
หนุ่มสาวไฟแรงเปลี่ยนแปลงรับปีเสือ
31 ธ.ค. 2552
"สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์ ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี" สนุกสนานกับบรรยากาศการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กันแล้วนะคะและคงมีอีกหลายคนที่กำลังเตรียมจัดปาร์ตี้ต่อในปีใหม่วันนี้ด้วยซ้ำ ดื่มและดริงก์กันอย่างเต็มที่มาขนาดนี้ ก็ต้อง
เชื่อว่าหลายคนคงกำลังพร่ำบอกกับตัวเองว่าปีเสือนี้ (พ.ศ. 2553) ฉันจะต้องมีสิ่งดีๆ เข้ามา ฉันจะเริ่มมองหากำไรชีวิตให้แก่ตัวเอง หรืออะไรต่างๆ นานาที่พูดซ้ำๆ กันมาหลายปี แต่ก็ไม่เค้ย...ไม่เคยทำได้ซะที เอาล่ะ...วันนี้ฤกษ์ดีจึงขอแนะนำ 6 วิธีสร้างความสุขเป็นของขวัญให้แก่ตัวเองในปีนี้กันค่ะ
หนึ่ง...ต้องสร้างทัศนคติเรื่องการนอนเสียใหม่เพราะบางคนมักคิดว่าจะนอนเวลาไหนก็ได้แค่ให้ครบ8 ชั่วโมงก็พอแล้ว แต่จากงานวิจัยเกี่ยวกับการนอนของนายแพทย์เดวิด ไซมอน ผู้อำนวยการศูนย์สาธารณสุขโชปรา ในลาโฮยา แคลิฟอร์เนีย บอกว่า การนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้านั้นจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากกว่าการนอนดึกแต่ตื่นสายหลายเท่า ทั้งๆ ที่ใช้เวลาในการนอนเท่ากัน เนื่องจากหากได้ตื่นขึ้นมารับแสงสว่างในยามเช้าเพื่อให้ร่างกายสัมผัสแสงสว่างเป็นเวลาประมาณ 30 นาที จะช่วยให้นาฬิกาปลุกในร่างกายเริ่มวงจรทำงานได้อย่างสดชื่น
แต่หากคนใดชอบตื่นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับ ลองนอนสงบใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ พร้อมกับคิดถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้ายังรู้สึกกังวลหรือกระสับกระส่าย ให้ลุกขึ้นไปเปิดเพลงคลอเบาๆ ฟังภายใต้แสงไฟสลัวๆ หรือหากระเป๋าน้ำร้อนวางที่หน้าท้อง ก็จะช่วยทำให้รู้สึกง่วงนอนและผ่อนคลายมากขึ้น
สอง...มีนิสัยรับประทานอาหารที่ถูกต้องเคล็ดลับนี้มาจากสาวสวยสองพันปี จิตรา ก่อนันทเกียรติ ที่เขียนไว้ในหนังสือ"คัมภีร์ ผิวสวย หน้าใส เนื้อแน่น ตัวหอม" บอกไว้ว่า แม้บางตำราจะให้พริกเป็นสมุนไพรและยาที่มีประโยชน์ช่วยในการขับถ่าย แต่ในแง่ของ ความเชื่อของคนจีนมักจะห้ามลูกที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นและกำลังเป็นสิวไม่ให้กินเผ็ด เพราะจะทำให้สิวลามและผิวหยาบ
เหตุเพราะรสเผ็ดนั้นจะเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดร้อนขึ้นการอักเสบของผิวก็จะยิ่งแพร่กระจายไปทางเลือด อีกทั้งเวลาเลือกกินผักผลไม้ก็ควรเลือกกินตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะราคาไม่แพงแล้ว ยังไม่ต้องไปเสี่ยงต่อสารฮอร์โมนยาฆ่าแมลงที่ถูกฉีดเร่งการเจริญเติบโตจนเกินควร ที่สำคัญการกินผักผลไม้ต้องระวังเรื่องลมในท้อง โดยเฉพาะการกินก้านผักสดที่มักจะมีลมอยู่ภายใน ฉะนั้นถ้ากินเป็นผักสุกก็จะดีกว่ามาก
สาม...หาเวลาออกกำลังกายเสียบ้างเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วการออกกำลังกายนั้นแสนจะมีประโยชน์แต่ก็แหม...ด้วยการจราจรที่ติดขัดกับเวลาอันน้อยนิด คงจะทำให้คนส่วนใหญ่มีข้ออ้างหาทางหลีกเลี่ยงไม่ออกกำลังกายอยู่เสมอ โยคะ อาจเป็นทางออกให้ได้นะคะก็เพราะโยคะเป็นศาสตร์แห่งการสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจที่สามารถเล่นเองภายในบ้านด้วยการเลือกหามุมสงบๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ เป็นจังหวะ
