
ผบ.สส.ชี้ปีหน้าปิดประตูทหารปฏิวัติเหตุไม่ใช่ทางออก
ผบ.ทหารสูงสุด เชื่อมั่นปีหน้าปิดประตูทหารปฏิวัติ เพราะไม่ใช่ทางออกที่ดีอาจทำชาติเลวร้ายลง ย้ำจุดยืนกองทัพไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
(31 ธ.ค.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึง สถานการณ์บ้านเมืองในปี 2553 ว่า ตนยังยืนยันว่า กองทัพไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง กองทัพไม่ได้เป็นกลาง แต่กองทัพมิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง กองทัพจะเข้าไปดำเนินการตามภารกิจ ตามหน้าที่เท่านั้นเรายังยืนอยู่ตรงจุดนี้
เมื่อถามว่า กองทัพถือเป็นสถาบันสุดท้ายที่จะดูแลประเทศชาติ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ไม่ใช่ ทุกสถาบันยังมีศักยภาพอยู่ พลังของสังคมไทยยังมีอยู่ไม่เคยเปลี่ยน ผมไม่อยากให้ประชาชนมองว่า สถาบันกองทัพ สถาบันทางสังคม มีสถาบันใดด้อยไปกว่ากัน ทุกสถาบันต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ ซึ่งในสายตาของหลายคนที่เฝ้ามองอาจคิดแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าองค์ประกอบของชาติ ไม่ใช่ทหารอย่างเดียว แต่เป็นประชาชนซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไป ถ้าทุกคนทำหน้าที่โดยความรับผิดชอบ มุ่งมั่นตามนโนบายตามแนวทางพากันเดินไปด้วยกัน ก็จะนำไปสู่ความรุ่งเรืองของประเทศชาติ
เมื่อถามว่ามองเหตุการณ์บ้านเมืองในปีหน้าอย่างไร พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ผมไม่ใช่หมอดู เหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นในอนาคตไม่ใช่เกิดจาก ลมฟ้าอากาศ ไม่ใช่เกิดจากการพยากรณ์ แต่เกิดจากความคิดและการกระทำ หากความคิดและกากรระทำของประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมมือกันตั้งมั่นที่จะนำประเทศไทย ไปอย่างมีความสุขความรุ่งเรืองและความเจริญ ความเข้มแข็งและมีศักยภาพและเป็นหนึ่งในความเท่าเทียมกันของประเทศอาเชี่ยน และให้เกียรติประเทศต่างๆ มีความร่วมมือกันในระดับสากลและร่วมมือกันภายในประเทศ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดในสังคมคือการแบ่งกลุ่ม แบ่งสีในขณะนี้สามารถจะกลับคืนสู่สภาพความสงบได้หรือไม่ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า เวลาที่ผ่านมาประมาณ 5 ปี ทุกคนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรู้ว่าต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีได้ ทุกคนรู้ถึงปรัชญาที่จะนำไปสู่ความดีงาม ถ้าพวกเราปฏิบัติก็จะสำเร็จ ตนรู้ว่าทุกคนรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน บางครั้งบนจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะก้าวเดินต่อไปทุกคนไม่สามารถที่จะได้เท่ากันหมด ต้องยอมรับในสิ่งที่ควรจะได้และยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ ยอมเสียสละ ยอมให้อภัยและเดินไปด้วยกัน ผมเชื่อมั่นว่าคนไทยมีวิจารณญาณ สามารถตระหนักและกำหนดแนวทางร่วมกันเพื่อเดินต่อไปได้
ต่อข้อถามที่ว่า หากในปีหน้าเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองจนกระทั่งถึงขั้นนองเลือด ทหารจะออกมาปฏิวัติเพื่อควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ไม่มีโอกาสเป็นไปได้ ตนไม่คิดว่าจะมีโอกาสเกิดสถานการณ์อย่างนั้น เพราะประชาชนรู้บทเรียนมาแล้วเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาและรู้ว่าวิธีปฏิบัติอย่างนั้นไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ตัวเองและประเทศชาติ ชาติคือส่วนรวมไม่ใช่ตนเอง รวมถึงในระดับแกนนำต่างๆทุกคนก็มีความเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้ว “ ปิดประตูของการปฏิวัติไปได้เลย เพราะทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมไม่เชื่อว่าจะมีอะไรที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้แล้ว ”
เมื่อถามว่า รู้สึกเป็นห่วงอะไรหรือไม่ในปีหน้า พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกคนตั้งมั่นใช้วิจารณญาณ เพราะรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา และมารวมพลังกันที่จะทำให้ประเทศชาติมีความรุ่งเรือง เพราะสังคมของโลก การเคลื่อนตัวของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายมีความเป็นไปอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ เราจำเป็นต้องตามสถานการณ์ของโลกให้ทัน หันมาร่วมกันคิดร่วมกันทำเพื่อที่จะเดินต่อไปในสังคมโลก มันไกลเกินกว่าจะมองกลับมาที่จุดเล็กๆ เพียงจุดหนึ่งหรือสองจุด



