
เค้าท์ดาวน์ตอนรับปี2553ไทย-เทศสนุกสนานทั่วหน้า
เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างสนุกสนานกันอย่างทั่วหน้า โดยเฉพาะในประเทศไทย ประชาชนต่างพากันร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับปีขาลกันอย่างครึกครื้น ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
สำหรับในกรุงเทพมหานคร ผู้คนส่วนใหญ่จะไปร่วมชุมนุมนับถอยหลังกันที่บริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1,700 นาย ทั่วบริเวณของการจัดงาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสุนัขตำรวจและอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิดเข้าตรวจตามจุดล่อแหลมและจุดเสี่ยง ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งนำตู้โทรศัพท์และถังขยะออกจากบริเวณ สำหรับตู้โทรศัพท์ที่ติดตั้งถาวร เจ้าหน้าที่ได้ตั้งสิ่งกีดขวางห้ามเข้า นอกจากนี้ยังติดตั้งรถไฟส่องสว่างประจำตามจุดเสี่ยงอีกด้วย
ตั้งแต่ช่วงบ่ายเริ่มมีผู้คนทยอยกันมา จนกระทั่งช่วงเย็นประชาชนเริ่มหนาตาขึ้น และช่วงค่ำผู้คนเริ่มแน่นขนัดเต็มไปหมด ทุกคนต่างมีใบหน้ายิ้มแย้มและทักทายกัน ถึงแม้จะไม่รู้จักกันก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรตั้งแต่สี่แยกราชประสงค์ไปจนถึงสี่แยกประตูน้ำ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม ไปจนถึงเวลา 02.00 น. วันที่ 1 มกราคม 2533
ก่อนที่ประชาชนพากันเข้ามาร่วมงาน พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้กำกับ สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ในทางการข่าวยังไม่มีรายงานการก่อเหตุรุนแรงใดๆ ประชาชนที่มาเที่ยวงานให้เที่ยวได้อย่างสบายใจ เพราะได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาเต็มพื้นที่ และจะตรวจผู้ร่วมงานอย่างเข้มงวดในเรื่องการพกพาอาวุธและวัตถุระเบิด ส่วนเรื่องขยะ เนื่องจากได้เก็บถังขยะออกจากพื้นที่หมดแล้ว หากจะทิ้งขยะก็ให้ทิ้งลงพื้นได้ ขณะเดียวกันหากประชาชนยังพบเห็นถังขยะภายในงาน ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เก็บออกไปจากพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำมีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์กันอย่างเนืองแน่น เพื่อชมการแสดงของเหล่าศิลปินต่างๆ จนกระทั่งเวลา 24.00 น.ทุกคนต่างพากันเปล่งเสียงไชโย ไชโย ไชโย ต่อจากนั้นประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสุข
นับแสนร่วมงานเค้าท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิลด์-ตร.คุมเข้ม
เมื่อเวลา 22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณงานเค้าท์ดาวน์ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาร่วมงานที่บริเวณดังกล่าว ขณะนี้มีร่วม 1 แสนคนแล้ว บรรยาการเป็นไปอย่างคับคั่งท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มีการตรวจค้นร่างกายก่อนเข้างาน 2 ชั่น โดยไม่อนุญาตให้แต่ละคนนำอุปกรณ์หรือวัตถุที่คาดว่าจะเกิดอันตรายเข้าไปในงาน ทั้งขวดหรือกระป๋องน้ำดื่มต่างๆ ถึงมีจะยุ่งยากในการเข้างาน แต่ประชาชนต่างก็เข้าใจถึงระบบรักษาความปลอดภัย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายในงานยังคงมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีทั้งเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบหลายนายดูแลอยู่ และประชาชนชสาวนใหญ่ยังไม่กังวลเรื่องการป่วนเมืองเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อน และยังเชื่อมั่นกับระบบรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้จัดงาน คาดว่างานเค้าท์ดาวน์ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ปีนี้จะราบรื่นสนุกสนานไปด้วยดี
แห่กางเต็นท์เขาใหญ่เคานท์ดาวน์
นายมาโนช การพนักงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลกพื้นที่ 4 จังหวัด (ปราจีนบุรี นครราชสีมา นครนายก และ สระบุรี) กล่าวว่า “บรรยากาศเคานท์ดาวน์บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยขึ้นมาบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทั้งด้านด่านเนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี และปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะมากางเต็นท์เคานท์ดาวน์
