
ชวรัตน์ปลงแพ้เลือกซ่อมปัดจับมือพท.ตั้งรัฐบาล
"ชวรัตน์"ปลงภูมิใจไทยแพ้เลือกตั้งซ่อมสารคาม โบ้ยแกนนำไม่ลงพื้นที่ เผยเตรียมลุยซ่อม ส.ส.ปราจีนบุรียกโขยงสู้ต่ออีกยก ปัด จับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ยังกั๊กบอกการเมืองเป็นสิ่งไม่แน่นอน
ที่กระทรวงมหาดไทย วันที่ 4 ม.ค.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ( ภท. ) กล่าวถึงกรณีที่พรรคภท.พ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมกับพรรคเพื่อไทยที่ จ.มหาสารคามว่า รู้อยู่แล้วจะต้องแพ้ เพราะผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง แต่ผลคะแนนออกมาใกล้เคียงกันมาก เป็นการแสดงให้เห็นว่า ความนิยมของพรรคภท.มีมากขึ้น ทั้งๆที่พรรคไม่ได้หาเสียงเต็มที่ แต่ก็ดีใจที่แพ้แค่ 1 , 000 คะแนน เพราะหากพรรคพยายามมากกว่านี้คงจะได้ ส่วนจะมีการตรวจสอบบัตรที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนที่มีมากกว่า 6 , 000 ใบหรือไม่นั้น กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่
สำหรับการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดปราจีนบุรีในวันที่ 10 ม.ค.นี้ นายชวรัตน์ กล่าวว่า พรรคต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างแน่นอน แต่ยังบอกไม่ได้ และพรรคจะใช้เวลาหาเสียงมากกว่าที่ จ.มหาสารคาม ส่วนแกนนำจะลงพื้นที่หาเสียงด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูเวลาก่อน แต่คาดว่า จะลงไปช่วยมากกว่านี้
กกต.เผยประยุทธ์ยังติดเรื่องร้องเรียน
นาย ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 มหาสารคามเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า จาการรายงานผลปรากฏว่า นาย ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนมากเป็นอันดับหนึ่ง 111,394 อันดับสอง นาง คมคาย อุดรพิมพ์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยได้คะแนน 110,158 คะแนน และอันดับสาม นาย บุญธร อุปนันท์ พรรคแทนคุณแผ่นดินได้ 2,037 คะแนน โดยมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 65.84 มีบัตรดี 96.26 ใบ บัตรเสีย ร้อยละ 1.09 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 2.66
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ได้การเลือกตั้งมีเรื่องร้องเรียน 1 เรื่อง คือใส่ร้ายให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของ กกต.จว.โดย กกต.จะได้เร่งสอบสวนให้เสร็จภายใน 30 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จก็อาจจำเป็นต้องประกาศรับรองผลไปก่อน อย่างไรก็ตามคะแนนของผู้ชนะกับคนที่ได้ที่สอบ หากกันประมาณพันกว่าคะแนนนั้น หากมีมูลหรือมีข้อเท็จจริงก็สามารถนำมาร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ได้ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเรื่องเรียน
นายประพันธ์ กล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเขต 1 จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 2-3 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 12,000 คน ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับครั้งที่แล้ว ที่มีผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้า 8,000 คน ซึ่งหวังว่าในการเลือกตั้งจริงจะมี่ผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่า 60 %
ปัดจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาลกั๊กการเมืองไม่แน่
นายชวรัตน์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย อาจจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ใช่ว่า จะมีการเปลี่ยนขั้วตั้งรัฐบาล การจับมือหมายถึงการร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ที่ตนพูดคือให้ทุกพรรคไปในทิศทางเดียวกันสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ความต้องการของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน แต่หากมีการหารือกันแล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง ค่อยมาว่ากันจะเปลี่ยนขั้วหรือไม่ เพราะนี้เป็นเรื่องของซิกเซนส์
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีดูท่าทีไม่พอใจที่พรรคภท.ที่จะเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนยังไม่คิดที่จะเปลี่ยนขั้ว แต่สื่อถามนำ ตนก็ตอบว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ ซึ่งทุกอย่างทางด้านการเมือง ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ตอนนี้ต้องรอแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมีท่าทีไม่เห็นด้วย หากจะนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้ เพราะจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลุดคดี นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มีใครพูดว่า จะใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ส่วนที่พรรคเพื่อไทยต้องการที่จะใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ต้องมีการเรียกประชุมกัน แล้วต้องดูในที่ประชุมว่ากันอย่างไร หากไม่เห็นด้วยก็ต้องบันทึกว่า ไม่เห็นด้วย
เมื่อถามว่า ควรจะมีการเร่งรัดพรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป. ) ให้มีการหารือการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ในเมื่อของมันคาราคาซังอยู่ก็แก้ไขให้มันเรียบร้อยไม่ดีกว่าเหรอ จะได้ทำงานทำการกัน
ชทพ.รอคำตอบสุดท้ายจาก"สุเทพ"ก่อนจับขั้วพท.หนุนแก้รธน.
