
อีก10เดือนของพล.อ.อนุพงษ์
นับถอยอีก 10 เดือน ของการดำรงตำแหน่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก หลังจากที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. และอดีตประธาน คมช. ที่ส่งไม้ต่อให้สานงานต่อในกองทัพบก
แม้ว่าในห้วงเวลา 2 ปี จะมี "นายกรัฐมนตรี" ถึง 3 คน เริ่มไล่เรียงตั้งแต่ นายสมัคร สุนทรเวช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนไทยที่แบ่งขั้วออกเป็น 2 สี คือ “สีเหลือง-สีแดง” แต่การแก้ไขปัญหาอันนี้ถือว่าเป็น “โจทย์” สำคัญยิ่งที่จะต้องจัดวางแผน เพราะถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถยุติปัญหาความขัดแย้งที่รื้อรังได้
ผลงาน 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องใช้เวลา "ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ในพื้นที่เกิดจากสาเหตุใด เพราะถ้าไม่เข้าใจไฟใต้ไม่มีทางมอดลงได้ในเวลานี้"
พล.อ.อนุพงษ์ ถูกโจมตีทั้งฝ่ายจาก “สีเหลือง-สีแดง” อย่างหนัก โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง ที่ไม่ค่อยพออกพอใจต่อบทบาทการทำหน้าที่ของเขาสักเท่าไหร่ เพราะฝ่ายการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้
ถึงแม้ว่าจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยผ่านการพูดคุยกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แต่ภาพที่ออกมา พล.อ.อนุพงษ์ ก็คงยากที่จะปฏิเสธกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เห็นได้จากการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ของบูรพาพยัคฆ์ และ "นาย" ของ พล.อ.อนุพงษ์ มาคุมกระทรวงกลาโหม ก็ยิ่งทำให้ภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น
นั่นคือ สัญญาณเชื่อมระหว่างกองทัพกับรัฐบาลที่จะอย่างไร ก็ต้องไหลผ่าน พล.อ.ประวิตร
สิ่งที่ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นห่วงมากคือ กำลังพลที่มีการสับเปลี่ยนมาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทหารเกณฑ์ ที่เข้ามาฝึกในกองทัพ เกรงว่าค่านิยมที่เปลี่ยนไปจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต
จึงพยายามปลูกฝังให้กำลังพลเหล่านี้ยึดมั่นทำเพื่อ “ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์” โดยได้ฝากงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน บูรพาพยัคฆ์ ที่ถูกจับตามองว่าจะได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง “แม่ทัพบก” หลังจากที่ พล.อ.อนุพงษ์ เกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม 2553
การ “บอกใบ้” ของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่บอกกับเหล่าบรรดา “ทหารเสือราชินี” ระหว่างการอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของเหล่าบรรดา ผบ.เหล่าทัพ ทั้ง พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ขอให้ยึด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแบบอย่างในการรักชาติ
เอาเป็นว่าตำแหน่ง “แม่ทัพบก” คนที่ 36 หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ที่เพียบพร้อมทั้งด้าน “บู๊-บุ๋น” ไม่แพ้บรรดา ผบ.เหล่าทัพ รุ่นพี่ๆ ทั้งหลาย
แต่สำหรับ พล.อ.อนุพงษ์ แล้วถึงแม้จะเกษียณอายุราชการ แต่ก็ไม่แน่ว่า จะวางมือจาก "งาน" ที่รู้กันว่า ไม่เพียงแค่กองทัพเท่านั้นที่จับอยู่ การประสานทั้งข้างบน ข้างล่าง หรือแม้แต่กับ "ฝั่งตรงกันข้าม"
ว่ากันว่า ถ้าหากวันนี้แม่ทัพบก ไม่ใช่ พล.อ.อนุพงษ์ แล้ว "ฝั่งตรงกันข้าม" อาจกลายเป็นศัตรูที่ไม่มีวันให้อภัย หรือลงให้กันได้เลย
ทีมข่าวความมั่นคง