สำหรับจุดที่ได้รับความนิยมกางเต็นท์ได้แก่ จุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้และลำตะคอง จำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างละ 800-1,000 คน ซึ่งมีนักท่องเที่ยงกางเต็นท์เต็มหมดทั้ง 2 แห่ง อย่างไรก็ตามมีการขยายเปิดจุดกางเต็นท์สำรองที่สนามกอล์ฟเก่า
ชายหาดสมิหลาเต็นท์เรียงราย
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม เทศบาลนครสงขลาจัดงานรับตะวันเวทีที่ 3 บริเวณหางพญานาค ชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยนำเต็นท์พักแรมขนาดครอบครัวจำนวนกว่า 100 เต็นท์ มากางเรียงรายตลอดแนวความยาวของชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลาสงขลา ตั้งแต่หางพญานาคไปจนถึงโรงแรมบีพี สมิหลา บีช เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้พักค้างแรมเพื่อรอดูตะวันแรกของวันขึ้นปีใหม่ 2553 ที่ขึ้นจากชายฝั่งทะเลแหลมสมิหลาสงขลา โดยให้พักฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอดทั้งคืน
ทั้งนี้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวได้จองเต็นท์กันเป็นจำนวนมาก และในบริเวณเดียวกันที่บริเวณหางพญานาคก็มีเวทีการแสดงดนตรีอีก 1 เวที ซึ่งเป็นเวทีที่ 3 ของงานรับตะวันเทศกาลสวัสดีปีใหม่ 2553 ที่ชายหาดสมิหลาสงขลา ซึ่งเทศบาลนครสงขลาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาได้สนุกสนานอย่างเต็มที่ในเทศกาลปีใหม่ 2553
แห่เคานท์ดาวน์แหลมบาลีฮาย
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม สภาพการจราจรตามถนนสายต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เช่น ถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา ตั้งแต่หน้า สภ.บางละมุงไปจนถึงสี่แยกไฟแดงชัยพฤกษ์ รวมระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร เส้นทางลงถนนเลียบชายหาดพัทยา-จอมเทียน และถนนเทพประสิทธิ์ เป็นต้น คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์และประชาชนที่ไปท่องเที่ยวและร่วมงานเคานท์ดาวน์เมืองพัทยา ที่แหลมบาลีฮาย ทำให้การจราจรติดขัดยาวเหยียด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถตลอดทั้งวัน
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ในช่วงปีใหม่มีนักท่องเที่ยวมาที่พัทยาหลายแสนคน เมืองพัทยาจึงร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ บก.ภ.จว.ชลบุรี นำตำรวจจาก 4 โรงพักในพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นอกจากนั้นยังมีอาสาสมัครจากทุกหน่วยงานร่วม 1 หมื่นคน คอยดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
"ซิดนีย์" ประเดิมปีใหม่ด้วยพลุไฮเทค
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมว่า ชาวโลกกำลังเตรียมจะฉลองเทศกาลวันปีใหม่ 2010 โดยเตรียมนับถอยหลังส่งท้ายเก่า 2009 ด้วยการจุดพลุฉลองหรือจัดงานต่างๆ โดยนครซิดนีย์ของออสเตรเลียจะถือเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกของโลก ที่จะได้เห็นวันปีใหม่ก่อนใคร โดยประชาชน 1.5 ล้านคน คาดว่าจะแห่ออกมาเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในบริเวณสะพานฮาร์เบอร์ ในนครซิดนีย์ ซึ่งจะมีการจัดพลุไฮเทค ส่วนที่ประเทศนิวซีแลนพ์ตามเมืองใหญ่ๆ ก็จะมีการจัดปาร์ตี้เต้นรำ งานแสดงดนตรี และการจุดพลุเฉลิมฉลองด้วย
ส่วนที่ประเทศฝรั่งเศส หอไอเฟลเตรียมจะถูกเปลี่ยนให้เป็นการแสดงแสงสีเสียงหลายหลาก ส่วนที่กรุงเบอร์ลินคาดว่าจะมีชาวเมืองเบียร์นับล้านคนออกมาเฉลิมฉลองยังบริเวณประตูแบรนเดนเบิร์ก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการรวมเยอรมนี ส่วนที่อังกฤษ กรุงลอนดอนจะมีการฉลองในหลายสถานที่ เช่น ที่กงล้อ "ลอนดอน อาย" เหนือแม่น้ำเทมส์ และหอนาฬิกา "บิ๊ก เบน" ซึ่งเป็นหอนาฬิกาชื่อดังของโลกที่จะตีระฆังบอกวันขึ้นปีใหม่
ที่ฮ่องกง คาดว่าชาวฮ่องกงกว่าครึ่งล้านคนจะออกมาเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ 2010 โดยเฝ้าดูเหตุการณ์งานจุดไฟกว่า 9,000 ลูก จากตึกระฟ้าต่างๆ ใน 10 เมืองที่จะก่อตัวเป็นรูปมังกร ส่วนที่ญี่ปุ่น ชาวเมืองปลาดิบหลายล้านคนจะออกมาฉลองปีใหม่ โดยไปยังสถานสักการะต่างๆ เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ตัวเองมีโชคดีในปีนักษัตรวัวนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเมืองไทย ปีใหม่ปีนี้จะห้ามจุดพลุ หลังจากเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้สถานบันเทิงซานติก้าผับ ซึ่งจุดพลุจนไฟไหม้ผับวอด ทำให้มีคนตาย 65 คน ส่วนเมื่อปี 2006 ยังเกิดเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 42 คนด้วย ขณะที่ประเมินว่าตำรวจพร้อมทีมกู้ระเบิดจะประจำการรักษาความปลอดภัยคุมเข้มในกรุงเทพฯ
ส่วนที่เมืองโกะของอินเดียก็คาดว่าจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งภายในและนอกประเทศ หลังจากปีนี้ทางการอินเดียยกเลิกการห้ามการจัดปาร์ตี้ยังหาดทรายเมืองนี้ หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายโจมตีเมืองมุมไบในช่วงปีที่แล้ว
สำหรับสหรัฐนั้นจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างคุมเข้มของตำรวจ หลังหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุระทึกหนุ่มไนจีเรียเตรียมก่อเหตุระเบิดเครื่องบินโดยสารสหรัฐในช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยในย่านไทม์ส สแควร์ในกรุงนิวยอร์ก ซึ่งจะเป็นจุดหนึ่งของการเฉลิมฉลอง ตำรวจได้ห้ามประชาชนใส่เป้สะพายและพกแอลกฮอล์ หลังเกิดเหตุสัญญาณเตือนภัยผิดพลาดจากประชาชนที่จอดรถอย่างผิดกฎหมายอย่างผิดที่และผิดเวลา
มือปราบลีโอจับขายเหล้าในปั๊ม
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม โดย นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือ ฉายา "มือปราบลีโอ” พร้อมด้วย นพ.ระวี สิริประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี และ พ.ต.ท.วันชัย พิทักษ์ ตันสกุล รอง ผกก.(ป.) สภ.กบินทร์บุรี พร้อมกำลัง รวม 23 คน ร่วมออกตรวจจับปั๊มน้ำมันที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามนโยบายห้ามจำหน่ายสุราในปั๊มน้ำมัน ตามถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-นาดี) อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และถนนสายสุวรรณศร (33) ที่ประชาชนใช้เดินทางจากภาคตะวันออก และภาคกลางบางส่วนสู่ภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งมีผู้คนเดินทางหนาแน่นตลอดทั้งคืน
นพ.สมานกล่าวว่า การออกตรวจที่ จ.ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดแรกตามนโยบายของรัฐบาล ที่เอาจริงกับสถานประกอบการในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการแก้ไขปัญหาลดสถิติอุบัติเหตุจากเมาสุรา ทั้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงสุ่มตรวจในพื้นที่ โดยก่อนออกตรวจมีการเตือนก่อนหน้าแล้ว แต่พฤติกรรมร้านค้าที่จำหน่ายสุราในปั๊มน้ำมันจะหลบเลี่ยงนำซุกไว้หลังร้าน หากมีผู้ถามซื้อจะนำมาจำหน่ายพร้อมกระดาษหนังสือพิมพ์ปกปิดห่อให้
นพ.สมานกล่าวอีกว่า ผลการจับกุม จากการล่อซื้อสามารถจับกุมผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานบริการปั๊มน้ำมันรวม 5 ราย จากร้านค้าภายในบริเวณปั๊มน้ำมันแห่งแรก เป็นร้านค้าจำหน่ายอาหาร-เครื่องดื่ม ตั้งอยู่ห่างแยกสามทหาร ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี รวม 3 ราย และผู้จำหน่ายอาหาร-สุราในปั๊มน้ำมันแห่งที่ 2 เป็นร้านคาราโอเกะในปั๊มหน้าโรงเรียนกบินทร์วิทยา ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 2 ราย
นครบาลตั้งด่านวัดแอลกอฮอล์ทั่วกรุง
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการในการอำนวยความสะดวก และการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางด้านการจราจรให้แก่ประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้บังคับใช้กฎหมายทางด้านการจราจรอย่างเข้มงวด โดยจะมีการตั้งด่านสกัด และตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 31 ธันวาคม และจะเน้นตรวจอย่างเข้มงวดตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป
นอกจากนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ยังฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางไปฉลองตามสถานที่ต่างๆ ว่า ให้มีการวางแผนในการเดินทาง ถ้าหากมีการดื่มสุราก็แนะนำให้เดินทางโดยรถสาธารณะจะดีกว่า ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถิติทางด้านการจราจร พบว่า การเกิดอุบัติเหตุหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงเทศกาลต่างๆ นั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก "เมาแล้วขับ" ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คุมเข้มวัดแอลกอฮอล์คนขับรถทัวร์
