
"เรือใบ"เฉือน"โบโร่"ลอยลำเอฟเอคัพ
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องจำใจลงแข่งนัดรีเพลย์อีกหนึ่งเกม หลังทำได้เพียงแค่บุกไปไล่ตามตีเสมอ "เดอะรอยัล" เรดดิ้ง 1-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ บุกไปเฉือนชนะ "เดอะโบโร่" มิดเดิลสโบรช์ 1-0 ตบเท้าผ่านเข้าสู่ร
ศึกฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 2 มกราคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยกพลบุกไปเยือนสนามมาเดจ์สกี สเตเดี้ยม ดวลแข้งกับ "เดอะรอยัล" เรดดิ้ง ทีมกลางตารางคะแนนลีกแชมเปี้ยนชิพ นัดนี้ "ราฟา" ราฟเอล เบนิเตซ กุนซือทีมเยือนตัดสินใจส่งนักเตะแข้งหลักลงเล่นเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โฆเซ เรนา, เจมี คาร์ราเกอร์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, เดรียจ์ เคาท์ รวมถึง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ซึ่งยืนล่าตาข่ายในแดนหน้าคู่กับ ดาวิด เอนก็อก
เริ่มเกมไปได้เพียง 24 นาที "หงส์แดง" กลับต้องเป็นฝ่ายโดนยิงขึ้นนำไปก่อน 0-1 หลัง โจบี แม็คอานัฟฟ์ เปิดบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษ แม้ลูกบอลทำท่าว่าจะพุ่งออกหลังเส้นประตู แต่ทว่า เกอร์เซกอร์ซ ราเชียค สามารถใช้เท้าตวัดบอลเข้ากลางให้ ไซมอน เคิร์ช วิ่งเข้าชาร์จบริเวณหน้าปากประตูเข้าสู่ก้นตาข่ายไปแบบง่ายดาย หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายตามทวงคืนได้สำเร็จจากลูกยิงของ สตีเวน เจอร์ราร์ด นาที 36 จบครึ่งแรก เสมอ 1-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง รูปเกมของ "หงส์แดง" ด้อยกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีการแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว 2 มิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง อัลแบร์โต อคีลานี และ ยอสซี เบนนายูน ลงไปช่วยทำเกมรุก แต่ทว่าสถานการณ์ของทีมเยือนก็ยังไม่ดีขึ้น แม้จะมีโอกาสลุ้นพังประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากลูกโหม่งของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แต่ทว่าลูกบอลกลับหลุดออกนอกกรอบไปแบบน่าเสียดาย จบ 90 นาที เสมอ 1-1 ส่งผลให้เกมคู่นี้ต้องแข่งใหม่ในเกมรีเพลย์อีกหนึ่งนัด โดย "หงส์แดง" จะได้สิทธิ์เป็นเจ้าบ้านลงเล่นในสนามแอนฟิลด์ของตัวเอง เพื่อตามหาผู้ชนะที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
หลังจบเกม ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขันในเกมนัดนี้ เพราะทำให้ต้องลงเล่นในเกมแข่งใหม่นัดรีเพลย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มโปรแกรมการแข่งขันให้ทีมของเขาอีกหนึ่งนัด แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าลูกทีมของเขาจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในเกมนัดแข่งใหม่ที่สนามแอนฟิลด์ของตัวเองได้สำเร็จ พร้อมกับตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก เพื่อโอกาสลุ้นคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยรายการนี้เหมือนอย่างที่ได้มีการตั้งเป้าเอาไว้นั่นเอง
"ผมรู้สึกผิดหวังมาก เพราะเราไม่ต้องการมีเกมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งนัด แต่เราก็มีโอกาสที่จะเป็นฝ่ายชนะในเกมนัดรีเพลย์สูงมาก ผมเชื่อมั่นว่าลูกทีมทุกคนจะสามารถทำผลงานในเกมนัดแข่งใหม่ที่สนามแอนฟิลด์ได้ดีกว่าเกมนัดนี้อย่างแน่นอน เพื่อโอกาสลุ้นแชมป์ฟุตบอลรายการนี้ที่เป็นเหมือนเป้าหมายสูงสุดของเรา" เบนิเตซ กล่าว
ด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมลูกหนังมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบ 4 ได้สำเร็จ หลังบุกไปเฉือนชนะ "เดอะโบโร่" มิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมดังแห่งลีกแชมเปี้ยนชิพ ถึงถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม 1-0 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจากฝีเท้าของ เบนจานี เอ็มวารูวารี นาที 45 ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมระดับหัวแถวของลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ลอยลำผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้เหมือนกัน หลังเปิดสนามไวท์ ฮาร์ท เลน ไล่ต้อนชนะ ปีเตอร์โบโร่ ทีมบ๊วยท้ายตารางคะแนนลีกแชมเปี้ยนชิพ 4-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 4 ลูกจาก นิโก ครันชาร์ คนเดียว 2 เม็ด นาที 35, 57, เจอร์เมน เดโฟ นาที 70 และลูกจุดโทษของ ร็อบบี คีน นาที 90
สำหรับผลคู่อื่น วีแกน ชนะ ฮัลล์ 4-1, แอสตัน วิลล่า ชนะ แบล็คเบิร์น 3-1, แบล็คพูล แพ้ อิปสวิช 1-2 , โบลตัน ชนะ ลินคอล์น 4-0, เอฟเวอร์ตัน ชนะ คาร์ไลส์ล 3-1, ฟูแล่ม ชนะ สวินดอน 1-0, ฮัดเดอร์ฟิลด์ แพ้ เวสต์บรอมวิช 0-2, เลสเตอร์ ชนะ สวอนซี 2-1, มิลล์วอลล์ เสมอ ดาร์บี้ 1-1, มิลตัน คีย์นส์ ดอนส์ แพ้ เบิร์นลีย์ 1-2, ฟอเรสต์ เสมอ เบอร์มิงแฮม 0-0, พลีมัธ เสมอ นิวคาสเซิล 0-0, ปอร์ทสมัธ เสมอ โคเวนทรี 1-1, เปรสตัน ชนะ โคลเชสเตอร์ 7-0, สคันธอร์ป ชนะ บาร์นสลีย์ 1-0, เชฟฯ เวนส์เดย์ แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-2, เซาแธมป์ตัน ชนะ ลูตัน 1-0, สโต๊ค ชนะ ยอร์ค 3-1, ซันเดอร์แลนด์ ชนะ บาร์โรว์ 3-0, ทอร์คีย์ แพ้ ไบร์ทตัน 0-1 ส่วน 3 คู่ที่เหลือ บริสตอล ซิตี พบ คาร์ดิฟฟ์, แอคคริงตัน พบ จิลลิงแฮม, เบรนท์ฟอร์ด พบ ดอนคาสเตอร์ เลื่อนการแข่งขันทั้งหมด



