
มูลนิธิกระจกเงายกเรื่องไสยศาสตร์กับคนหาย ปมมีพระ หมอดูช่วยชี้เป้าคดีน้องชมพู่
มูลนิธิกระจกเงายกเรื่องไสยศาสตร์กับคนหาย ปมมีพระ หมอดูช่วยชี้เป้าคดีน้องชมพู่ ชี้ เชื่อมโยงกันได้แต่ไม่ควรล้ำเส้นหรือปรักปรำ
ความคืบหน้าคดีน้องชมพู่เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา บนภูเหล็กไฟในพื้นที่ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็เข้า 1 เดือนเต็มแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
อ่านข่าว : ผล DNA ข้างศพ "น้องชมพู่" ออกแล้ว "ลุงพล" หวั่นเจอหมายจับ วอนตำรวจอย่าจับแพะ
ด้านมูลนิธิกระจกเงา ได้มีการทวิตฯ ข้อความพูดถึงกรณีน้องชมพู่ ในเรื่องของไสยศาสตร์กับคนหาย จากกรณีที่มีพระ รวมไปถึงหมอดูต่างๆ อ้างมีนิมิตมองเห็นคนร้าย และจุดก่อเหตุ ชี้ เชื่อมโยงกันได้แต่ไม่ควรล้ำเส้นหรือปรักปรำ ซึ่งทางมูลนิธิระบุด้วยว่า ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยเจอคนหายจากไสยศาสตร์เลย เจอคนหายจากหลักฐานและความพยายามของทุกฝ่ายมากกว่า
มูลนิธิกระจกเงา ระบุเพิ่มเติมว่า ผลชันสูตรศพที่แตกต่างกันตามข่าว จะเกิดคำถามถึงผลการชันสูตรศพในคดีอาชญากรรมอื่นๆ ที่ผ่านมา ที่คนร้ายอาจลอยนวลหรือจับแพะ เพราะผลชันสูตรมันชี้นำการสืบสวนสอบสวนด้วย
ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดจะค่อยๆ คลี่คลาย จากพยานหลักฐาน จากเวลา จากการเอาจริงเอาจังในการติดตาม และจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การด่วนสรุปเกินไปมีผลเสียต่อรูปคดี ต่อผู้เสียหาย ต่อผู้ต้องสงสัย ต่อผู้กระทำความผิด แม้กระทั่งความยุติธรรมต่อเด็กหายเอง
นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างเคสหนึ่ง ว่าเคยมีคดีเด็กหายรายหนึ่ง ร่างทรงบอกเด็กอยู่ในน้ำมีก้อนหินใหญ่ทับอยู่ ต้องสูบน้ำจากสระลงนาข้าวชาวบ้านเป็นความขัดแย้งในชุมชนอีก พอน้ำแห้งต้องหาทางขยับหินใช้เวลาอยู่ 2 วัน สุดท้ายหินไม่ขยับเลยเพราะก้อนใหญ่มาก อีก 5 วันต่อมาพบเด็กที่อื่นและเด็กไม่ตาย



