ข่าว

จับโจรโสมหนีคดีอุ้มรีด-ฆ่านักธุรกิจข้ามชาติกบดานไทย

จับโจรโสมหนีคดีอุ้มรีด-ฆ่านักธุรกิจข้ามชาติกบดานไทย

31 ธ.ค. 2552

ตร.นครปฐมรวบคนร้ายชาวเกาหลีหนีข้ามชาติ เช่าฟอร์จูนเนอร์มาขายในราคาถูก สืบประวัติพบก่อคดีเรียกค่าไถ่นักธุรกิจนับร้อยล้าน ก่อนฆ่าเหยื่อทิ้งเหตุไม่ได้เงินตามที่เรียกร้อง แถมยังก่อคดีในเกาหลีอีกโชกโชน

 การจับกุมคนร้ายข้ามชาติรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระ เที่ยวมาพบสุข ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายลี ชาง วัน ชาวเกาหลี อายุ 38 ปี หนึ่งในแก๊งคนร้ายข้ามชาติตามหมายจับสำนักงานตำรวจประเทศเกาหลี หลังก่อเหตุคดีลักพาตัวเรียกค่าไถ่ชาวฟิลิปปินส์ คดีฆ่าผู้อื่น คดีข่มขืนกระทำชำเรา คดีลักทรัพย์และกรรโชกทรัพย์ ก่อนหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย

 พล.ต.ต.พศิน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครปฐมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีผู้นำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ฌต 9163 กรุงเทพมหานคร มาขายในราคาถูกเพียง 1.5 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกผิดปกติ จึงได้นำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถไปตรวจสอบ พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของบริษัท โชจินคอร์ป จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 799/26 ซอยสุวรรณมณี ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งมีนายเจ ควันยัง อายุ 50 ปี ชาวเกาหลีเป็นเจ้าของรถ และรถคันดังกล่าวเป็นรถเช่า

 หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้ว จึงร่วมกับชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อรถยนต์คันดังกล่าว โดยให้สายลับนัดหมายซื้อขายภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.รุ่งรัฐ หมู่ 8 ริมถนนสายมาลัยแมน-กำแพงแสน ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม โดยกำหนดนัดหมายเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อนถึงเวลานัดหมายได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งกระจายกำลังแอบซุ่มปิดล้อมไว้โดยไม่ให้ผิดสังเกต และรอจนถึงเวลาที่นัดหมาย

 ต่อมาตามเวลาดังกล่าว มีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ คันที่เป็นเป้าหมายเลี้ยวเข้ามาจอดภายในปั๊ม โดยมีชาย 2 คนนั่งมาในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นชายคนแรก ซึ่งเป็นชายไทยทราบชื่อต่อมาคือ นายไพศาล โปร่งอากาศ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 ถนนเลย-ด่านซ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย พบยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) 1 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง จึงควบคุมตัว โดยเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชายคนที่ 2 ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ สัญชาติเกาหลี เบื้องต้นแจ้งว่าชื่อนายลี จังฮา อายุ 42 ปี แต่จากการตรวจสอบพาสปอร์ตและเอกสารใบอนุญาตขับขี่สากล พบว่ามีชื่อไม่ตรงกัน จึงประสานไปยัง ร.ต.อ.กิตติพล ฟักอุดม รักษาราชการแทน สว.ตม.จ.นครปฐม ให้มาร่วมตรวจสอบ

 จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า แท้จริงชื่อ นายลี ชาง วัน อายุ 42 ปี เป็นชาวเกาหลี โดยรับว่าได้เช่ารถยนต์คันดังกล่าวมาในราคา 2,500 บาท และนำมาจำหน่ายให้ลูกค้าที่ติดต่อมาใน จ.นครปฐม ในราคา 1.5 แสนบาท โดยว่าจ้างให้นายไพศาลเป็นคนนำทาง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 กงสุลสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย มีหนังสือพร้อมสำเนาหมายจับแจ้งมายังผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวนายลี ชาง วัน ในคดีฆาตกรรม ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และทราบจากข้อมูลว่าได้หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย จึงขอความร่วมมือให้ช่วยติดตามและจับกุมตัวส่งกลับไปดำเนินคดียังประเทศเกาหลี ในวันนี้ตำรวจนครปฐมสามารถจับกุมได้ และจะรีบดำเนินคดีผู้ต้องหากระทำความผิดในประเทศไทยก่อน หลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินคดีก็จะส่งผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลีต่อไป

 พ.ต.อ.วีระ เที่ยวมาพบสุข ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า หลังการจับกุมนายลี ชาง วัน ผู้ต้องหาได้นำตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐมดำเนินคดีในเบื้องต้นข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนนายไพศาล โปร่งอากาศ ได้ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

 ร.ต.อ.กิตติพล ฟักอุดม รักษาราชการแทน สว.ตม.จ.นครปฐม กล่าวว่า นายลี ชาง วัน เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่หนีข้ามประเทศมาตั้งแต่ปี 2550 โดยนายลี ชางวัน หลบหนีคดีมาจากประเทศเกาหลี เดินทางผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย และเข้าประเทศไทยทาง จ.สงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีประสานงานมายังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย โดยได้รับการยืนยันจากนายแช ซัง วอน กงสุลและผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจว่า นายลี ชาง วัน เป็นคนร้ายที่มีหมายจับจากประเทศเกาหลีหลายคดี โดยเฉพาะคดีลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์จำนวนหลายร้อยล้านบาท พอไม่ได้ค่าไถ่ก็ได้ทำร้ายและฆ่าเหยื่อเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีเข้ามาประเทศไทย ซึ่งนายลี ชาง วัน เป็นบุคคลที่ประเทศเกาหลีต้องการตัว

 ในวันเดียวกัน หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยทราบเรื่องการจับกุมนายลี ชาง วัน ก็ได้มีหนังสือส่งด่วนมาถึง พ.ต.อ.วีระ เที่ยวมาพบสุข ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ให้แจ้งข้อมูลและดำเนินการส่งกลับ พร้อมกับขอไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาดังกล่าว ตามหมายจับศาลประเทศเกาหลี เลขที่ 2008-107-1 โดยสถานทูตขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายไทยให้ด่วนที่สุด เพื่อที่จะดำเนินการส่งกลับประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 ด้านนายลี ชาง วัน ให้การว่า หลังจากที่หลบหนีเข้ามาประเทศไทย ก็ไาทำงานอยู่กับนักธุรกิจชาวเกาหลี ซึ่งเปิดบริษัทรับเดินท่อวางสายโทรศัพท์ จนกระทั่งไม่มีเงินใช้ จึงไปขอเช่ารถยนต์จากบริษัทเช่ารถของคนเกาหลีด้วยกันในราคา 2,500 บาท แล้วนำไปบอกขายต่อในราคา 1.5 แสนบาท แต่ไม่คิดว่าจะมาถูกตำรวจจับได้