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจสอบในเส้นทางถนนสายเอเชีย ช่วงรอยต่อระหว่างพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ซึ่งการจราจรยังค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากประชาชนยังคงเดินทางกลับภูมิลำเนาและฉลองเทศกาลปีใหม่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคใต้ โดยจะเน้นตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คนขับรถทัวร์และรถสายประจำทางทุกคัน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุกรณีเมาแล้วขับเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร
ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา สรุปยอดอุบัติเหตุ ตายเจ็บ สองวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย ในเขตรับผิดชอบ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน บาดเจ็บ 29 คน อุบัติเหตุเกิดขึ้น 26 ครั้ง
จ.สงขลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 9 คน อุบัติเหตุ 9 ครั้ง รองลงมาคือ สตูล เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 4 คน อุบัติเหตุ 3 ครั้ง โดยมี 4 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตคือ ปัตตานี โดยบาดเจ็บ 10 คน อุบัติเหตุ 8 ครั้ง นราธิวาส บาดเจ็บ 4 คน จากอุบัติเหตุ 4 ครั้ง และ จ.ยะลา บาดเจ็บ 2 คน อุบัติเหตุ 2 ครั้ง
จ่าทหารเรือเมาขับรถหลับในดับ 1
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ารถยนต์ทะเบียน ธฉ 617 กรุงเทพมหานคร ชนเสาไฟฟ้าริมถนน บริเวณแยกสัตหีบ จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบว่า ภายในรถมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คน คือ พลทหารสราวุธ จำปาสัก อายุ 22 ปี ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คือ จ.อ.ชลัช แย้มทรัพย์ อายุ 24 ปี
เบื้องต้น จ.อ.ชลัช ให้การว่า ตนกับพลทหารสราวุธไปดื่มเหล้ากันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งจนมึนเมาจึงพากันเดินทางกลับที่พัก และเกิดหลับใน จึงเกิดเหตุดังกล่าว
จอด จยย.ช่วยเหลือโดนชนดับ 2
เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 31 ธันวาคม พ.ต.ท.สมบูรณ์ มั่นคง สารวัตรเวร สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่า น.ส.อภิรดี คงอ่อน อายุ 27 ปี และนายชูศักดิ์ นาคพลายพันธุ์ อายุ 32 ปี ถูกรถยนต์ ทะเบียน ชมร 9090 กรุงเทพมหานคร ชนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณหน้าที่ทำการป่าไม้บ้านโป่ง หมู่ 1 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง
เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไป จ.กาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ของเพื่อนเกิดลื่นล้ม ผู้ตายทั้งสองคนจึงจอดรถลงไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกันรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งตามหลังมาด้วยความเร็วจึงหักหลบไม่ทัน พุ่งเข้าชนผู้ตายทั้งสองคนอย่างแรง
กระสุนปริศนาตกใส่หลังคาบ้าน
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายอิ่ม เล็กสุทธิ์ ผู้ว่าการชุมชนป่ากัน และนางฉลวย เล็กสุทธิ์ สามีภรรยา เจ้าของบ้านเลขที่ 70 หมู่ 5 ชุมชนป่ากัน ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีกระสุนปืนตกใส่หลังคาบ้านทะลุลงมาอยู่บนที่นอน 1 หัว แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
นางฉลวยเล่าว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ธันวาคม ขณะตน สามีและหลานอีก 2 คน นั่งดูโทรทัศน์กันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงวัตถุตกใส่หลังคา เมื่อเข้าไปดูในห้องนอนก็พบหัวกระสุนดังกล่าว แหงนหน้ามองดูเพดานก็พบว่าเป็นรูทะลุถึงหลังคา
"ในละแวกใกล้เคียงมีบางบ้านจัดงานสังสรรค์รื่นเริงส่งท้ายปีเก่ากัน นอกจากจะมีการจุดประทัดแล้ว ยังมีการยิงปืนขึ้นฟ้าอีกด้วย ฝากเตือนไปยังผู้ที่ใช้ปืนออกมายิงฉลองปีใหม่ให้หยุดยิง เพราะอาจจะเกิดอันตรายกับคนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้" นางฉลวยกล่าว
พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา รักษาการ ผกก.สภ.หาดใหญ่ กล่าวว่า กรณีฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการนำอาวุธปืนมายิงขึ้นฟ้า หากกระสุนตกใส่หลังคาบ้านประชาชนจะมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้ แต่ถ้ากรณีมีผู้บาดเจ็บก็จะมีความผิดฐานกระทำการโดยประมาท ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา
2 วันแรกตรังเกิดอุบัติเหตุ 32 ครั้ง
ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 จังหวัดตรัง สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง 7 วัน เฝ้าระวังอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2553 ว่า ในช่วงวันที่ 29-30 ธันวาคม 2552 หรือในช่วง 2 วันแรกนั้น ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นแล้วรวม 32 ครั้ง โดย อ.เมือง เกิดขึ้นสูงสุด 13 ครั้ง รองลงมาคือ อ.กันตัง และ อ.นาโยง เกิดขึ้นอำเภอละ 4 ครั้ง ทั้งหมดของเหตุการณ์มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 คน ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิต
สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุทางถนน สูงสุดคือ เมาสุรา รองลงมาคือ ตัดหน้ากระชั้นชิด และมีสิ่งกีดขวาง ส่วนประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุทางถนน สูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือ รถปิกอัพ และรถจักรยาน ขณะที่ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุทางถนน สูงสุดคือ ถนนในเมือง (เทศบาล) รองลงมาคือ ถนน อบต./หมู่บ้าน
ระนองยังไม่มีผู้เสียชีวิต
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ได้สรุปผลวันที่สองของการปฏิบัติงานการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน ของวันที่ 30 ธันวาคม 2552 ถึงเช้า 31 ธันวาคม 2552 ว่า มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 2 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
พฤติกรรมเสี่ยงเกิดจากเมาสุรา และไม่สวมหมวกนิรภัย รวม 2 วัน เกิดอุบัติเหตุ 5 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต
ยานพาหนะที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดคือ รถปิกอัพ 41 คัน รองลงมา รถจักรยานยนต์ 31 คัน และรถเก๋ง/รถแท็กซี่ 4 คัน รถตู้ 1 คัน และ รถบรรทุกหกล้อขึ้นไป 1 คัน
แท็กซี่ชนมัคนายกขาดสองท่อน
เมื่อเวลา 06.44 น. วันที่ 31 ธันวาคม พ.ต.ท.เจริญ บุญมี พนักงานสอบสวน สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนคน มีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 101-102 ถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ บ้านหนองนา หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จึงรุดไปที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบศพนายผล ชินิล อายุ 81 ปี มัคนายกวัดหนองนา อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สภาพศพคอขาด ร่างกายแหลกเหลวเป็นสองท่อน เสียชีวิตข้างถนน พร้อมด้วยรถจักรยานสภาพพังยับเยิน
นายวรวุฒิ คำผิว อายุ 34 ปี ให้การว่า ขับรถแท็กซี่เดินทางกลับบ้านพร้อมกับภรรยา เพื่อไปฉลองปีใหม่และเลี้ยงวันเกิดให้ลูกสาว อายุ 5 ขวบ ที่ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายจูงรถจักรยานออกมาจากเกาะกลางถนนในระยะกระชั้นชิด ทำให้เบรกรถไม่ทัน
เชียงใหม่สองวันดับแล้ว 1
นายประจญ ปรัชญสกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองของ 7 วันอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 18 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 21 คน เป็นชาย 16 คน และหญิง 5 คน เสียชีวิต 1 คน พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ จักรยานยนต์ 4 คัน รถกระบะ 2 คัน และรถเก๋ง 1 คัน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาแล้วขับ
นายประจญ กล่าวอีกว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างเวลา 12.00-24.00 น. ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ จึงได้กำชับให้แต่ละอำเภอและหมู่บ้านเข้มงวดกวดขันลูกบ้านหากมีการเลี้ยงฉลองปีใหม่ ควรอยู่ในพื้นที่ไม่ออกไปฉลองข้างนอก
ห้ามรถขึ้นลงดอยสุเทพ
เมื่อตอนสายวันที่ 31 ธันวาคม พ.ต.ท.ดอย วงศ์พุ่ม รอง ผกก.จร.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์การจราจรใน จ.เชียงใหม่ขณะนี้เริ่มคับคั่ง ตามแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่จัดงานเคานท์ดาวน์บางจุด การจราจรติดขัด สำหรับจุดที่รถติดหนักที่สุดของเมืองเชียงใหม่คือถนนทางขึ้นลงดอยสุเทพ พบว่าท้ายแถวเหยียดยาวจากยอดดอยลงมาถึงหน้าบริเวณโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งปิดทางขึ้นลงดอยชั่วคราว เพื่อระบายรถยนต์ของนักท่องเที่ยวด้านบนลงมาให้บางตาก่อน จึงจะปล่อยรถให้ขึ้นไปใหม่ได้
