
"อภิสิทธิ์ "แจงยกเลิกระบบโซนนิ่งจัดซื้อนมร.ร.ให้ท้องถิ่นซื้อกินเอง
"อภิสิทธิ์" ลั่นยกเลิกโซนนิ่งนมร.ร. จัดงบให้ท้องถิ่นซื้อเอง เล็งขยายให้เด็กดื่มถึงป.6 เชื่อแก้ปัญหานมดิบล้นตลาดได้ ขณะที่ นักวิชาการ ม.แม่โจ้ ชี้ทุจริตนมเริ่มปี 40 เหตุงบล่อใจสูงกว่า 6 พันล้าน
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถึงสถานการณ์ปัญหานมโรงเรียนว่า ต้องสะสางปัญหาการทุจริต หรือการสมยอม หรือที่เรียกกันว่าฮั้ว โดยมีการไปตั้งเงื่อนไขในเรื่องของการประมูล หรือการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องของนม ซึ่งไปจำกัดในเรื่องของเขตพื้นที่ ขณะนี้คือว่าจะมีการยกเลิกเงื่อนไขเหล่านี้ แล้วจะให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ คำนวณงบประมาณเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจะจัดให้แน่นอน รวมทั้งการควบคุมคุณภาพมาตรฐานของนม และความยืดหยุ่นในการส่งนมข้ามเขต
"จะมีแผนของการปรับในเรื่องของนม สัดส่วนของนมกล่องจะเพิ่มขึ้น และลดในสัดส่วนของนมถุงลงไป โดยจะพยายามดูแลไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการรายย่อย" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพบปะกับพี่น้องเกษตรกรในเรื่องของโคนม น้ำนมดิบ แล้ว คิดว่าขณะนี้น่าจะได้ทางออก คือว่าตลาดที่จะรองรับน้ำนมดิบ ถ้าเราขยายการดื่มนมในโรงเรียนจากที่เราให้เด็กเล็กจนถึงป.4 ขยายไปถึง ป.5-ป.6 และให้ดื่มปีหนึ่ง 265 วัน ตรงนี้ถ้าพูดจากตัวเลขปริมาณแล้วจะรองรับผลผลิตได้
ขณะที่ ดร.ดำรง ลีนานุรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางสัตว์ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ปัญหานมโรงเรียนเน่าเสียและมีการทุจริต ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2540 โดยจัดสรรงบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท ให้โรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อ
"ช่วงนั้นมีการแข่งขันกันรุนแรงเพื่อแย่งชิงน้ำนมดิบและแข่งประมูลโครงการนมโรงเรียนกันดุเดือด มีการขยายฐานประมูลนมโรงเรียนข้ามเขต ด้วยค่าการตลาดที่สูงและต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะทำให้ผู้ประกอบการหันมาลดต้นทุนโดยใช้นมผงผสมน้ำ" ดร.ดำรงกล่าว



