ข่าว

"สุทิน"บ่นรัฐบาลไม่กำหนดแหล่งกู้เงินชัดเจน ระบุนายกฯ ป้องกันโรคระบาดสำเร็จ แต่ประเทศล้ม

"สุทิน"บ่นรัฐบาลไม่กำหนดแหล่งกู้เงินชัดเจน ระบุนายกฯ ป้องกันโรคระบาดสำเร็จ แต่ประเทศล้ม

31 พ.ค. 2563

"สุทิน"บ่นรัฐบาลไม่กำหนดแหล่งกู้เงินชัดเจน ระบุนายกฯ ป้องกันโรคระบาดสำเร็จ แต่ประเทศล้ม เพราะพิษเศรษฐกิจ พร้อมแนะงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้าน ควรแบ่งพัฒนาแหล่งน้ำ

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2563 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายสรุปข้อเสนอแนะการอภิปราย ประกอบการลงมติ พ.ร.ก. 3 ฉบับ เกี่ยวกับการแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์โควิด-19 ว่า แม้จะเป็นการกู้เงินโดยตรง 1 ล้านล้านบาท และอีก 900,000 ล้านบาท เป็นสภาพคล่อง แต่ถือเป็นเงินที่ประชาชนต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด จึงเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนควรจะรู้ แต่หากรัฐบาลยังไม่มีอะไรเป็นตัวชี้วัด สุดท้ายจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับการบินไทย รวมถึงไม่มีความชัดเจนว่าจะกู้จากแหล่งเงินที่ใด หากจะกู้ IMF หรือ World Bank ก็เสี่ยงเกิดการแทรกแซง แต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะสามารถกู้ได้ หากระบบตรวจสอบภายในยังเป็นแบบนี้
 

นายสุทิน ยังกล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเปรียบประเทศเหมือนคนป่วยโรคเบาหวาน มีนายกรัฐมนตรีเป็นหมอรักษา ให้ยาโดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดเมือง จนได้ผลน้ำตาลลดลง แต่เกิดผลข้างเคียงที่ไต คือระบบเศรษฐกิจพังทั้งประเทศ ขณะนี้ถูกต้องแล้วที่เร่งแก้ปัญหาเยียวยาให้คนรอดตายก่อน แต่ก็เยียวยาไม่ครอบคลุม ไม่ทันเวลา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ายังไม่สามารถได้ดี ขณะเดียวกันไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน

สำหรับการตั้งงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรียังใช้วิธีคิดแบบเดิม ส่วนใหญ่เป็นการอบรมสัมมนาภาคการเกษตร จึงขอให้นำงบประมาณไปพัฒนาแห่งน้ำ สร้างการตลาดให้ชัดเจน ถ้าใช้เกษตรอัจฉริยะก็ครอบคลุมไม่กี่กลุ่ม กล้าหรือไม่ ที่จะใช้งบ 7 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพราะไม่เชื่อว่าการอบรมจะทำให้ภาคการเกษตรแข็งแกร่งจริง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว เมื่อประชาชนไม่มีเงิน ก็ไม่มีอารมณ์ไปเที่ยว เกิดเป็นปัญหา สุดท้ายงบประมาณส่วนนี้ก็จะล้มเหลวอีก ขณะที่งบฟื้นฟูด้านสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท ก็เชื่อว่าจะทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการแพทย์ได้

ส่วนการช่วยเหลือ SME ก็เป็นการช่วยเหลือรายใหญ่มาก รายเล็กก็ตกไปมาก และมีข่าวว่ากลุ่มทุนจีนสามารถเข้าถึงได้ด้วย ยิ่งถ้าประเทศไทยเข้าสู่การเป็น CPTPP อีก ยิ่งตายสนิท เพราะจะไม่เหลือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจไว้เลย พร้อมระบุ การใช้สภาพคล่องของธนาคารแห่งประเทศไทย สุดท้ายก็เป็นภาระหนี้ของประเทศ ซึ่งในประวัติศาสตร์ แบงค์ชาติเคยตั้งกองทุนไปซื้อหนี้เสียจากบริษัทเอกชนโดย รปส. จนต้องขายหนี้เสียราคาต่ำ ในที่สุดประเทศเป็นหนี้ 8 แสนล้านบาทจนวันนี้  แล้ววันนี้จะไปซื้อหุ้นกู้เอกชน ถามว่ามีเหตุผลหรือไม่

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาตรวจสอบ แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ยังเงียบ มีเพียงเงื่อนไขให้รายงานต่อสภาฯ ปีละครั้งเท่านั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตปัญหาการใช้กองทุนประกันสังคม ที่ประชาชนฝากไว้ แต่ยังไม่สามรถนำเงินออกมาใช้ได้

 

"สุทิน"บ่นรัฐบาลไม่กำหนดแหล่งกู้เงินชัดเจน ระบุนายกฯ ป้องกันโรคระบาดสำเร็จ แต่ประเทศล้ม