ข่าว

"เสธ.จง"ไขก๊อกพ้นกองทัพส่อเข้าเพื่อไทย

"เสธ.จง"ไขก๊อกพ้นกองทัพส่อเข้าเพื่อไทย

02 ม.ค. 2553

"ทัดเทียม เยี่ยมนคร” หรือ พล.อ.จงศักดิ์ ”คนตั้งฉายา“ไอ้แม้ว” ให้ “ทักษิณ” ไขก็อกลากองทัพ ยันไม่ได้น้อยใจ แต่รับไม่มีงานทำ แบะท่าเล่นการเมืองแน่ ส่อเข้า “ เพื่อไทย ” ตาม “ บิ๊กจิ๋ว ” นายเก่า

 (1ม.ค.) พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ประธานที่ปรึกษารมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์รายการ “ลับ ลวง พราง” ทางสถานีวิทยุ 100.5 ว่า ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 53 โดยตนต้อง1. ขอบคุณผู้บังคับบัญชา ที่ให้ตำแหน่งอัตราจอมพล คือประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ขออนุมัติครม. ก็เป็นตำแหน่งมีเกียรติ แต่งานไม่ค่อยมี 2. มีเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับราชการที่ต้องสะสาง หากยังอยู่ในตำแหน่ง ก็ทำอะไรไม่ค่อยสะดวก เช่น จะไปนอก(ต่างประเทศ) ก็ต้องลา อีกทั้งมีพรรคพวกที่ทำอะไรร่วมกันเยอะ ก็เลยขออนุญาตลาออก เป็นเหตุผลส่วนตัว ไม่มีน้อยเนื้อต่ำใจ ชีวิตตนไม่เคยมี แต่อยากได้อิสรภาพมากกว่า โดยเกษียณแล้ว ยังทำงานเป็นเลขานุการมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดที่มี พล.องประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธาน

 เมื่อถามว่า มีแผนเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า คงจะรอสักพัก ให้อะไรชัดเจน แล้วค่อยคุยกัน ก็มีคนมาเกี้ยวเยอะ คงไม่ปฏิเสธหรอก ส่วนได้เล็งพรรคไหนที่ตรงกับอุดมการณ์ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปถามประชาชนก่อนว่าพรรคไหนดี

 เมื่อถามว่า ต้องดูว่าเป็นพรรคใหญ่หรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ประการแรก ถ้าจะเลือกพรรคการเมือง คือเราเป็นคนไม่มีผลประโยชน์ ก็คงเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์ อยู่กับประชาชน ตนไม่ชอบลับ ลวง พราง บ้านเมืองเรา มันลับมาเยอะ มันมึนหมดแล้ว ถึงเวลาจะทำ ก็ต้องเปิดเผย เมื่อถามต่อว่าได้ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หรือใคร หรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า สมัยรับราชการ มีอะไรก็จะทำนายก่อน แต่เมื่อมาเป็นประชาชน ก็ต้องถามนายคือประชาชนก่อน บางทีเราอยู่ตำแหน่งสูงๆ หากเราไม่ติดดิน ก็จะไม่รู้ว่า ข้างนอกเป็นอย่างไร

 เมื่อถามถึงจะถามประชาชนทางไหน พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่แบกบ้านเมืองในบ่าตนทั้งหมด ประชาชนคือชาวบ้าน ตนโตมาจากชนบท ไม่ใช่โตมาจากในเมือง จะกลับบ้านไปถามเค้า ตนเป็นคนเหนือ จ.น่าน ส่วนท่านเองมีพี่เลิฟหลายคน กับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เป็นอย่างไร พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า “ พี่ๆ เค้ารู้จักผมดี ผมเป็นคนแยกแยะ ข้อคิดผมจะชัดเจน ไม่เอาใจนาย จะพูดอะไรให้นายฟังเป็นเหตุ-เป็นผล เรื่องการเมืองก็เหมือนกัน ผมจะพูดอะไรเพื่อให้ข้อคิด ไม่ได้ตามใจท่านทุกอย่าง และท่านก็ไม่เคยว่า โดยเฉพาะรมว.กลาโหม แม้จะทำงานร่วมกัน แต่ไม่เคยคุยเรื่องการเมืองเลย ”

 เมื่อถามว่า หากพล.อ.ชวลิตมาชวนเข้าเพื่อไทย จะไปหรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ ตกล่าวว่า ก็เรียนแล้ว ลูกเขยตนก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่มันคนละเรื่อง คนเราคบหากัน เรื่องการเมืองเป็นเรื่องอาสา อย่าคุยเรื่องที่ขัดแย้งกัน ไม่มีปัญหาหรอกครับ เมื่อถามย้ำว่า ลูกเขยอยู่ประชาธิปัตย์-พ่อตาอยู่เพื่อไทย พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า นี่พยายามจะพูดว่าตนไปพรรคเพื่อไทย

