ข่าว

"ชวน”มั่นใจกกต.ตัดสินคดีเงินบริจาคตามจริง

"ชวน”มั่นใจกกต.ตัดสินคดีเงินบริจาคตามจริง

02 ม.ค. 2553

“ชวน” ปราม “นปช.” ไม่ควรเคลื่อนไหวกดดัน “กกต.” ชี้ ข้อหาคนละกรณีกับพรรคที่ถูกยุบ มั่นใจ “กกต.” ไม่หวั่นไหว คำขู่ และตัด สิน “คดีเงินบริจาค” ตามจริง จี้ “ตำรวจ” ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย “เคารพเครื่องแบบ”

(2ม.ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เคลื่อนไหวกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในคดีบริจาคเงินของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทว่า ความจริงแล้วการไปคุกคามกกต.ว่าถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเผาสำนักงานกกต.หรือจะไปเล่นงานกกต.ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ซึ่งการใช้คำว่ามาตรฐานเดียวกันจะต้องดูให้ดี ไม่ใช่ว่าพรรคหนึ่งถูกยุบแล้วอีกพรรคต้องถูกยุบไปด้วยจึงจะถือว่ามาตรฐานเดียวกัน แต่คำว่าสองมาตรฐานต้องหมายถึงว่า การกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่ตัดสินไม่เหมือนกัน เช่นซื้อเสียงเลือกตั้งเหมือนกัน แต่ยุบพรรคหนึ่ง แล้วไม่ยุบอีกพรรคหนึ่ง แต่การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ข้อเท็จจริงเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นต้องพิจารณาว่าองค์ประกอบนั้นเป็นความผิดถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่

 “ไม่ว่าพรรคการเมืองหรือสื่อก็ตาม ต้องให้สิทธิของกกต.ในการวินิจฉัย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิด ก็ต้องรับโทษกฎหมาย แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำผิด ก็ไม่ถูกลงโทษ ไม่ใช่กลัวกระแสกดดัน หรือแรงกดดัน คุกคามข่มขู่ และต้องทำตามที่เขาต้องการนั้น ไม่ได้ เท่าที่อ่านหรือฟังมา บางทีตั้งโจทย์ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ถือว่าช่วยกัน ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ ในฐานะเคยสู้คดียุบพรรคมา กว่าจะสู้มาได้ ต้องพิสูจน์ความจริง และให้เกียรติองค์กร เรื่องยุบพรรคเป็นเรื่องยาว ไม่ใช่ยาวเพราะมีใครไปยืด แต่กระบวนการต้องผ่านอัยการ ต้องผ่านตุลาการ ไม่ได้จบแค่กกต.เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครวินิจฉัยผิดพลาด มีภาระต้องรับผิดชอบ ดังนั้นผมคิดว่า กกต.พิจารณาให้รอบคอบตามข้อเท็จจริง แล้วเมื่อวินิจฉัยอย่างไรก็ไม่มีปัญหา ใครทำผิดต้องลงโทษ แต่ถ้าไม่ผิด ก็ไม่ใช่ไปกลัวคำข่มขู่และต้องลงโทษเพียงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งกดดัน ผมเชื่อว่ากกต.คงไม่หวั่นไหวถึงขนาดนั้น” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงจะนำเอาประเด็นนี้ไปขยายผลจนอาจนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไปห้ามไม่ได้ โดยจะเป็นความพยายามปลุกปั่นให้รุนแรงก็ตาม ซึ่งเชื่อว่ามีความพยายามทำอยู่ แต่ตนไม่เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศจะเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้เสมอไป แต่สำคัญที่สุดคือ บ้านเมืองมีกรอบของกฎหมายดูแลอยู่ และรัฐบาลต้องดูแลรับผิดชอบให้คนได้มั่นใจว่าบ้านเมืองนี้ปกครองด้วยกฎเกณฑ์กติกา ใครทำไม่ถูกต้อง จะต้องรับโทษ ใครทำถูกต้องจะต้องได้รับความคุ้มครอง และตนได้เตือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เสมอว่าขอให้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด เพราะที่ผ่านมาตำรวจบางส่วนก็หวาดกลัว หวั่นไหวไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่บางส่วนก็ฝักใฝ่กับบางฝ่ายจนไม่กล้าทำอะไร ดังนั้นคนเป็นตำรวจก็ควรจะเคารพต่อเครื่องแบบและภาระหน้าที่ของตัวเองด้วย