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตน เพื่อขอเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยร.ต.อ.เฉลิมบอกว่าได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายบรรหารแล้วก็เห็นด้วย จึงได้ขอเข้าพบนายบรรหาร
"ผมก็บอกว่าไปว่ายินดีที่จะพูดคุยในเรื่องนี้ เพราะในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่เห็นด้วยกับเรา แล้วมีอีกฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยและมีเจตนารมณ์เดียวกับเรา เราก็ไม่ได้ปิดกั้นและพร้อมที่จะพูดคุยและหารือร่วมกัน ซึ่งผมก็ได้เรียนเรื่องนี้ให้นายบรรหารทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาในการหารือร่วมกัน"นายสมศักดิ์ กล่าว
อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ประเด็นที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอให้แก้ไขคือมาตรา 190 เกี่ยวกับสนธิสัญญา และให้แก้ไขเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวนั้น ทางพรรคได้พิจารณาแล้วว่าเป็นประเด็นที่ไม่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม และน่าจะนำความสมานฉันท์และความสันติสุขมาสู่สังคมได้ อย่างมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคนั้นถือว่าเป็นประเด็นที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ และอาจจะสร้างความแตกแยกเกิดขึ้นทางพรรคจึงไม่เสนอให้มีการแก้ไข
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จะไม่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองด้วยเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภาที่แยกจากการบริหารงานของรัฐบาล และในขณะนี้รัฐบาลก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งใดๆ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนขั้วได้
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทยจับมือกันเพื่อขู่รัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ขู่ ประเด็นที่เสนอแก้ไขก็ไม่ได้นำไปสู่ความร้าวฉานหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ และเป็นการแก้ไขเพื่อส่วนรวม เพราะการเลือกตั้งก็ใกล้จะเกิดขึ้น นอกจากนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นเรื่องของรัฐสภา เมื่อพรรคแกนนำรัฐบาลไม่เห็นด้วย ในรัฐสภาก็ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆที่จะเห็นด้วย เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ด้วยการเข้าชื่อสมาชิกรัฐสภา 1 ใน 5 ของสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด ดังนั้นเราต้องแสดงหาความร่วมมือเพื่อมาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนเปิดประชุมสภาฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายสุเทพ ได้นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปทานข้าวเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 52 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นพรรคร่วมฯได้เสนอสิ่งที่อยากเสนอไป แล้วนายสุเทพก็บอกว่าขอนำความเห็นทั้งหมดไปหารือกันในพรรคประชาธิปัตย์ก่อน ดังนั้นก่อนเปิดประชุมสภาฯนายสุเทพก็ต้องมาแจ้งให้กับพรรคร่วมฯทราบว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เห็นอย่างไร แล้วตกลงหรือไม่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคชาติไทยพัฒนารอการตัดสินใจก่อนว่าจะเอาอย่างไร ถึงจะหารือกับร.ต.อ.เฉลิมใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ให้ทุกฝ่ายเสนอความเห็นมาก่อน แล้วเราค่อยมาตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร
พผ.หนุนแก้รธน.ตามกก.สมานฉันท์ติงแก้2ประเด็น
นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้รอนายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นแกนนำในการรวบรวมรายชื่อ ส.ว.ประสานมาก่อนเนื่องจาก มี ส.ว.ที่พร้อมจะร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย โดยจะเสนอเป็นญัตติเป็นร่างเดียวแต่แก้ไข 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีข้อสรุปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในสภา อย่าไปมองว่านักการเมืองแก้ไขเพื่อตนเอง แต่เราทำเพื่อให้นักการเมืองปฏิบัติงานให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
" ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล หากมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องแก้ไขทั้ง 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯได้มีมติ ไม่ใช่เสนอเฉพาะประเด็นที่ตัวเองมีประโยชน์จะถูกครหาได้ แต่เราเพิ่มอำนาจเพื่อขยายการทำงานให้กับประชาชน เราต้องวางรากฐานให้กับประเทศ ให้กับสังคม เหมือนเช่นการแก้ไขกฎหมายของสตง. ซึ่งเราก็ไม่ได้มองว่าสตง.เพิ่มอำนาจให้กับตัวเอง แต่เป็นการขยายอำนาจเพื่อการบริการให้กับประชาชน"นายสมเกียรติ กล่าว



