
"แม้ว"เหน็บอำมาตย์อุ้มรัฐบาลที่ปชช.ไม่ได้เลือก
ทักษิณ วิดีโอลิงค์เคาท์ดาวน์ร่วมกับคนเสื้อแดง บนเวทีฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เชียงใหม่ อ้อนขอบคุณคนเสื้อแดงต่อสู้ร่วมกัน เรียกร้องความปรองดอง เหน็บอำมาตย์อุ้มรัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือก พร้อมปลุกระดมคนเสื้อแดงลุกขึ้นสู้ทวงคืนประชาธิปไตย
บรรยากาศงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีการจัดคอนเสิร์ต”สวัสดีปีแห่งชัยชนะ 2553” โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศมาร่วมงานประมาณ 5,000 คน ในเวลา 23.55 น. แกนนำ นปช. ทั้งนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวฒิ ไสยเกื้อ รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ขึ้นมาร่วมตัวบนเวที หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิ้งค์เข้ามาเพื่อนับถอยหลังก้าวสู้วันปีใหม่กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมงาน โดยมีการจุดพลุเฉลิมฉลอง และปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทั้งนี้หลังร่วมนับถอยหลังกับกลุ่มคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่แม้อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ ทุกคนเคยเห็นภาพตนเองในทีวีแบบนี้เมื่อ 6 ปีก่อนแต่เป็นภาพที่ตนเองทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน แต่ภาพวันนี้ไม่มีโอกาสได้ทำงานเป็นภาพที่เราต่างคนต่างให้กำลังใจกัน เพราะเรากำลังเรียกร้องขอความสุขผ่านกระบวนการประชาธิปไตยผ่านสิ่งที่ให้โอกาสคนไทยด้วยกันอย่างเสมอภาพ และผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรมจริงๆ
"พี่น้องชาวเสื้อแดงได้ร่วมต่อสู้มา บางคนร่วมต่อสู้มานับตั้งแต่ปลายปี 2548 และตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรก่อตัว วันนี้ครบ 4 ปีพอดี ฉะนั้นวันนี้หลายคนต่อสู้กันมา 2 ปี หรือ 4 ปีก็แล้วแต่ แต่สปิริตที่พี่น้องมีให้ต่อตนเองต่อกระบวนการประชาธิปไตย ต่อสามเกลอหรือต่อนปช. เป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไปนานแสนนาน เพราะมันเป็นสิ่งที่พี่น้องได้ทุ่มเท ได้เสียสละ และอดทนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่หลายคนมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีและภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นแบบนี้ ก็เสียสละกันมากพอสมควร"พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า แกนนำบางคนเป็นหนี้สิน บางคนขายที่ดิน ขายรถเพื่อมาร่วมต่อสู้เพราะอุดมการณ์ความผูกพันต่อชาติบ้านเมือง ผูกพันต่อเพื่อนร่วมชาติ ที่หลายคนเคยมีความสุข เคยมีความหวังเคยมีโอกาสแต่สิ่งเหล่านั้นได้หายไปหลังจากมีการปฎิวัติรัฐประ หาร จึงเกิดการร่วมตัวกันต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และยิ่งความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเกิดสองมาตรฐานการรวมตัวก็เข้มแข็งมากขึ้น เปลี่ยนจากความรักความเห็นใจแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บใจ ว่าทำไมถึงได้รังแกกันข้างเดียวอย่างนี้
