
พนง.โรงแรมเฮศาลปค.สั่งกทม.จ่ายชดเชย1.3 ล้าน
พนง.โรงแรมเฮ ศาล ปค.สั่ง กทม.จ่ายชดเชย 1.3 ล.พร้อมดอกเบี้ย คดีท่อเหล็กตกใส่หัวจนบาดเจ็บสาหัสขณะนั่งเรือคลองแสนแสบเมื่อ 5 ปีก่อน
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีที่นายกฤติวิทย์ กฤชปัญญาวโรช ฟ้อง กทม. และผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เนื่องจากละเลยปล่อยให้ท่อเหล็กหล่นใส่ศีรษะผู้ฟ้องคดีจนบาดเจ็บ และต้องเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีหน้าที่ในการดูแลและบำรุงรักษาท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ สมบูรณ์มั่งคงและแข็งแรง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมา นอกจากนี้ ผลแห่งการกระทำละเมิดทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องกลายเป็นผู้ที่มีโรคลมชักติดตัวตลอดชีวิต ทุพพลภาพถาวร สติไม่สมประกอบ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ย่อมถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความทุกข์ทรมานจากผลแห่งการกระทำละเมิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
ศาลพิพากษาให้ กทม.จ่ายเงินชดเชยเป็นเงินจำนวน 1,368,580 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นไป จนกว่า กทม.จะชำระเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดีเสร็จสิ้น โดยให้ชำระเงินและดอกเบี้ยดังกล่าวภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด
คดีนี้ เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2547 เวลาประมาณ 21.30 น. นายกฤติวิทย์ พนักงานทำความสะอาดของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ นั่งเรือโดยสารมาจากท่าน้ำบางกะปิไปท่าน้ำประตูน้ำ เพื่อข้ามคลองแสนแสบ เมื่อแล่นมาถึงใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบใกล้แยกมิตรสัมพันธ์ เขตราชเทวี ปรากฏว่ามีท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้าที่ติดอยู่กับราวสะพานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว ซึ่งอยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร หล่นใส่ศีรษะอย่างแรงจนผู้ฟ้องคดีได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะแตก เลือดตกในสมองและมีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสูญเสียเงินถึง 303,327 บาท และยังต้องเสียค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ประมาณปีละ 5.5 หมื่นบาท เป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 5.5 แสนบาท ยังไม่นับรวมค่ากายภาพบำบัดฟื้นฟู และค่าเดินทางเพื่อไปทำกายภาพบำบัด และสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพ



