ข่าว

ก้าวสู่ปีเสือไฟ...สังคมไทยที่อยากให้เป็น

ก้าวสู่ปีเสือไฟ...สังคมไทยที่อยากให้เป็น

30 ธ.ค. 2552

ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ร้อนระอุ ทับถมด้วยวิกฤติเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ กราฟระดับความสุขของคนไทยในปี 2552

ได้ลดลงอย่างน่าตกใจ แต่ในความมืดก็ยังพอมีแสงให้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอยู่บ้าง กับเรื่องอันเป็นสิริมงคลในช่วงท้ายปลายปี และสำหรับฟ้าใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน มาดูกันว่าชาวไทยอยากเห็นสังคมไทยในปีเสือไฟนี้ดำเนินไปในทิศทางไหน เพื่อที่จะดำรงอยู่บนแผ่นดินไทยได้อย่างมีความสุข            
             
 เชื่อว่าหลายมุมมองน่าจะสะท้อนให้เห็นภาพความคาดหวังได้ชัดเจนขึ้น ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งคนที่รับรู้อยู่ตลอดเวลาว่า สังคมไทยเกิดความขัดแย้งวุ่นวาย ส่วนตัวจึงคาดหวังที่อยากจะเห็นบ้านเมืองในปี 2553 มีความสงบสุข มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ให้แก่กัน และที่สำคัญอยากให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น เพียงแค่นี้คงเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดแล้ว    

 สำหรับ สมชัย ฉันทะ พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ต้องหาเช้ากินค่ำ บอกว่าในยุคเศรษฐกิจลูกผีลูกคน และสภาพสังคมอ่อนแอแบบนี้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยพลอยย่ำแย่ไปด้วย จึงมุ่งหวังที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจมั่นคงกว่าที่เป็น โดยเฉพาะความสามารถในการพึ่งพาตัวเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  

 "ปีหน้าผมจะพยายามมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างพอเพียง มีน้อยใช้น้อย แต่ถ้ามีมากก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้มากนะครับ ต้องรู้จักเก็บออมไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็นด้วย และอยากเห็นคนในสังคมรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียงหรือนำเอาแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" มาใช้เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเป็นแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อที่จะได้บรรลุถึงจุดหมายร่วมกันของการพัฒนาสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนด้วย" สมชัย ชี้ชวน

 สอดคล้องกับมุมมองของ แสงจันทร์ พ้องเสียง แม่บ้านทำความสะอาด ที่เห็นว่าสำหรับคนทำมาหากินระดับรากหญ้าคงไม่ต้องการอะไรมากในปีใหม่นี้ นอกเสียจากอยากเห็นสถานการณ์บ้านเมืองสงบสุข โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการรบราฆ่าฟันกันแทบทุกวัน

 "อยากให้ความโหดร้ายเหล่านี้หมดไปจากประเทศไทยของเราสักที และอยากให้สังคมไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น เพราะเด็กและเยาวชนสมัยนี้ยังขาดศีลธรรม จริยธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามอยู่มาก ดังนั้นผู้ปกครองและสถาบันการศึกษาควรมีการปลูกฝังกันเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะเด็กและเยาวชนไทยในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะนำพาประเทศให้ดำรงอยู่อย่างสันติสุขต่อไปได้ แต่หากเด็กและเยาวชนขาดคุณธรรมอันดีงามแล้ว ประเทศไทยเราจะมีบุคลากรที่ดีมาพัฒนาประเทศได้อย่างไร" แม่บ้านผู้รักความก้าวหน้า บอก        

 ความก้าวหน้ามั่นคงของบ้านเมืองที่ว่านั้น หนึ่งปัจจัยสำคัญคงอยู่ที่การมีงานทำถ้วนหน้าอย่างที่นักศึกษาหนุ่มจากรั้วรามคำแหง นที ศักดิ์พุทธ ปรารถนา ด้วยยอมรับว่าในปี 2552 นั้นเกิดความวุ่นวายในสังคม เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้คนจำนวนไม่น้อยตกงานและรู้สึกเบื่อหน่าย ดังนั้นในปีหน้าที่กำลังจะมาถึงนี้จึงอยากเห็นสังคมไทยมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 "สิ่งที่อยากเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนสำหรับปีหน้า คือ อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการลงทุนธุรกิจขนาดกลางหรือธุรกิจเอสเอ็มแอลเพื่อเป็นการสร้างงาน ผมว่าธุรกิจเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ดีต่อประชาชนในระดับท้องถิ่น ตลอดจนนักศึกษาที่จบมาใหม่ เพื่อที่จะได้รองรับนักศึกษาที่จบใหม่หรือนักบริหารมือใหม่ในปีหน้าได้ ผมเชื่อว่าบุคลากรในประเทศเรามีอยู่มาก แต่ขาดงานที่ตรงกับความสามารถของเขา ทำให้พวกเขาต้องมาทำงานที่ไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา จึงส่งผลทำให้คุณภาพของงานออกมาไม่ถึงขีดสุด ในปีเสือไฟผมก็อยากให้เป็นปีของเสือรุ่นใหม่ไฟแรง ที่จะผลักดันประเทศของเราให้ก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองต่อไป" นั่นคือแรงปรารถนาของหนุ่มลูกพ่อขุน                                                                                                                                                                                                                       แต่การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นคงไม่ใช่หน้าที่ใครคนใดคนหนึ่ง ต้องเริ่มจากการประสานใจ และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ซึ่ง พิษณุ พินไทยสง อาชีพค้าขายอิสระ ตั้งข้อสังเกตด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า ทำไมคนไทยต้องมาสู้รบกันเอง ความสมัครสมานสามัคคีก่อนหน้านี้หายไปไหน การเห็นใครแพ้ชนะจึงเป็นเรื่องน่าเศร้า ซึ่งของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดเวลานี้ คืออยากเห็นสังคมไทยมีความรักความสามัคคีต่อกัน ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก

 "ผมอยากเห็นแต่ละฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน จับมือปรองดอง และร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อพัฒนาประเทศ  มีการพัฒนาคนให้เจริญขึ้นทั้งทางด้านจิตใจและทางด้านพฤติกรรม เพราะคนเราสมัยนี้มักใช้วัตถุนิยมนำหน้า ใช้อำนาจเหนือความถูกต้อง จึงขาดความพอดีไปเสียทุกอย่าง" พ่อค้าอิสระ สะท้อนความคิด

 เสียงเล็กๆ จากหลากหลายอาชีพอาจดูไร้น้ำหนัก แต่หากทุกเสียงประสานกันและทำให้สังคมวันนี้ดีขึ้น เชื่อว่าฝันที่อยากจะเห็นประเทศไทยพัฒนาก้าวไกล และหลุดพ้นจากความตกต่ำคงอยู่ไม่ไกล...                                                                                           

 ศิริรัตน์ จำรูญหิน