แต่หากใครเบื่อโยคะแบบเดิมๆลองหันมาเล่น โฟลว์โยคะ(Flow Yoga) โยคะสไตล์ใหม่ที่เกิดจากการหล่อหลอมศาสตร์ของโยคะไทชิและฟิลาทิสที่เน้นออกกำลังทางสรีระร่างกายมากกว่าการฝึกจิตเหมือนโยคะทั่วๆไป แบ่งเป็น3 รูปแบบ คือ เจนทัลโฟลว์ (Gentle Flow) ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปวดตึงของกล้ามเนื้อ ขณะที่ ไดนามิกโฟลว์ (Dynamic Flow) เป็นการฝึกเพื่อให้ร่างกายมีรูปร่างผอม เพรียว กล้ามเนื้อกระชับสัดส่วน และสุดท้าย ฮอทโฟลว์ (Hot Flow) ที่ฝึกในห้องอุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส เน้นสร้างความแข็งแกร่งและอดทนให้ร่างกาย
สี่...เข้าสปานวดหน้า นวดตัว ข้อนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอคอมพ์เป็นเวลานานๆ ที่สำคัญนอกจากการเข้าสปานวดตัวจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อร่างกายผ่อนคลายแล้ว กลิ่นของสมุนไพรและดอกไม้ต่างๆ ในสปายังมีส่วนช่วยในการบำบัดสุขภาพจิตได้ เช่นกลิ่นโรสแมรี่ช่วยบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ อาการติดเชื้อในลำคอ ทอนซิลอักเสบ และช่วยกระตุ้นให้ผิวมีชีวิตชีวา แถมลดริ้วรอยได้อีกด้วย
ในส่วนของการนวดหน้าก็มีประโยชน์ไม่แพ้กันเพราะนอกจะช่วยกระตุ้นผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกให้หลุดร่วงไปจนทำให้ผิวหน้าใสกิ๊กแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่นำสารอาหารอันมีประโยชน์และออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวที่ทำให้ผิวหน้าแข็งแรง ขณะที่การพอกหน้าด้วยครีมเย็นๆ จะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และรู้สึกผ่อนคลายสบายหน้ามากยิ่งขึ้น
ห้า...ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตด้วยแสงอาทิตย์อัสดง ในสภาวการณ์แห่งการแข่งขันที่ไม่มีสิ้นสุดแบบนี้ชีวิตของเราก็เหมือนหุ่นยนต์ที่ต้องเดินไปตามกลไกตลาดที่มนุษย์ร่วมกันกำหนดขึ้น แต่เมื่อร่างกายถูกใช้ไปนานๆ ก็คงเหมือนเครื่องจักรที่ต้องหยุดพักบ้าง ฉะนั้นการมีโอกาสได้เดินเท้าเปล่าริมหาดทรายเม็ดขาวละเอียดท่ามกลางแสงสีส้มยามพระอาทิตย์ตก ก็สามารถช่วยชาร์จแบตเตอรี่ในร่างกายให้เต็มที่ได้
ปัจจุบันการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมเห็นจะไม่พ้นการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ ที่มุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆอาทิ การเดินสำรวจป่าไม้ แหล่งน้ำ ทะเลสาบ และน้ำตก ที่มีลักษณะเด่นและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ และวัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่ พร้อมทั้งดูนกหายากสายพันธุ์ต่างๆ ที่นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการปลูกจิตสำนึกให้คนผูกพันกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้นด้วย
หก...คิดบวกย่อมได้บวก แนวความคิดแบบนี้ยังไม่ล้าสมัยอย่างแน่นอน คนที่มองโลกในแง่ดีมักมีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นเสมอ เพราะคนส่วนใหญ่คิดอย่างไร มักจะแสดงออกหรือมีพฤติกรรมเป็นไปตามอย่างที่คิดไว้ คิดดี ทำดี ผลลัพธ์ก็ต้องออกมาดี การคิดบวกจึงเปรียบได้กับออกซิเจนและอาหาร ซึ่งมีประโยชน์และสร้างสรรค์ ส่วนความคิดทางลบนั้นเหมือนยาพิษ ที่มีแต่ทำลายและบั่นทอนจิตใจ
หลังจากที่มองโลกในแง่ดีแล้วก็อย่าลืมยิ้มให้แก่ตัวเองด้วย เพราะเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยรอยยิ้มได้ ทดลองง่ายๆ เพียงตื่นเช้าลองยิ้มให้แก่ตัวเองที่หน้ากระจก จากนั้นก็ยิ้มให้แก่ผู้อื่นดูบ้าง ช่วงแรกๆ อาจมีเขินบ้าง แต่ถ้าฝึกฝนไว้จนชิน จนกลายเป็นธรรมชาติของเราที่ยิ้มออกจากใจไม่ใช่แค่เสแสร้ง อีกไม่นานรอยยิ้มนี้ก็ไม่ใช่แค่เพียงทำให้เรามีความสุขเท่านั้น แต่จะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ร้อนของคนรอบข้างในยามที่มีปัญหาได้อีกด้วย
ประณีต วรรณวิภูษิต



