
โพลล์ชี้ผลงานตร.ลดลงคนกรุงให้แค่คาบเส้น
เอแบคโพลล์ ชี้ คะแนนนิยมของคนกรุงเทพฯที่มีต่อตำรวจอยู่ในลักษณะปริ่มน้ำ ความพอใจในการทำงานจาก7เหลือแค่5.79คะแนน ทั้งทำงานอืดล่าช้าสร้างความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน
(2ม.ค.) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจภาคสนาม หัวข้อ “ความหวาดกลัวต่ออาชญากรรมของคนกรุงเทพมหานคร” ภายหลังเปลี่ยนแปลงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ศึกษาตัวอย่างประชาชนที่ใช้บริการสถานีตำรวจนครบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,713 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2552-1 มกราคม 2553 พบว่า ตัวอย่างประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 ระบุติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยอาชญากรรมผ่านสื่อมวลชนทุกสัปดาห์ สำหรับการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับภัยอาชญากรรมที่ประชาชนรับรู้ผ่านสื่อมวลชนเป็นประจำพบว่า ร้อยละ 80.0 ระบุข่าวเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ร้อยละ 72.2 ระบุการฆาตกรรม ร้อยละ 58.7 ระบุการข่มขืน ร้อยละ 48.4 ระบุการทะเลาะวิวาท และร้อยละ 47.9 ระบุข่าวเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย
เมื่อสอบถามถึงประสบการณ์ของประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายเดือดร้อนจากปัญหาในลักษณะต่างๆ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาพบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 20.7 ระบุปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด รองลงมาคือร้อยละ 18.7 ระบุสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ร้อยละ 14.0 ระบุทำร้ายร่างกาย ร้อยละ 8.0 ระบุชิงทรัพย์ และร้อยละ 6.2 ระบุปล้นทรัพย์ ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังเคยมีประสบการณ์เป็นผู้เสียหายในลักษณะอื่นๆ อาทิ การปล้นทรัพย์ /ทำลายทรัพย์สิน /ถูกข่มขู่/ฉ้อโกง เป็นต้น
เมื่อถามถึงการพบเห็นตำรวจเข้ามาตรวจตราความปลอดภัยในหมู่บ้านหรือชุมชนที่ตนเองพักอาศัยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดือนสิงหาคม พบว่า มีจำนวนประชาชนที่เคยพบเห็นตำรวจเข้ามาตรวจตราความปลอดภัยในชุมชนของตน ลดน้อยลง จากร้อยละ 73.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 62.3 ที่น่าเป็นห่วงคือ มีตัวอย่างประชาชนที่รู้สึกหวาดกลัวอันตรายจากโจรผู้ร้าย เมื่อต้องเดินตามลำพังในชุมชนที่ตนเองพักอาศัยในเวลากลางคืนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 72.6 ในเดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 77.3 ในการสำรวจครั้งล่าสุดนี้ นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.6 ยังเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะมีตำรวจสายตรวจออกมาประจำจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อส่งประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยยามค่ำคืน
“ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบว่า ใช้เวลาเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเฉลี่ยประมาณ 35.32 นาที ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเดินทางไปยังที่เกิดเหตุหลังรับแจ้งจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากการสำรวจเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมใช้เวลาในการเดินทางโดยเฉลี่ย 22.78 นาที ในบางพื้นที่พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลานานกว่าชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงที่เกิดเหตุหลังประชาชนแจ้งขอความช่วยเหลือ” ดร.นพดล กล่าว
ผลวิจัยยังพบด้วยว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยความพอใจโดยภาพรวมของประชาชนต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหน่วยต่างๆ เมื่อขอความช่วยเหลือลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากการสำรวจ โดยพบว่าค่าเฉลี่ยความพอใจของประชาชนต่อตำรวจ 191 เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน ลดลงจาก 7.00 คะแนน ในเดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ 5.79 คะแนน ในการสำรวจครั้งล่าสุด ขณะที่ตำรวจท้องที่ประจำสถานีตำรวจได้รับคะแนนเฉลี่ยความพอใจลดลง จาก 6.98 8 คะแนน มาอยู่ที่ 5.00 คะแนน เท่านั้น