 เมื่อถามต่อว่า มีข่าวพล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผบ.ทบ.เพื่อนร่วมรุ่นตท. 9 เข้าไป พรรคเพื่อไทยแล้ว และบอกว่าท่านจะเข้าตามมา พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีครับ รอเวลาสักนิด ส่วนที่ตอนนี้มีพรรคเพื่อไทยมีทหารเยอะ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ครับ มีเยอะ

 เมื่อถามว่า มองพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าดีนะ ยังเคยคุยกับลูกเขยว่า ควรไปเริ่มต้นเป็นผู้แทนกับประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคที่มีธรรมเนียมที่ดี ทุกพรรคมีข้อดี-ข้อเสีย แต่ข้อไม่ดีของเค้าคือ บางคนมีศักยภาพในสังคมมาก แต่พอเข้าไปในประชาธิปัตย์ ต้องไปนับหนึ่งใหม่ บางท่านก็อึดอัด ดังนั้นจะเข้าประชาธิปัตย์ ต้องเข้าไปตั้งแต่เด็กๆ ลูกเขยเข้าไป ก็เข้าไปของเค้าเอง เค้าเรียนสูงกว่าผมอีก มี 2 ปริญญา

 เมื่อถามว่า พรรคไหนได้พล.อ.จงศักดิ์ไป เพราะเป็นฝ่ายบุ๋นถึง 3 ชั้น ในกองทัพรู้มือดี ความคิดไม่ธรรมดา พล.อ.จงศักดิ์ ตกล่าวว่า สถานการณ์บางทีก็เปลี่ยนแปลงไป ตนเคารพนายทหารรุ่นใหม่ๆ ก็เก่งกันทุกคน

 เมื่อถามว่า เคยวิจารณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไปอยู่ตรงนั้น ( หมายถึงพรรคเพื่อไทย) ได้หรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อนกัน ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เรียนมงฟอร์ตรุ่นใกล้กัน เค้าอายุแก่กว่าตนหลายเดือน “ ผมเป็นคนตั้งชื่อ “ ไอ้แม้ว ” แต่ท่านเป็นคนเก่ง ”

 เมื่อถามถึงฝีมือการเขียนหนังสือ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนรักมาก สมัยก่อนเขียนเพราะเป็นหน้าที่รับผิดชอบ ก็มีหลายคนมาขอให้เขียน บางทีความคิดเราไม่ตรงกับบางคน แต่เมื่อเกษียณแล้ว มีเวลาก็จะช่วยชี้แนะสังคมบ้าง

 เมื่อถามอว่า จะเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือขอกลุ่มนปช.หรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปอยู่กับใคร อย่าเพิ่งไปพูดเลย มันไม่ดี มันไม่มีอะไรหรอก หากจะเล่นการเมือง อย่าไปคิดถึงการประหัตประหาร ประเทศที่เจริญแล้วก็ไม่เห็นทะเลาะกัน คนหนึ่งช่วงอายุหนึ่ง อาสารับใช้บ้านเมือง เมื่อเสร็จแล้วก็จบ จิตใจเราต้องสูงพอ ถ้าอยู่ในระบอบประชาธิปไตย

 เมื่อถามว่า จะนำไปสู่การเมืองแนวใหม่ได้อย่างไร พล.อ.จงศักดิ์ ตอบว่า ลองคุยเด็กๆ ดู อายุสัก 20-30 กว่า ส่วนใหญ่มีความรู้สึกแบบนี้กันมาก การเมืองน้ำเน่าเก่าๆ คือการแย่งชิง ประหัตประหารกัน แต่การเมืองใหม่ คือการอาสา ไปรับใช้ประชาชน ญี่ปุ่นเปลี่ยนรัฐบาลไม่รู้กี่รัฐบาลก็ไม่เห็นเป็นอะไร ส่วนหวังอะไรจากการเล่นการเมือง พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ใครมาชวน ก็จะพูดแบบนี้ เราเกษียณแล้ว ไม่อยากประหัตประหาร เรื่องการสมานฉันท์ต้องคิดให้ดี ไม่ใช่พูดเอาโก้อย่างเดียว จิตใจคนพูดต้องดีด้วย

 เมื่อถามต่อว่า แนวคิดจะสมานฉันท์เป็นอย่างไร พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า 1. ตัวคนสมานฉันท์ ต้องสำรวจตัวเองก่อน ตนเคยคุยกับผู้ใหญ่หลายท่าน หากเราตั้งไว้ 100 ได้สัก 70-80 ก็พอแล้ว 2. การสมานฉันท์ต้องมีคนกลาง ไม่มีสมานฉันท์ที่ไหนในโลก ไม่มีคนกลาง ต้องหาคนกลางให้ได้ คนกลางต้องมีจิตใจสูงส่ง บ้านเมืองเราที่อึมครึมมันต้องหาคนกลาง เมื่อถามว่า ฝั่งไหนที่เงื่อนไขยากที่สุด พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ถ้าถามตน ตนไม่ทราบ เพราะในใจเค้า เราจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าคิดอะไร

