ข่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยาตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยาตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

18 มิ.ย. 2563

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้มีความต้องการอุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด19 เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพตามวิธีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท. เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วย พล.ต.ต. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และ สำนักงานคณะกรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข โดย นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาพร้อมด้วย เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคว่า มีโกดังที่มีการนำถุงมือทางการแพทย์ที่ใช้แล้วจากประเทศเพื่อนบ้านมาหลอกขายในราคาสินค้าใหม่แกะกล่อง ซึ่งสินค้าดังกล่าวผู้ร้องเรียนจะต้องนำไปใช้ เพื่อป้องกันโรครวมทั้งป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ COVID-19 จึงทำให้เกิดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคจึงสั่งการให้ชุดสืบสวน ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ พ.ต.ท.เอกรัตน์  ทัศเจริญรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการทำการสืบสวนจนมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2563 จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล
รวม 2 จุด ดังนี้

 

 

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยาตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

จุดที่ 1 บริษัท ย่านปทุมธานี ตั้งอยู่  ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ขณะเข้าทำการตรวจคัน พบว่ากำลังผลิต บรรจุถุงมือลงกล่อง เพื่อเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า และพบถุงมือบรรจุในกระสอบเป็นจำนวนมาก
จุดที่ 2 บริษัท ย่านพระราม 2  ถ.พะราม 2 ซอย 44 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งมีลักษณะเป็นโกดังเก็บสินค้า ผลการตรวจค้นพบถุงมือบรรจุในกระสอบ
เป็นจำนวนมากจึงได้ทำการตรวจยึดและอายัด ของกลาง

1.กระสอบสีขาว บรรจุถุงมือยาง จำนวน 1,945 กระสอบ รวม 10,835,000 ชิ้น
2.ลังบรรจุกล่องกระดาษสีขาวฟ้า บรรจุ Examination Glove
จำนวน 656 ลัง รวม 656,000 ชิ้น
3.ลังบรรจุถุงมือยาง จำนวน 95 ลัง รวม 9,500 ชิ้น
4.กล่องเปล่าสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ จำนวน 500 กล่อง
และคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์สำหรับการบรรจุ
รวมของกลางมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น เข้าข่ายการกระทำความผิด ดังนี้ 
1.ความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา 30 โดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากนั้นไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ โดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 ประกอบประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้ที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. 2541 
ข้อ 2

2.ความผิดฐานไม่จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ ตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 15 วรรคหนึ่ง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 85 แห่งพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
3.ความผิดฐานผลิตเครื่องมือแพทย์ปลอมตามนิยามในมาตรา47(2)โดยลวงให้เข้าใจผิด เรื่องชื่อ ส่วนประกอบ คุณภาพ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 46(1)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 105 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
4.ความผิดฐานขายเครื่องมือแพทย์ที่ลวงให้เข้าใจผิด เรื่องชื่อ ส่วนประกอบ คุณภาพ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต จึงเข้าข่ายเป็นการขายเครื่องมือแพทย์ปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 46(1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 105
วรรค 2 แห่งพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

5.ความผิดฐานผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ตามนิยามในมาตรา 50(2) กล่าวคือเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือเก็บรักษาโดยไม่ถูกสุขลักษณะ โดยนำถุงมือที่มีสภาพทั้งดี
และเสียบรรจุกระสอบมาคัดแยก จากนั้นจึงนำมาบรรจุใส่กล่องผลิตภัณฑ์ขาย อันเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา 46(4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตามมาตรา 108 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

6.ความผิดฐานขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ตามนิยามในมาตรา 50(2)กล่าวคือเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือเก็บรักษ)โดยไม่ถูกสุขลักษณะ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 46(4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา
108 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน จึงขอประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือมายังพี่น้อประชาชนหากพบเห็นหรือมีเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสได้ทางสายด่วน1135 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บก.ปคบ. , เพจเฟชบุ๊ก"กองบังคับการปราบปรามการกระทำความ     

 

                        

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(18 มิ.ย) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุม บก.ปคบ. ชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.เพิ่มพูน  ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามปรามผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พน้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ.และ เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม  รองเลขาธิการ อย.  จะร่วมแถลงข่าว บก.ปคบ.นำโดย พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. บุกทลายโรงงาน 2 แห่ง ผลิตถุงมือทางการแพทย์ไร้มาตรฐาน ส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ยึดของกลางจำนวนกว่า 10 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท มาดำเนินคดีข้อหาผลิตถุงมือทางการแพทย์ ที่ไม่ได้มาตราฐาน " นอกจากนี้ กก.3 บก.ปคบ.ยังได้จับกุมสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีเครื่องหมาย "มอก."มาดำเนินคดีอีกจำนวนมาก  

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยาตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยาตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน