ข่าว

ก.ตร.มีมติขยายเวลาการแต่งแต่งรองผบก.-สว.

ก.ตร.มีมติขยายเวลาการแต่งแต่งรองผบก.-สว.

30 ธ.ค. 2552

ตามคาด ก.ตร.มีมติขยายเวลาการแต่งแต่งรองผบก.-สว. พร้อมให้แต่งตั้งข้ามหน่วยได้ ด้าน "พิชิต" เสนอเรื่องแทรกรณีความเห็นอนุฯ อุทธรณ์คำสั่งแย้งป.ป.ช.เรื่องให้ ตร.3 นายพ้นผิดกรณีสลายม็อบ

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 30 ธันวาคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร. เดินทางมาประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 17 ที่อาคาร 1 ชั้น 2 พร้อมด้วยก.ตร.ในตำแหน่งและก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยพร้อมเพรียงกัน โดยมีวาระที่สำคัญ อาทิวาระ ที่ 4 เรื่องที่ 5 การแต่งตั้ง พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รรท.รอง ผบช.ก. เป็น รองผบช.ก. เนื่องจากการแต่งตั้งครั้งที่ผ่านมา พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ มีคุณสมบัติไม่ครบหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และเรื่องที่ 6 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึง รอบผบก.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมก.ตร.ครั้งนี้ ใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง ก่อนที่พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมก.ตร.มีมติขยายเวลาการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรองผบก.- สว.ออกไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2553 โดยมีตำแหน่งที่แต่งตั้งระดับ รองผบก.ที่ว่าง จำนวน 207 ตำแหน่ง ผกก. 346 ตำแหน่ง ระดับรอง ผกก.422 ตำแหน่ง และระดับสว. 1,189 ตำแหน่ง ทั้งนี้ รวมมีตำแหน่งที่แต่งตั้งกว่า 4 ,000 ตำแหน่ง

 นอกจากนี้ มติ ก.ตร.ยังอนุมัติให้มีการแต่งตั้งข้ามหน่วยงานได้ เนื่องจากบางหน่วยนั้นยังขาดแคลนตำแหน่งสว.จำนวนมาก ทั้งนี้คำสั่งน่าจะเสร็จสิ้นพร้อมกันในวันที่ 20 ม.ค. 2553 และให้มีผลพร้อมกันในวันที่ 16 ก.พ. ส่วนกรณีให้ยกเว้นหลักเกณฑ์กรณีดำรงตำแหน่งไม่คร บ2 ปี ให้สามารถโยกย้ายตำแหน่งได้นั้น เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร.เพื่อให้อนุมัติ เนื่องจาก กรณีนี้เป็นอำนาจของผบ.ตร.ที่จะพิจารณา ตาม พ.ร.บ ตำรวจ 2547 โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

 ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเห็นตรงกันว่า จะอนุญาตในกรณีระดับ สารวัตรที่ได้รับผลกระทบในการแต่งตั้งตามโครงสร้างใหม่เท่านั้น

 รายงานข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการเลื่อนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก. - สว. ออกไป โดยพล.ต.อ.ปทีป ได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุม โดยให้เหตุผลว่า ตำแหน่งในระดับนี้มีจำนวนมากจากการปรับโครงสร้างใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับมีปัญหาเรื่อง สว.ที่มีตำแหน่งว่างเป็นจำนวนมากในแต่ละหน่วย ในแต่ละหน่วยมีตำแหน่งรองสว.ไม่เพียงพอที่จะขึ้นในตำแหน่ง และช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ตำรวจต้องปฎิบัติหน้าที่อย่างต่อเนือง ไม่ควรมีการแต่งตั้งในช่วงนี้ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ให้เลื่อนการแต่งตั้งออกไปในวันที่ 31 ม.ค. 2553 และให้คำสั่งมีผล วันที่ 16 ก.พ. 2553

 จากนั้นเป็นการพิจารณาเรื่องตำแหน่งรองผบช.ก. ของ พล.ต.ต.พงพัฒน์ ฉายาพันธุ์ รรท.รองผบช.ก. ซึ่งที่ประชุมมีมติยืนยันเห็นชอบในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผบช.ก. ส่วนที่การประชุมล่าช้า เนื่องจาก พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ ก.ตร. ในฐานะประธานอนุฯ อุทธรณ์ ก.ตร. ได้เสนอเรื่องให้ก.ตร.พิจารณาเห็นชอบว่า นายตำรวจ 3 นายไม่มีความผิด ประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว และพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับความเห็นของคณะกรรมการ ปปช. ซึ่งเห็นว่าตำรวจทั้ง 3นาย มีความผิดในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. และเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรและ นปช. ทีสวนสาธารณะหนองประจักษ์ จ.อุดรธานี

 รายงานข่าว กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางว่า การมีความเห็นแย้งสามารถกระทำได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการตามมติของปปช. ซึ่งมีการเสนอให้ส่งเรื่องนี้ให้กฤษฎีกา ตีความ แต่เมื่อลงมติไปแล้ว ปรากฎว่าในที่ประชุมส่วนใหญ่มีมติไม่จำเป็นต้องส่งกฤษฎีกาตีความ แต่มีมติให้เห็นชอบตามคณะอนุฯ อุทธรณ์ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาในอนาคต

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในการลงมติเรื่องนี้ ก.ตร.บางท่านที่ไม่เห็นด้วยว่าควรมีมติเห็นแย้งกับคณะกรรมการปปช.ได้เดินออกจากห้องทันที ประกอบด้วย นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการ ก.พ. นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เดินออกจากห้องประชุมไปก่อนการลงมติ นอกจากนี้ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.ในฐานะก.ตร.โดยตำแหน่ง ก็เดินออกเช่นกัน โดยมีพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. ในฐานะก.ตร.โดยตำแหน่ง งดออกเสียง