมีแนวโน้มว่าอาจเกิดความรุนแรง เพราะเครือข่ายทักษิณต้องการให้แตกหักตามคำประกาศสงครามครั้งสุดท้าย เพียงแต่ยังกำหนดวันและเวลาชัดเจนไม่ได้ แต่ต้องรอให้รัฐบาลอ่อนล้าเต็มที่ โดยถูกพรรคร่วมรัฐบาลยื่นคำขาดพร้อมที่จะหักหลัง และเปลี่ยนขั้ว โดยเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง หากการเจรจาผลประโยชน์ลงตัว
พรรคร่วมรัฐบาลอาศัยช่วงเวลาที่นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องอยู่ในความโดดเดี่ยว ภายในพรรคเองมีปัญหาในการเลือกผู้ที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลชี้ชัดว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนโควตา หรือร่วมปรับคณะรัฐมนตรี แม้จะมีภาพลักษณ์ไม่เหมาะสม มีปัญหาด้านข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่นในโครงการใหญ่ๆ ก็ตาม ขณะเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาลแสดงเจตนาว่าจะไม่ร่วมปกป้องรัฐบาลเมื่อถูกรุกหนักโดยขบวนการทักษิณ เพราะยังหวังว่าจะเจรจาหวนคืนดีกันได้ โดยผลสุดท้ายจะปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์โดดเดี่ยว กลับเป็นฝ่ายค้านตามเดิม
การเมืองเต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง มุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์เช่นนี้ ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายทางการเมืองโดยกลุ่มประชาชน เห็นแต่นักการเมืองกังฉินเวียนว่ายตายเกิดสลับสับเปลี่ยนตัวเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ โดยเอาประชาชนเป็นเหยื่อกาเบอร์เลือกตั้งให้กลุ่มการเมืองทุจริตเข้าไปปล้นสะดมแผ่นดินโดยใช้อำนาจรัฐปกป้องตัวเองให้คงความเป็นอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมและกลไกกฎหมายบ้านเมือง
ประชาชนไม่มีทางเลือก หากนักการเมืองยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ต่อรองเงื่อนไขต่างๆ ลืมพฤติกรรมคำมั่น โดยหลอกลวงประชาชนไปวันๆ เหมือนลิงหลอกเจ้า โดยกลไกต่างๆ หรือองค์กรอิสระไร้ความหมาย เมื่อนักการเมืองใช้เงินและกลไกอำนาจรัฐปกป้องตัวเอง รวมทั้งการใช้เงิน อามิสสินจ้างและผลประโยชน์อย่างอื่น เช่นการให้ตำแหน่งสำคัญเพื่อแลกกับการรับใช้งานในอนาคต เป็นต้น
เหตุการณ์จากนี้ไป รัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องเผชิญกับการป่วนเมืองโดยเครือข่ายทักษิณ กลุ่มอันธพาลเสื้อแดง พรรคฝ่ายค้านในสภา โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงถึงขั้นแตกหัก จะควบคุมสถานการณ์ได้ก็ต้องมีความร่วมมือโดยกลุ่มกองทัพ ซึ่งพร้อมปกป้องสถาบันหลักของชาติ และประชาชนซึ่งทนไม่ได้กับการเมืองสกปรกนักฉวยโอกาสต้องพร้อมแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นเช่นกันว่า การเมืองที่เต็มไปด้วยความทรยศหักหลัง เป็นพฤติกรรมที่น่าประณาม และต้องเผยแพร่ข้อมูลให้รับรู้ถึงการกระทำชั่วร้าย ทำลายบ้านเมือง ไม่ส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตย เพราะประชาชนเท่านั้นสามารถเป็นที่พึ่งของแผ่นดินได้ในที่สุด



