
ธาตุแท้นักทรยศ
ยังไม่ทันเปิดทำเนียบรัฐบาลทำงานหลังปีใหม่ด้วยซ้ำ นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ได้ยินคำขู่ผสมคำขาดมาจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญตามใจพวกเขา ไม่อย่างนั้นจะย้ายไปร่วมกับฝ่ายตรงข้าม หรือเปลี่ยนขั้ว คงไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยนั่นเอง
เห็นสันดานดิบของนักการเมืองหรือยังพ่อแม่พี่น้อง ว่าไว้ใจได้เหมือนงูเห่าหรือไม่! ก่อนหน้านี้ทำตัวเป็นงูเห่า ทิ้งเครือข่ายทักษิณ คนหนีคุก มาร่วมกับค่ายสะตอ หวังร่วมแบ่งปันผลประโยชน์ กอบโกยทรัพย์สินแผ่นดิน ไม่เกรงใจเจ้าของประเทศ
จำได้หรือไม่ว่าพรรคการเมืองใดประกาศว่าเห็นแก่ความสงบของบ้านเมือง มีข้อมูลสำคัญ คนสีเขียวชักชวนแกมบีบให้ย้ายมาร่วมอยู่กับค่ายสะตอ สร้างฐานอำนาจใหม่ ค่ายสะตอก็กระสันอยากเป็นรัฐบาล ยอมตกลงยกเก้าอี้กระทรวงสำคัญให้
ประกาศทำนองสำนึกในบุญคุณพวกโจรว่า “ถ้าไม่มีเขา เราก็คงไม่มีหาง”
หรืออะไรทำนองนั้น แต่ประชาชนต้องทนรับสภาพโจรเปลี่ยนคราบเป็นนักบุญชั่วคราว หัวหน้าพรรคบางรายยังไม่เลิกนิสัยแลบลิ้นแผล็บๆ กลัวอดอยากปากแห้ง และปากเดียวกันนี้แหละส่งเสียงอ้อแอ้ขู่ค่ายสะตอให้แก้รัฐธรรมนูญตามใจพวกเสือหิว
สันดานนักการเมืองเอาแต่ได้ ตั้งเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ 6 ข้อ อะไรก็จำไม่ได้ เพราะว่าไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนแม้แต่น้อย เห็นแต่สิ่งที่ตัวเองจะได้ เป็นการสืบต่ออำนาจ ค่ายสะตอก็รู้ว่าเป็นคำขู่ไร้ความหมาย แต่ทำให้ระคายใจทุกเวลา
ไม่ต้องมีใจทำงานเพื่อบ้านเมือง มัวแต่กังวลกับพวกนักการเมืองสารเลว นักทรยศหักหลัง ปากหวานแต่ซ่อนมีดซุยไว้ในรอยยิ้ม เขี้ยวยาวลากดิน
ชาวบ้านยังจำได้ว่ามีนักการเมืองหลังลาย เปิดปากหลังจากหลุดจากคดีกล้ายางหมาดๆ ว่าจากนี้ไปจะทุ่มเททำงานเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
แล้วมิสเตอร์หอกคนไหนมาแหกปากขู่ค่ายสะตอว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนขั้ว ไปร่วมมือกับพรรคเพื่อคนหนีคุก ขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้าฟ่ะ!
ทุกวันนี้ได้งาบโครงการเป็นแสนๆ ล้านบาท งาบเข้าไปเต็มพุงทั้งปียังไม่หมด ไม่พอใจ คิดจะไปร่วมมือกับก๊วนคนหนีคุกปล้นสะดมแผ่นดินไม่ให้เหลืออะไรงั้นหรือ
เมื่อเป็นเช่นนี้ค่ายสะตอต้องคิดใหม่ กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อชาติ ถ้ายังคิดถึงชาติ ต้องเรียกพวกนักการเมืองสารเลวมาแล้วให้ตอบคำถามว่าอยากจะเปลี่ยนขั้วจริงๆ หรือ!
ถ้าแม้แต่อ้ำอึ้ง ตีฝีปาก เล่นลวดลาย ต้องไล่ออกให้ไปอยู่ร่วมกับฝ่ายค้านในขณะที่สภายังปิดอยู่ จากนั้น ก็เอาเฉพาะค่ายสะตอหรือคนนอกเข้าเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทุ่มกำลังทำงานอย่างจริงจัง หลังพิงประชาชนให้เป็นฐานหลัก
จากนั้นใช้สื่อของรัฐประโคมความเลวร้ายของนักการเมืองสารเลว นักทรยศหักหลัง งูเห่าตัวร้าย แล้วปรับโยกย้ายข้าราชการหลัก ใช้กลไกกฎหมายเล่นงานพวกมีชนักปักหลัง ฟื้นคดีเก่าซึ่งยังปิดไม่ลง สร้างความยุติธรรมให้ปรากฏ แล้วรายงานประชาชน
เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องยุบสภา ยังมีเวลาอีก 2 เดือนสำหรับการฟ้องประชาชนให้เห็นความชั่วร้ายของพรรคนักหักหลัง เชื่อเถอะ มีอำนาจรัฐ บอกกล่าว คงทำให้ประชาชนหูตาสว่างกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้ทำนะดิ! อิอิอิ!!!