 เมื่อถามว่า รู้จักกับพ.ต.ท.ทักษิณเคยเกลี่ยกล่อมให้สมานฉันท์หรือไม่ พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า หากมีโอกาสคุยกับใคร ก็จะคุยแบบนี้ เพราะรักบ้านเมืองคนหนึ่ง แต่ทุกคนทิฐิจะสูงมาก ถ้ารู้ว่ากูจะแน่ จะไม่ยอม แต่เมื่อไหร่ที่คิดว่ากูจะแย่ ถึงจะยอม ก็บอกลองเปลี่ยนวิธีคิดได้หรือไม่ เชื่อ-ไม่เชื่อก็แล้วแต่ เพราะข้อมูลมันต่างกัน พื้นฐานการคิดเหมือนกัน แต่ข้อมูลมันต่างกัน ได้ข้อมูลต่างที่กัน บ้านเมืองเราจะไปมากกว่านี้ หากเราทำการเมืองเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว จะไปไกลกว่านี้ ประเทศเราได้เปรียบประเทศรอบข้าง

 เมื่อถามว่า ที่เค้าพูดกันว่าจะนองเลือด มีมุมมองอย่างไร พล.อ.จงศักดิ์ กล่าวว่า โอกาสเกิดมีมั๊ย ถามตนวินาทีนี้ ก็บอกว่ามี และทำให้ไม่เกิดได้มั๊ย มันก็ได้ มันอยู่ที่อารมณ์ของคน คนไทยส่วนใหญ่เวลานี้ ถ้าคิดเป็น จะสงบกว่านี้ คือ 1. ต้องมีประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ตราบใดที่แต่งตั้งคนนั้น-คนนี้โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง อะไรก็ตาม พื้นฐานต้องมาจากการเลือกตั้ง

 “ ผมไม่ได้บอกว่า เอาปี 2540 มาใช้ แต่ทำให้มันเป็นประชาธิปไตย ผมเห็นด้วยกับหมอประเวศ ที่ว่า จะร่างรัฐธรรมนูญ อย่าเพิ่งตั้งกรรมการร่าง ให้กลับไปที่ชุมชนก่อนว่าคิดอย่างไร และค่อยๆ ขึ้นมา ใช้เวลาหน่อยไม่เป็นไร 2. เรื่องความยุติธรรม 3. ความเสมอภาคกัน คนหนึ่งปฏิบัติอย่างนี้ อีกคนปฏิบัติอย่างนี้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ รัฐบาลหรือใครก็ตามที่รับผิดชอบ ควรเริ่มทำความเข้าใจ ถ้าทำได้ 3 สิ่งนี้ อยู่ไปเถอะครับ 8 ปี 10 ปี ทักษิณเป็นเพียงสัญลักษณ์การต่อสู้เฉยๆ ผมไม่ได้แช่งนะ เกิดนั่งๆ อยู่ เป็นลมตาย ถามว่ากระบวนการต่อสู้หยุดหรือไม่ มันก็ไม่หยุด เพราะเป็นความรู้สึกสะสมตลอด อยากให้ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบหันมามอง และสร้างประชาธิปไตย-สร้างความเสมอภาค-สร้างความยุติธรรม ” พล.อ.จงศักดิ์ กล่าว และว่า ที่ผ่านมา เป็นความห่วงใยของคนแต่ละกลุ่ม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ห่วงประเทศแบบหนึ่ง แต่ละคนก็ห่วงคนละแบบ ถ้าเราจะสมานฉันท์ ต้องมานั่งคุยกัน อาจจะเพ้อฝันบ้าง แต่ก็ต้องคุยกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ได้ยื่นหนังสือลาออกในตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล)ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 53 โดยสาเหตุหลักเนื่องจากผิดหวังในการโยกย้ายนายทหารที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.อ.จงศักดิ์ อยู่ในไลน์ที่จะต้องได้รับพารพิจารณาปรับย้ายให้ขึ้นเป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม แต่กลับดันให้เป็น ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม

 ที่ผ่านมา พล.อ.จงศักดิ์ ถือเป็นนายทหารที่มีผลงานและทำงานเข้าตามาตลอดแต่โดน พล.อ.พหล สง่าเนตร (ตท. 8 )ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม แย่งตัดหน้าไป อีกทั้ง พล.อ.จงศักดิ์ มีแนวคิดหลังเกษียณที่ต้องการจะลงเล่นการเมืองอยู่แล้ว เพราะ โดยส่วนตัวสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะคนเหนือ และเรียนโรงเรียนมงฟอร์ตด้วยกัน อีกทั้งพล.อ.จงศักดิ์ เป็นนายทหารที่ใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เคยนำกำลังไปพังบ้านสวนพูลของ รมว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ สมัยมีเหตุขัดแย้งกับ พล.อ.ชวลิต ซึ่งขณะนั้น พล.อ.จงศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.พัน.รบพิเศษที่ 3 ป่าหวาย