ข่าว

สังเวยเทศกาลปีใหม่ 3วันตาย 168ศพ

สังเวยเทศกาลปีใหม่ 3วันตาย 168ศพ

01 ม.ค. 2553

ปภ.3 วันในช่วง 7 วันอันตรายสังเวย 168 ศพ บาดเจ็บ 1,988 สั่งคุมเข้มเด็กแว้นหวั่นยอดตายพุ่ง ผอ.ร.ร.เมืองนราฯพาเมีย-ครูโรง เรียนเดียวกันไปทำธุระ ซิ่งฝ่าแผงกันรถไฟไม่พ้น เจอม้าเหล็กขยี้ดับ 3 คน ส่วนที่ จ.เลย ร.อ.วัย 77 เลี้ยว จยย.กะทันหันโดนเก๋งชนสิ้นใจคาที่

(1ม.ค.) ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงข่าวว่า จากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “7 วันขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน” เกิดอุบัติเหตุรวม 709 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมา 142 ครั้ง ร้อยละ 16.69 ผู้เสียชีวิต 77 คน ลดลง 6 คน ผู้บาดเจ็บ 763 คน ลดลง 146 คน

 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด นายอนุชาระบุว่า เมาสุรา ร้อยละ 46.12 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 18.48 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.08 ส่วนใหญ่อุบัติเหตุเกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 59.66 บบถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.25 ทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 32.58 ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กลางคืน ร้อยละ 70.66 โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ซึ่งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 55.60

 นายอนุชากล่าวอีกว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ ตรัง ราชบุรี 25 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา 5 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เพชรบูรณ์ 31 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ มี 3 จังหวัด คือ สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ยโสธร จากการตั้งจุดตรวจหลัก 2,700 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 69,185 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 729,200 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 71,641 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.82 ของการเรียกตรวจ โดยมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่มากที่สุด 22,994 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 20,617 ราย

 ผลสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน วันที่ 29-31 ธันวาคม 2552 นายอนุชากล่าวว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 1,824 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมา 505 ครั้ง หรือร้อยละ 21.68 ผู้เสียชีวิตรวม 168 คน ลดลง 58 คน หรือร้อยละ 25.66 ผู้บาดเจ็บรวม 1,988 คน ลดลง 516 คน หรือร้อยละ 20.61

 อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า วันที่ 1 มกราคมของทุกปี มักเกิดอุบัติเหตุทางถนนบนถนนสายรองมากที่สุด โดยผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นเด็กและเยาวชนสูงถึงร้อยละ 30 และกว่าร้อยละ 20 ของผู้ถูกดำเนินคดีความผิดจราจรเป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จึงได้ประสานไปยังทุกจังหวัดให้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเน้นหนักมาตรการเข้มข้นบนถนนสายรองในหมู่บ้านและชุมชน กวดขันกลุ่มเด็กที่ดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์มิให้เดินทางออกนอกหมู่บ้าน และว่ากล่าวตักเตือน แจ้งผู้ปกครองมิให้บุตรหลานฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มบนถนนที่มียานพาหนะใช้ความเร็ว

 นายอนุชากล่าวด้วยว่า ประชาชนที่วางแผนเดินทางกลับควรตรวจสอบยานพาหนะให้อยู่ในสภาพปลอดภัยก่อนเดินทาง โดยสามารถนำรถไปตรวจสอบได้ที่ศูนย์อาชีวศึกษา “ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” จำนวน 250 จุด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณวิทยาลัยอาชีวศึกษาบนถนนสายหลักและสายรอง ตลอด 24 ชั่วโมง

 “จากสถิติในช่วง 3 วัน มีผู้ถูกดำเนินคดีความผิดจราจร 180,952 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีใบขับขี่ร้อยละ 33 ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 29 จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการตรวจจับเน้นหนัก 10 ฐานความผิดกฎหมายจราจร ได้แก่ เมาไม่ขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซค์ ปลอดภัย คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากำหนด แซงในที่คับขันและตัดหน้ากระชั้นชิด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ขับรถย้อนศร โทรไม่ขับ ตลอดจนกวดขันรถกระบะที่ดัดแปลงสภาพรถ บรรทุกคนในกระบะท้ายจำนวนมาก ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็ว ตามที่กฎหมายกำหนด” นายอนุชากล่าว

 ส่วนอุบัติเหตุรายวันทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินนั้น เมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถไฟชนรถยนต์ที่บริเวณหมู่ 1 บ้านยุโป ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา จึงแจ้ง พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา) รับทราบ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุบริเวณกลางสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำปัตตานี เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว ทะเบียน กย 4514 สงขลา สภาพพังยับเยิน ตรวจสอบภายในพบศพนายมัย หน่อแดง อายุ 45 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส นางสุพัตรา หน่อแดง อายุ 45 ปี ครูโรงเรียนผดุงประชาพาณิชยการ อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นภรรยาของนายมัย และ น.ส.เสาวภา เหลืองนุ่นขาบ อายุ 33 ปี ครูโรงเรียนบ้านแว้ง

 จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะรถไฟขบวนที่ 175 หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนพาดผ่านทางรถไฟ นายมัย ซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวมาถึงจุดเกิดเหตุพอดีและขับหลบไม้กั้นทางรถไฟ ทำให้รถไฟชนรถเสียงดังสนั่น แล้วลากรถไปกว่า 200 เมตร ไปหยุดอยู่กลางสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี

 ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 05.00 น. พ.ต.ท.อัมพล ใบศรี สารวัตรเวรทางหลวงมอเตอร์เวย์ สทล.1 กก.8 รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีดำ ทะเบียน กต 3825 ระยอง เสียหลักชนตอม่อและพลิกคว่ำบนถนนมอเตอร์เวย์ขาเข้าพัทยา กิโลเมตรที่ 64+550 หมู่ 4 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายคน จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถยนต์คันดังกล่าวพลิกหงายล้อชี้ฟ้า รถพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือออกมา

 ผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายชาง หยวน ลิ ชาวไต้หวัน อายุ 30 ปี ส่วนผู้รับบาดเจ็บอีก 2 คน คือ นายชาง โต เจน ชาวไต้หวัน อายุ 27 ปี นายชาง ฮาน ไล ชาวไต้หวัน อายุ 30 ปี

 สอบสวนเบื้องต้นคาดว่าทั้งสามคนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปเที่ยวต่อที่เมืองพัทยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางแยกก่อนลงมอเตอร์เวย์ คนขับหลับในจึงพุ่งชนเสาตอม่อที่ทำไว้สำหรับติดตั้งเสาไฟฟ้าทั้งหมด 3 ต้นเสียหาย ก่อนจะพลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 วันเดียวกัน ร.ต.อ.ณัฏฐกานต์ ท้าวกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตบนถนนสายเลย-เชียงคาน ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 12-13 บ้านนาโคก ทางแยกเข้าบ้านปากหมาก ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลเลย อาสาสมัครมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จ.เลย และกำลังตำรวจจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบ

 ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน กค 1832 เลย ด้านหน้าพังยับเยิน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กทต 829 เลย พังยับเยิน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนจมกองเลือด ร่างเละ แขนขาหัก ทราบชื่อคือ ร.อ.เกษม กาบบัวงาม อายุ 77 ปี อดีตข้าราชการทหาร อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 11 ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย

 สอบสวน นายเสวย วงษ์พรหม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 342/82 หมู่ 7 ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย คนขับรถยนต์ ทราบว่า นายเสวยพร้อมภรรยาและลูก รวม 3 คน ขับรถคันดังกล่าวกลับจากทำธุระและกำลังมุ่งหน้ากลับเข้าตัวเมืองเลย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตซึ่งกลับจากซื้อกับข้าวบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ได้ขี่รถจักรยานยนต์อยู่เลนซ้าย แต่ตัดสินใจเลี้ยวขวาตัดเข้าถนนสายบ้านปากหมากอย่างกระชั้นชิด ทำให้นายเสวยเบรกไม่ทัน รถยนต์จึงพุ่งชนรถจักยานยนต์ของ ร.อ.เกษม อย่างจัง ทำให้ ร.อ.เกษม เสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้ ตำรวจได้นำนายเสวยไปสอบสวนอย่างละเอียดที่ สภ.เมืองเลย เพื่อดำเนินคดีต่อไป