
"เทือก"มั่นใจแก้รธน.ชัดเจนก่อนเปิดสภาฯ
สุเทพ มั่นใจแก้รธน.ทุกอย่างจะชัดเจนก่อนสภาเปิด เชื่อปู่จิ้น ไม่ได้ขู่ ระบุ บรรหารเป็นถึงอดีตนายกฯ คิดได้ว่า พท. ต้องการ รธน. 40 เพราะอยากคืนสิทธิให้ ทักษิณ ขอบคุณประชาชน ที่เป็นพลังให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ปชป. ยังไม่มีมติเรื่องเขต แต่ยอมรับเห
(4ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจเปลี่ยนขั้วทางการเมืองว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องที่คนใด หรือพรรคใด พรรคหนึ่งจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ แต่การเมืองวันนี้ต้องคำนึงถึงประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศเป็นสำคัญ ซึ่ง ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจ มีระบอบประชาธิปไตยที่มีกฎเกณฑ์กติกา ที่เป็นมาตรฐาน โดยมีรัฐบาลทำงานให้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นั่นคือ ความคาดหวังของประชาชน เพราะฉะนั้นใครจะแหวกไปทำอะไร เป็นการเฉพาะคงยาก
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีที่แล้วรัฐบาลสามารถประคับประคองอยู่ได้ ก็เพราะพลังของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งก็ต้องขอบคุณประชาชนที่ยืนหยัดกันอย่างเหนียวแน่น เป็นพลังให้รัฐบาลในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้ และเชื่อว่าปีนี้พลังของประชาชนก็จะเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะเห็นแล้วว่าเมื่อประชาชนส่วนใหญ่แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของประเทศที่ชัดเจนก็ทำให้ฝ่ายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง องค์กรต่าง ๆ ก็จะต้องฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากภูมิใจไทยแล้ว ยังมีพรรคชาติไทยพัฒนาที่ออกมาเรียกร้องด้วย จะแก้ไขอย่างไร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องปรึกษาหารือกัน ทุกคนก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น แต่ต้องเอาเหตุผลเหล่านั้นมาถกกันแล้วแยกแยะให้ชัดเจน เพื่อให้ชาติบ้านเมืองอยู่ได้ และเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยเดินต่อไปได้
“ แต่ละพรรคไม่มีสิทธิที่จะคิดเห็นเฉพาะเรื่องของตัวเอง ทุกพรรคต้องปรึกษาหารือกัน ซึ่งผมคิดว่าหลังอีกไม่นานเราก็จะได้ปรึกษากัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้นัด เพราะกว่าสมัยประชุมสภาจะเปิดก็วันที่ 21 ม.ค. แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนก่อนสภาเปิดแน่นอน ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ถ่วงเวลาในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะบางพรรคเขาต้องการคำตอบที่รวดเร็ว แต่กระบวนการและกลไกของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน พรรคประชาธิปัตย์อาจจะอุ้ยอ้ายหน่อยในการตัดสินใจ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็แน่นอน ส่วนที่จะมีการนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาพิจารณาใหม่นั้น ความจริงรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และประเทศไทยเองก็แก้รัฐธรรมนูญกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ที่สำคัญการแก้ไขนั้นต้องมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ประโยชน์ของนักการเมือง ของพรรคการเมือง หรือของส.ส.
“ การที่จะเอารัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้ ถ้าใช้หมดทุกมาตรา ก็จะทำให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องที่กลุ่มคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังเรียกร้องอยู่ นั่นคือว่าผลจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 นั้นทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องติดคุก และทำให้ได้ทรัพย์สินคืนมาทั้งหมด รวมทั้งจะได้สถานภาพทางการเมืองกลับคืนมาทั้งหมด นั่นก็เป็นอีกมุขหนึ่ง ของการเรียกร้อง ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลต้องคิดให้มากหน่อยว่าจะเป็นอย่างไร จะให้เป็นไปตามนี้หรือไม่ ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะนัดนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ในวันที่ 10 ม.ค.นี้เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะมีความเห็นตรงกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ในทางการเมืองใครจะไปมาหาสู่กันก็ได้ทั้งนั้น ใครจะพูดคุยกับใคร ใครจะปรึกษาอะไรกับใครก็ได้ ไม่ได้หมายความว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไปหานายบรรหาร แล้วนายบรรหาร จะตกลงด้วยทั้งหมด
“ นายบรรหาร ก็เป็นถึงอดีตนายกฯ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ย่อมมองการเมืองออก เห็นหมดว่าเป็นอย่างไร เราไม่ต้องไปตื่นเต้นเรื่องที่จะมีการพบกัน ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่า อยากจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นวิธีใด ก็กำลังหาทางกันอยู่ ก็ขอให้ดูกันต่อไป ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้ แรงหนุนจะค่อนข้างมาก เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังแต่ละพรรคถูกเว้นวรรคทางการเมืองจะได้รับอานิสงค์กลับเข้ามาสู่การเมืองใหม่ได้ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งรีบไปคาดการณ์อะไร การเมือง ต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปรึกษาหารือกัน อย่าเพิ่งรีบมองอะไรไป และถือเป็นมุมมองหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของแต่ละมุมมอง ซึ่งมองได้หลายแง่มุม แต่ตนก็คงต้องถามว่าประเทศชาติได้อะไร ประชาชนได้อะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าก่อนเปิดสภาจะได้ข้อยุติหรือไม่ เพราะเกรงว่าปัญหานี้จะลุกลามไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการอภิปรายฯก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนคิดว่าไม่มีอะไรที่จะลุกลาม เชื่อมโยงกัน และตนเห็นว่าก่อนเปิดสมัยประชุม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้เตรียมตัวไปทำหน้าที่ในสภาได้
เมื่อถามว่าคำพูดของนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังมองในแง่ดีได้หรือไม่ ที่ขู่ว่าจะเปลี่ยนไปจับขั้วกับพรรคเพื่อไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไรในแง่ร้าย และไม่ได้มองว่าท่านข่มขู่ “ ผมทราบดีว่าพรรคร่วมรัฐบาลดิ้นรนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลอยากจะให้การเลือกตั้งเป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียวซึ่งผมเข้าใจดี แต่ก็อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าสามารถจะมีมติ หรือมีความเห็นอย่างนี้ได้ตรงกับพรรคร่วมรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญในรูปแบบนี้ ก็เป็นไปได้ และอาจจะมีความสำเร็จ พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ต้องไปดิ้นรนหาวิถีทางอื่น แต่ถ้าทำอย่างนี้ไม่ได้เขาก็ต้องไปหาแนวร่วมอย่างอื่น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าควรเป็นเขตใหญ่เรียงเบอร์ เพื่อป้องกันการทุจริต ซื้อเสียงเลือกตั้ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้ แต่ก็มีหลายคนในพรรคออกมาแสดงความคิดเห็น แต่ท้ายที่สุดแล้วตนคิดว่าเรื่องนี้พรรคก็คงต้องมีมติให้ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยผ่านการเลือกตั้งมาทั้ง 2 แบบแล้ว ก็น่าวิเคราะห์ได้ว่าอย่างไหนเหมาะสม เลขาฯพรรค กล่าวว่า แต่ละคนก็มีความเห็นต่างกัน ในพรรคก็มีคนที่มีความเห็นต่างกัน



