ข่าว

"ทักษิณ"...เคานท์ดาวน์จุดเดือดวิกฤติการเมือง

"ทักษิณ"...เคานท์ดาวน์จุดเดือดวิกฤติการเมือง

31 ธ.ค. 2552

หากวัดจากการโหมโรงเชิงรุกทางการเมืองของ "ทักษิณ- เพื่อไทย- กลุ่มเสื้อแดง" ทั้งในและนอกสภาตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา

 โดยเฉพาะการสร้างเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าในช่วงปลายปี ตั้งแต่รายการเปิดเอกสารลับ รองรับข้อมูล "มีขบวนการสั่งฆ่าทักษิณ” ตลอดจนการเปิดประเด็นการทุจริตของครม.โดยชี้จุดตายใน "รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยืนยันว่ามีบัญชีดำรัฐมนตรี ทุจริตอยู่เป็นหางว่าว

 ไปจนถึงกรณีม็อบเสื้อแดงบุก กกต. กดดันให้ประธาน กกต.สั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีปัญหาเงินบริจาค 258 ล้านบาท จุดประทัดไล่ เผาโลงศพ แถมขู่แรงถึงขั้นจะบุกเผาบ้าน กกต.ตี "ประเด็นเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน”

 โหมโรงให้เกิด "จุดเดือด" ตามคำบัญชา "นายใหญ่" ก่อนที่เตรียมเปิดศึกขั้นแตกหักต้นปี 2553

 ตามที่ปฏิทินการเมืองการเคลื่อนไหวในปีนี้ มีรอคิวอยู่หลายรายการ ไล่ตั้งแต่ 11 มกราคม กลุ่มเสื้อแดง นำโดย สุพร อัตถาวงศ์ อดีตส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย จะประเดิมด้วยการพาคนนับหมื่นไปที่เขาใหญ่ เพื่อเรียกร้องการบุกรุกที่เขายายเที่ยง พุ่งเป้าโจมตี “พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์" องคมนตรี

 ส่งนัยขยับตีเป้าใหญ่ “ระบอบอำมาตยาธิปไตย”!

 ก่อนที่จะระดมพลคนเสื้อแดง เคลื่อนทัพหลวงครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งธง "ตีจุดอ่อนรัฐบาล-ฝ่ายอำมาตย์" ประเด็น “ทุจริต คอรัปชั่น-บริหารประเทศล้มเหลว-2 มาตรฐาน" คู่ขนานไปกับเกมในสภาที่เตรียมเปิด "ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์"

 น่าจะพอทำให้ฟันธงได้ว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ "ทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง" วางเป้าหมายที่จะ "เผด็จศึก" ในปี 53 ให้ได้
 ท่ามกลางความกังวลของประชาชนทุกฝ่ายว่าในช่วงต้นถึงกลางปีหน้าอาจเกิดวิกฤติการเมือง อีกครั้งในปีหน้าโดยเฉพาะการซ้ำรอย "เหตุการณ์เมษาเลือด" ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

 แม้จะมีสัญญาณที่ “ทักษิณ” ยังเผื่อประตูไว้สำหรับเจรจาต่อรอง เพื่อหวังพ้นคุกในคดีต่างๆ

 จากกรณีที่มีข่าวว่า "พล.อ.สุรยุทธ์" พูดทำนองว่าจะเป็นตัวกลางเจรจา ”ทักษิณ“ ก็กระโดดงับเงื่อนไขเจรจา ประกาศ 'ผมพร้อมเจรจากับทุกคน'

 ภายใต้เงื่อนไขการเจรจา 3 ข้อ คือ 1.มีรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือมีเนื้อหาใกล้เคียงมาประกาศใช้ 2.ยุบสภา และ 3.มีการเลือกตั้งใหม่ โดยทุกฝ่ายต้องให้สัตยาบันร่วมกันว่า ต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการใดๆ นอกสภา ซึ่งสะท้อนว่า "ทักษิณ" เองก็อยากให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเกิดขึ้นเช่นกัน

 แม้สุดท้ายเหตุการณ์กลับตาลปัตร กระแสข่าวเรื่องการรับเป็นตัวกลางเจรจาสงบศึกของ พล.อ.สุรยุทธ์ กลายเป็นแค่การสื่อสารไม่ตรงกัน

 ทำให้ทักษิณต้องมีอารมณ์ เห็นชัดจากข้อความทวิตเตอร์ “เวลาทุกคนเหลือน้อย สงครามไม่เคยยุติในสนามรบนอกจากบนโต๊ะเจรจา การเอาชนะด้วยอำนาจนั้นล้มเหลวมาเยอะแล้ว ความเป็นธรรมในหัวใจ”

