ข่าว

ภาค7ใช้'จีพีอาร์เอส'เสริมเขี้ยวเล็บ ช่วยชาวบ้าน..หลงทางยันถูกจี้

ภาค7ใช้'จีพีอาร์เอส'เสริมเขี้ยวเล็บ ช่วยชาวบ้าน..หลงทางยันถูกจี้

31 ธ.ค. 2552

จากความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีระบบจีพีอาร์เอสเข้ามาใช้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบประวัติบุคคล ทะเบียนรถ ค้นหาตำแหน่งเส้นทาง และใช้ในกิจการงานสืบค้นประเภทต่างๆ ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7)

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ จึงได้ผุดไอเดียใหม่ในการให้บริการประชาชน หลังจากร่วมวิเคราะห์อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ พบหลายเส้นทางที่ยังเป็นสถานที่เปลี่ยว และเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อน กลับบ้านต่างจังหวัด บางรายอาจจะประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหมดในบริเวณที่เปลี่ยว รถยางแตก เกิดอุบัติเหตุยามค่ำคืน โดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ตำบลหรืออำเภออะไร หรือถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ แต่ไม่รู้จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าพิกัดที่ตัวเองประสบเหตุนั้นอยู่บริเวณใด

 ด้วยความห่วงใยประชาชนโครงการเฮลพ์ ทีม (HELP TEAM) จึงเกิดขึ้นพร้อมกับศูนย์ปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 39 สถานีหลักใน บช.ภ.7 รับผิดชอบเส้นทางและจุดเสี่ยง การดำเนินโครงการเฮลพ์ ทีม หรือศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง จะสามารถให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปได้ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือตรงส่วนไหนของประเทศไทย เพียงแต่โทรศัพท์แจ้งมายังศูนย์ช่วยเหลือเท่านั้น เจ้าหน้าที่จะทราบชื่อ-นามสกุลว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน พิกัดใด และสามารถประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ให้ไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที อย่างช้าสุดไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ บอกว่า ผู้ที่จะใช้บริการจากศูนย์ช่วยเหลือจะมีเงื่อนไขเล็กน้อย คือต้องเป็นผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบจีพีอาร์เอสและต้องโทรมาแจ้งลงทะเบียนที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3424-3759 หรือ 0-3427-0445 หลังจากนั้นสมาชิกก็สามารถโทรเข้ามาแจ้งขอความช่วยเหลือได้ทุกกรณี ตั้งแต่สอบถามเส้นทาง แม้ผู้นั้นจะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ของศูนย์จะทราบทันทีจากหมายเลขโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดก็ไม่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป เพราะทุกการเดินทางเสมือนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปด้วยทุกวินาที และพร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งกำลังไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

 "ส่วนปัญหาแบตโทรศัพท์ใกล้หมดก็ไม่ต้องกังวล หากโทรเข้ามาแค่ครั้งเดียวแล้วถูกตัดไป ข้อมูลและพิกัดที่อยู่จะโชว์อยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ของเจ้าหน้าที่ ถ้าติดต่อกลับไม่ได้ก็จะประสานตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดไปตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือได้ภายใน 15 นาทีเช่นกัน" พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าว

 ผบช.ภ.7 บอกอีกว่า โครงการเฮลพ์ ทีม เป็นโครงการนำร่องครั้งแรกของ บช.ภ.7 นำมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัดช่วงวันหยุดปีใหม่ครอบคลุมทั่วประเทศ แม้ว่าศูนย์อำนวยการปฏิบัติการจะอยู่ที่ภาค 7 ก็ตาม สำหรับนอกพื้นที่เมื่อผู้แจ้งโทรเข้าเข้ามาเจ้าหน้าที่ก็จะประสานไปยังท้องที่นั้นๆ ให้ความช่วยเหลือได้ โครงการนี้ในอนาคตจะนำมาต่อยอดในภารกิจต่างๆ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือด้านป้องกันอาชญากรรม การถวายอารักขาในเส้นทางเสด็จฯ และกิจการงานอื่นๆ อีกมากมาย

 ด.ต.ปฐมพร ปู่แตงอ่อน ผบ.หมู่ ฝอ.9 บช.ภ.7 เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฮลพ์ ทีม บอกว่า ศูนย์ให้ความช่วยเหลือจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ 30 คน ผลัดเปลี่ยนเวรวันละ 2 ผลัด และมีสำรองอีก 1 ผลัด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยรถจะมี 4 นายต่อรถ 1 คัน แต่ละคันจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือครบวงจร โดยใน บช.ภ.7 จะมีรถประจำแต่ละสถานี สถานีละ 1 คัน หรือ 1 ทีม รวม 39 คัน ดูแลในพื้นที่เส้นทางหลัก 39 แห่ง ไม่รวมรถสายตรวจที่เป็นกำลังเสริมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรถศูนย์ช่วยเหลือจะดูแลตั้งแต่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ลงไปตามทางหลวงสายใต้ไปจนถึง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

 ตั้งแต่เปิดศูนย์จนถึงขณะนี้มีผู้สมัครลงทะเบียนใช้บริการแล้ว 147 ราย ปัญหาที่พบส่วนมากคือประชาชนไม่เข้าใจหลักการทำงานของระบบในศูนย์ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ หลายคนสนใจจะลงทะเบียน แต่โทรศัพท์ไม่รองรับการทำงานที่เชื่อมต่อสัญญาณกัน ซึ่งการบริการของศูนย์ส่วนใหญ่จะเน้นประชาชนนอกพื้นที่ที่เดินทางผ่านเข้ามา มากกว่าคนในพื้นที่ซึ่งรู้จักพื้นที่ดีอยู่แล้ว หากโทรศัพท์ไม่ได้รองรับการเชื่อมระบบกับศูนย์ เมื่อมีเหตุเร่งด่วนต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งไปที่หมายเลข 191 ก็จะประสานมายังรถหน่วยของศูนย์เฮลพ์ ทีม ได้เช่นเดียวกัน

 สำหรับการสมัครใช้บริการคาดว่าจะมีประชาชนอีกจำนวนมากที่โทรเข้ามาลงทะเบียน ซึ่งศูนย์เฮลพ์ ทีม มีความพร้อมที่จะให้บริการ 100% ส่วนกรณีผู้ใช้บริการเดินทางไปนอกพื้นที่ บช.ภ.7 เมื่อโทรแจ้งมายังศูนย์เจ้าหน้าที่ก็สามารถรู้พิกัดที่อยู่ได้ และสามารถประสานไปยังเจ้าหน้าที่ท้องที่นั้นๆ ได้ทันที แต่อาจจะไม่รวดเร็วเหมือนของศูนย์ ที่ทุกนายมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเดินทางไปยังเป้าหมายได้ภายใน 15 นาที

 อริย์ธัช พรอัศวโยธิน