ทั้งนี้แกนนำหลายคนมาพบตนเองไม่ว่าที่ดูไบ ฮ่องกง อังกฤษ จีน กัมพูชา ทุกคนบอกว่าพร้อมแล้วที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยและความสุขของคนไทยทั้งแผ่นดิน วันนี้พี่น้องเสื้อแดงมากันหลากหลายจากหลายที่ ทั้งเชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ แต่มาจากอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพฯ ก็มี ต้องขอขอบคุณอีกครั้งไม่รู้จะขอบคุณอีกกี่ครั้งเพราะความทุ่มเทของพี่น้องยิ่งใหญ่กว่าเรื่องใดๆทั้งสิ้น
“ผมอยากฝากบอกกับอำมาตย์ทั้งหลายว่า เหนื่อยไหมที่อุ้มรัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือกมาเป็นรัฐบาล ในขณะที่อุ้มไปก็หนักมาก มีทั้งการแก้ปัญหาและการสร้างปัญหา ถึงเวลาแล้วที่จะคืนประชาธิปไตยและคืนความเป็นธรรม คืนโอกาสให้ประชาชนและปล่อยให้ขบวนการประชาธิปไตยได้ทำงาน เพื่อให้ประชาชนมีความสุขเสียที เมื่อสักครู่ผมได้นั่งดูทีวี รู้สึกชอบข้อความที่มีคนเสื้อแดงส่งมาว่า ส่งคืนความเศร้า 52 รอรับความสุขและสดใส 53 เป็นคำพูดที่กะทัดรัดและน่ารักมาก วันนี้ผมและพี่น้องทุกคนขอส่งคืนความเศร้าการที่ประเทศเราเป็นเช่นนี้ ไม่เคยคิดว่าประเทศจะตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ ความแตกแยกเกิดขึ้น เหตุและผลไม่มีความแตกแยกรุนแรงขึ้น เป็นผลผลิตของการศึกษาที่เน้นท่องจำทำให้คนคิดไม่เป็น ไม่ใช่วิจารณญาณ การโกหก การหลอกลวง การกล่าวหาที่ไม่มีกฏหมายรองรับ และไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่หลายคนเมื่อรับทราบข้อเท็จจริงก็เข้าใจถูก ” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวและว่า
พี่น้องเสื้อแดงส่วนใหญ่เป็นพี่น้องที่หาเช้ากินค่ำ เป็นพี่น้องที่สู้ชีวิต สร้างตัวด้วยตัวเอง สัมผัสชีวิตจริงเข้าใจว่าชีวิตจริงคืออะไร จึงเข้าใจดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเป็นอย่างไร ใครเป็นอย่างไร วันนี้อยากบอกกับพี่น้องเสื้อแดงว่า ที่พี่น้องบอกว่าพร้อม ตนอยากขอให้พร้อมอย่างอหิงสา พร้อมแบบสันติ เพื่อพี่น้องจะแสดงพลังให้รับรู้ว่า พวกเราไม่กลัวแต่พวกเราไม่ใช่อันธพาลเกเร แต่พวกเราอยากจะบอกว่าพอเถอะ ระบบไม่เป็นระบบ ระบบที่ชักโยงใยกันอยู่แต่คนไทยทั้งแผ่นดินเป็นทุกข์ ประชาชนที่ต้องสู้ชีวิตสัมผัสชีวิตเอง ประชาชนที่ต้องต่อสู้ชีวิตกู้หนี้ยืมสินมา ทั้งคนทำธุรกิจ ค้าขาย ทำไร่ทำนา คนเหล่านี้รู้ว่าต้องการโอกาส ต้องการประชาธิปไตย และต้องการความเป็นธรรมในสังคม
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คนเสื้อแดงไม่ใช่คนอันตรายแต่เป็นคนที่สัมผัสชีวิตจริงและรู้และอยากได้ประชาธิปไตย และวันนี้เมื่อทุกคนบอกว่าพร้อมแล้ว เมื่อเสร็จภารกิจทั้งหลายเสร็จการเฉลิมฉลอง เขาจะไปรวมตัวกันเพื่อแสดงว่าต้องการประชาธิปไตยอย่างสันติ บางคนบอกว่าถ้าไม่ได้ประชาธิปไตยไม่กลับบ้าน จึงอยากเรียนผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า ท่านไม่อยากเห็นภาพคนไทยรักสามัคคีกันหรือ ไม่อยากเห็นภาพคนไทยทั้งประเทศรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างชาติ สร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งหรือ อยากเห็นคนแบ่งเป็นสองฝ่าย เอาความเก่งแต่ละฝ่ายมาห่ำหันกัน อยากเห็นประเทศอ่อนแอและลูกหลายเติบโตไม่มีอนาคตหรือ ไม่อยากประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองเพราะคนไทยรวมสมองกันเพื่อต่อสู้เศรษฐกิจ สังคม การเมืองในระดับโลกและเห็นประเทศไทยมีอนาคตหรือ
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ปี 2552 เป็นปีที่เศร้ามาก เราจบกันดีไหมมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันในปี 2553 อยากให้คนไทยสุขสันต์และอยากเห็นภาพความปรองดองในชาติ คนไทยรักกัน นายกรัฐมนตรีเดินทางไปไหนก็ได้ ผู้ใหญ่บางคนที่สั่งรถกันกระสุนมานั่งวันนี้ จะได้นั่งรถมาทำงานแบบสบาย เดินทางไปไหนทักทายกันได้ เกิดความคิดร่วมกันทำงานร่วมกัน ครอบครัวรวมกันเป็นบึกแผ่น ฉะนั้นในปี 2553 ตนเองถือว่าถ้าใครเที่ยวไปว่าคนนั้นคนนี้ว่าไม่รักบ้านเมือง ไม่รักพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ยอมปรองดองในชาติ ประเทศไทยประเทศเดียวมีศูนย์รวมใจคือพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2552 ขอให้ทิ้งไป ปี 2553 มาเริ่มกันใหม่ ขออวยพรให้ทุกคนในแผ่นดินไทยนี้ ไม่ว่าจะรักหรือเกลียดตนเองก็แล้วแต่ ให้เกิดความรู้สึกปรองดอง พลังที่อดทนอดกลั่น เกิดความเข้มแข็งทั้งกายใจ เพื่อนำตัวเองและหมู่คณะเข้าสู่ความปรองดองเพื่อให้คนไทยทั้งแผ่นดินมีความสุข
“ ผมมั่นใจศักยภาพของคนไทย ผมมั่นทรัพยากรของชาติและกำลังของคนไทยว่าจะนำประเทศให้รุ่งเรืองไม่แพ้ประเทศอื่น เรามาปรองดองกันดีว่า อย่ามาเอาชนะคะคานกันเลย การเอาชนะคะคานกันนั้นโดยหวังจะบี้ให้ตายไปข้างหนึ่งไม่จริง เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าทุกฝ่ายมีตัวตายตัวแทนกันอยู่ ผมได้ข่าวว่าจะมีการถอนหมายจับแกนนำ อย่าไปทำครับอะไรที่จะก่อให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ อะไรที่เป็นสองมาตรฐานน่าเกลียด ควรเปลี่ยนทักษะคติเสียใหม่ ผมอยากร้องเพลงของไมค์ ภิรมย์พร เปลี่ยน พศ.ใหม่ เปลี่ยนใจหรือยัง ” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า เรามาหันหน้าเข้าหากันไม่ควรเอาชนะคะคานกัน เพราะที่ตายแน่ๆคืออนาคตลูกหลาย เศรษฐกิจของประเทศตายสนิท จึงควรหันหน้ามาปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สิ่งที่ไม่เห็นด้วยเอามาวางไว้ เอาสิ่งที่เห็นด้วย แน่นอน คือเรารักพระเจ้าอยู่หัว เรารักประเทศไทย เรารักสันติ เป็นสิ่งที่เราคิดเหมือนกัน เราอยากเห็นประเทศมีความสุข ตนเองจึงอยากอวยพรให้พี่น้องทุกคน โดยเฉพาะพี่น้องเสื้อแดงได้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสังคมช่วงนี้ไปด้วยดี ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ตนเอง ตนเองจะกลับไปตอบแทนบุญคุณพี่น้องทุกคนที่ต่อสู้ด้วยกันมา เพื่อตนเองได้กลับไปทำหน้าที่เพื่อให้คนไทยได้พ้นวิกฤต ขอให้พี่น้องทุกคนมีความสุข