 เพราะหากมองเฉพาะเงื่อนไขที่ ”ทักษิณ” เปิดออกมา ก็ชัดเจนว่าเป็นแค่เพียงฉากหน้า แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็หนีไม่พ้นเป้าหมายเดิมๆ

 นั่นก็คือ ได้กลับเมืองไทยโดยไม่ต้องติดคุกในคดีที่ดินรัชดา พร้อมกับ "ทวงคืนทรัพย์สินกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท” ที่ถูกอายัดไว้ และจะมีการตัดสินในปลายเดือนมกราคม

 เมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับ จากฝ่ายตรงข้ามก็เป็นธรรมดาที่ทักษิณจะเลือกเดินเกมแรง

 แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็เห็นจะเป็น กรณีที่ "ชัย ชิดชอบ” ประธานสภาผู้แทนราษฎร พ่อบังเกิดเกล้า ”เนวิน” ที่ออกมาแนะทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดคุยและตกลงกัน โดยผ่านคนกลาง

 ฟันธงว่าหากออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และฝ่ายตรงข้าม ไม่ต้องรับโทษ ”ทักษิณ“ หยุดการเคลื่อนไหว เชื่อว่า จะทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลงได้ ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทย ก็พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะมีการเสนอกฎหมายออกที่สภาอยู่แล้ว

 เป็นความเห็นที่มองข้ามไม่ได้ ในฐานะ "พรรคร่วมรัฐบาล” ที่เป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วใน "การพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์”

 ที่ออกมาส่งสัญญาณ พร้อมจะยกมือโหวต "พ.ร.บ.นิรโทษกรรมปรองดองฯ” แก้ปัญหาการเมือง รับลูกข้อเสนอ "พรรคเพื่อไทย” หลังอ่านทิศทางลมการเมือง หากไม่มีใครยอมใคร ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่น่าจบง่ายๆ ทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบต่อประเทศระยะยาว

 ขณะที่มุมของ “ทักษิณ” เองก็จับสัญญาณนี้ได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นในขุมกำลังของ "ทักษิณ” จาก "ฐานมวลชนคนเสื้อแดงและกองเชียร์พรรคเพื่อไทย” จะสามารถทำให้กลับมานำในการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

 พร้อมๆ กับปูทางกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย ตามที่มี "รายงานข่าวจากส.ส.เพื่อไทยสายตรงทักษิณ" ยืนยันข้อมูลล่าสุดว่า “ทักษิณ” บอกกับกับส.ส.ที่ไปเยี่ยมที่ดูไบว่า "ให้เตรียมความพร้อม เพราะ จะกลับมาประเทศไทยในช่วงประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม"

 บวกกับข้อความในทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ ”ทักษิณ” ย้ำกลับไทยไม่เกินกลางปีนี้

 ภายใต้เงื่อนไขต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเท่านั้น จากการที่ ”ทักษิณ” ประเมินว่าช่วงเวลานั้น “รัฐบาลปชป.” จะต้อง "ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่” เกิดขึ้นในช่วงนี้

 นอกเหนือไปจากถูก “กลุ่มเสื้อแดง-พรรคเพื่อไทย” ถล่มอย่างหนักแล้ว น่าจะถูกแรงบีบจาก "สังคม" จากปัญหาบ้านเมืองต่างๆ กรณีการตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจากค 258 ล้านบาท หรือแม้แต่แรงกดดันจาก “พรรคร่วมรัฐบาล” ด้วยกันเอง

 นี่แหละจะเป็นช่วงเวลาสำคัญ ของ "ทักษิณ” ที่กำลังนับถอยหลังเข้าสู่ "จุดเดือดการเมือง” หวัง "ปิดเกม" หลังที่ต้องต่อสู้มายาวนานกว่า 3 ปีนับจากถูกรัฐประหารปี 49

 ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณยื่นเงื่อนไขไปยัง "ฝ่ายอำมาตย์” ให้รู้ว่า หากไม่ยอมรับตามเงื่อนไขที่เสนอมา ก็จะต้องเจอกับ "สงครามการเมือง" อย่างเลี่ยงไม่ได้

 พร้อมๆ กับนับถอยเข้าสู่ช่วง "จุดเดือดของวิกฤติการเมือง” ที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้อง "ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย” โดยมีประเทศเป็นเดิมพัน..!!!


ณยา ใจกาวัง