ข่าว

เลขาฯป.ป.ส. แจงกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน ครอบครอง "พืชกระท่อม"

เลขาฯป.ป.ส. แจงกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน ครอบครอง "พืชกระท่อม"

13 มิ.ย. 2563

เลขาฯป.ป.ส. แจงกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน ครอบครอง "พืชกระท่อม" พร้อมขั้นตอนรัดกุม ชี้ พร้อมเพิ่มพื้นที่หากชุมชนช่วยกันดูแล

13 มิ.ย.63 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้แจงว่าตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบหลักการกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาการควบคุมดูแลการใช้พืชกระท่อมโดยประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 58/2 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสังกัดกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานและกำหนดขั้นตอนในการดำเนินงานแล้ว

โดยหลักการสำคัญในการดำเนินงานคัดเลือกพื้นที่นำร่องคือ การมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน เพราะเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมดูแลไม่ให้มีการใช้พืชกระท่อมผิดวัตถุประสงค์ โดยมีขั้นตอนการกำหนดพื้นที่ 8 ขั้นตอน คือ

1. การประเมินและกำหนดพื้นที่เป้าหมาย

2. การชี้แจงทำความเข้าใจในพื้นที่

3. การจัดทำคำร้องเพื่อขอเตรียมพื้นที่

4. การจัดตั้งกลไก

5.สำรวจพื้นที่และบันทึกข้อมูลการขึ้นทะเบียนผ่านระบบสารสนเทศ

6. การจัดทำธรรมนูญชุมชน

7. การจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุมพืชกระท่อม และ

8. การจัดเวทีประชาคมธรรมนูญชุมชนและแผนปฏิบัติการ

ซึ่งคาดว่าทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จในห้วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ส. จะเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีมติให้ให้รัฐมนตรีว่าการทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษประกาศให้ท้องที่ใดเป็นท้องที่ที่ทำการเสพพืชกระท่อมได้ไม่เป็นความผิด โดยการเสพและการครอบครองพืชกระท่อมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง"

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า "ต้นกระท่อมแต่ละต้นที่ได้รับการอนุญาตให้ครอบครองตามกฎหมาย จะมีการจัดทำทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนและเก็บข้อมูลในการศึกษาวิจัยสารในพืชกระท่อมแต่ละต้นแต่ละสายพันธ์ว่ามีความสัมพันธ์กับพื้นที่และดินที่เพาะปลูกหรือไม่ อย่างไร เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือทางเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับพืชกระท่อมว่าต้องคำนึงถึงทั้งการใช้ประโยชน์และการป้องกันไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดควบคู่ด้วย

การกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน/ชุมชน จึงเป็นประโยชน์ในการศึกษารองรับนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ การประกาศพื้นที่ต้องผ่านการประเมินอย่างรัดกุมและเป็นไปตามขั้นตอน และอย่างที่กล่าวข้างต้นคือวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบเพื่อการศึกษา จึงต้องเริ่มต้นจากบางพื้นที่ก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม และสามารถทบทวนการปรับแนวทางการอนุญาตหรือกระบวนควบคุมกำกับดูแลได้ในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้ผิดวัตถุประสงค์"