"ที่จอดรถบนดอยสุเทพสามารถรองรับปริมาณรถได้ 3,000 คน แต่ขณะนี้เต็มล้นออกมาหมดแล้วไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปเพิ่มได้เพราะการจราจรเป็นอัมพาต เช่นเดียวกันกับถนนทางขึ้นยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง และดอยอ่างขาง อ.ฝาง ซึ่งในช่วงนี้ได้ประกาศงดให้รถบัสและรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับขึ้นลงแล้ว" รอง ผกก.จร.เชียงใหม่ กล่าว
อุดรธานียอดตายเกินเป้า
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าฯ อุดรธานี เป็นประธานประชุมสรุปสถิติอุบัติเหตุ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา สรุปมียอดรวมอุบัติเหตุ 21 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 22 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเมื่อเช้าเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้เพียง 3 คน
ทั้งนี้นายอำนาจได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อกขณะขี่รถจักรยานยนต์
สุรินทร์ดับแล้ว 2 เจ็บ 34
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 ได้สรุปอุบัติเหตุระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม ว่า มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 7 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 8 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 1 คน แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต
ในวันที่ 30 ธันวาคม 2552 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 24 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 คน มีผู้เสียชีวิต 2 คน เหตุเกิดเสียชีวิตในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กับ อ.ปราสาท เป็นเพศชายทั้งหมด
สำหรับพฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นเมาสุราและขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด คิดเป็นร้อยละ 60 ประเภทยานพานะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 71.4
ปภ.สรุป 2 วันเสียชีวิตแล้ว 91
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่าสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ “7 วันขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน” เกิดอุบัติเหตุ รวม 667 ครั้ง ลดลงจากปี 2552 จำนวน 215 ครั้ง ร้อยละ 24.38 ผู้เสียชีวิต 51 คน ลดลงจากปี 2552 จำนวน 36 คน ร้อยละ 41.38 ผู้บาดเจ็บ 729 คน ลดลงจากปี 2552 จำนวน 231 คน ร้อยละ 24.06
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังเป็นเมาสุรา ร้อยละ 37.48 รองลงมา ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 20.39 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.06
นพ.ไพจิตร์ กล่าวอีกว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ เชียงราย 39 ครั้ง และเชียงราย ยังเป็นจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 4 ราย และบาดเจ็บสูงสุด 46 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ มี 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ยโสธร ยะลา สกลนคร สมุทรสงคราม และ สระบุรี
สำหรับตัวเลขอุบัติเหตุทางถนนสะสมสองวัน ระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม เกิดอุบัติเหตุรวม 1,115 ครั้ง ลดลงจากปี 2552 จำนวน 363 ครั้ง ร้อยละ 24.56 ผู้เสียชีวิตรวม 91 คน ลดลงจากปี 2552 จำนวน 52 คน ร้อยละ 36.36 ผู้บาดเจ็บรวม 1,225 คน ลดลงจากปี 2552 จำนวน 370 คน ร้อยละ 23.20
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คาดว่าประชาชนจำนวนมากจะไปร่วมงานรื่นเริงตามสถานบริการและสถานท่องเที่ยวต่างๆ จึงได้สั่งการให้จังหวัดเร่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากการดื่มสุราแล้วขับ โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจทั้งสายหลักและสายรองผลัดเปลี่ยนกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง กวดขันเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีอาการเมา โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ในช่วงหลังเวลา 24.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเลิกจากการเฉลิมฉลอง เพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และตักเตือนไม่ให้ขับขี่รถออกนอกพื้นที่ จัดหาที่พักผ่อนรอจนทุเลาเป็นปกติ หรือให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับ



