ข่าว

นายกฯยันรบ.ดูแลปชช.เท่าเทียม แต่ไม่มีเงินมากพอดูแลทุกกลุ่ม

นายกฯยันรบ.ดูแลปชช.เท่าเทียม แต่ไม่มีเงินมากพอดูแลทุกกลุ่ม

28 พ.ค. 2563

นายกฯยันรบ.ดูแลปชช.เท่าเทียมยึดหลักเกณฑ์เยียวยาตามลำดับ รับไม่มีเงินมากพอดูแลทุกกลุ่ม ย้ำ"โควิด"จำเป็นคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ถ้ายกเลิกเกิดเหตุคนรับผิดคือรบ.วอน ส ส.มองแง่ดีอย่าจ้องติอย่างเดียว ลั่นไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวชี้แจง ว่า รับทราบถึงความห่วงใย ความกังวลของสมาชิกที่อภิปรายโดยเฉพาะกรณีคนเดินทางกลับจากต่าประเทศ ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง กักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้รัฐบาลดูแลทั้งหมด  

 ขณะนี้ที่ผ่านมาที่เป็นปัญหามากคือ เรื่องการลักลอบผ่านข้ามชายแดน ตนเข้าใจความจำเป็นของคนเหล่านั้นแต่ไม่ได้สนับสนุนให้ทำอย่างนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรน เช่น การเสียค่าปรับ 2,000 บาท ลดลงเหลือ 800 บาท ถ้ามองว่าเป็นภาระก็ใช่ แต่ถามว่าเราจะเอากฎหมายไว้ตรงไหน ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการหารือกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร สำหรับจำนวนคนที่เข้ามาในวันเดียวนี้มีมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรต้องเพียงพอกับขีดความสามารถในการรักษาและสถานที่จัดการของรัฐและเอกชน หากมองในเรื่องสิทธิที่จะทำอย่างเท่าเทียมกันนั้นก็ต้องดูกฎหมายด้วยซึ่งไม่ได้เขียนไว้เพื่อคนรวย คนจน แต่เป็นกฎหมายกลางที่ใช้ดูแลร่วมกัน ทั้งนี้ถ้าดูตามตัวเลขที่เสนอกันมาก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินตรงไหนมาดูแล หากเงินเพียงพอตนก็เห็นด้วย แต่ถ้าเราไม่มีหลักเกณฑ์ไม่มีอะไรเลย คนจะเท่าเทียมกันทั้งหมดมันจะได้หรือไม่ ขอให้คิดง่ายๆตรงนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยทำได้ดีอย่างนี้ ต่างประเทศชื่นชมอย่างนี้ คนไทยลำบากตนทราบ ตนไม่ทราบสบายใจยิ่งกว่าพวกท่าน เพราะถือว่าต้องรับผิดชอบพวกเขา ซึ่งจะต้องดูแลอย่างไรจะใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมอย่างไร ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ผ่านมาได้มีการจ่ายไปแล้ว โดยใช้งบประมาณเดิมจำนวนเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท แทบจะไม่ได้ใช้เลย เตรียมพร้อมสำหรับบมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งมันอาจจะยืดยาวอีกต่อไป  รัฐจำเป็นต้องบริหารงบประมาณ ต้องดูแลข้าราชการพลเรือน ตำรวจ และทหาร รัฐบาลไม่ทิ้งเพียงแต่ขอให้ดูว่าใครโกงกันหรือไม่เท่านั้น แต่คงไม่มีตอนนี้ เรื่องแบบนี้ตนกำชับอยู่แล้ว ขอให้สบายใจ รัฐบาลต้องดูแล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินเยียวยาที่รัฐบาลให้ไปเพื่อการดำรงชีพ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจาก"โควิด"ฉะนั้นการที่มาบอกว่าจะเป็นหนี้อย่างนั้น อย่างนี้มันก็เป็นหนี้กันทั้งนั้นแหละ ตรงนั้นจะต้องดูว่าจะปรับเปลี่ยนตัวเองและพัฒนากันอย่างไร รัฐบาลจะสนับสนุนตรงไหน ซึ่งก็มีการเข้าไปดูแลในเรื่องหนี้นอกระบบ แต่ช่วงนี้เป็นเรื่องการเยียวยา เพื่อดำรงชีพ 3 เดือน คงไม่สามารถนำเงินเหล่านี้ไปผ่อนมอเตอร์ไซต์ หรือผ่อนรถได้ ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลก็มีหลักคิด แต่ไม่ขอว่าอะไรในสิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมด แม้แต่เรื่องการเสียภาษี รัฐบาลก็ไม่เคยขึ้นมีแต่ลดให้ด้วยซ้ำไป ถ้าหากจะให้ใช้เงินมากๆก็ต้องย้อนมาดูว่าจะเอาเงินจากไหน ตนไม่อยากพูดเรื่องนี้ แม้แต่เรื่องนักศึกษาตนก็เห็นใจ แต่ต้องดูว่าจำนวนนักศึกษามีเท่าไหร่ เราต้องทยอยก่อนหรือไม่ เอาใครที่อยู่ในระบบก่อนได้หรือไม่คนที่ขึ้นเป็นสมาชิกก่อนได้หรือไม่เพื่อลดจำนวนการใช้จ่ายลง แต่จะให้ดูทั้งล้านสองล้านคนประมาทไป เหมือนกับกรณีด้านการเกษตรก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามันทำไม่ไหวหรอก ตนคงไม่ก้าวล่วงกลับไปที่เดิม ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใครไม่อยากพูด ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ขอให้เข้าใจกันด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการเรียนได้อธิบายไปแล้ว โดยตนได้มอบนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการไปแล้วว่าทำอย่างไร ในช่วงสถานการณ์โควิด โรงเรียนเปิดไม่ได้ นักเรียนจะไม่ลืมการเรียน เพียงแต่ต่อเติมใช้ระบบออนไลน์ ระบบทางไกลผ่านดาวเทียม ขอให้ดูในรายละเอียดซึ่งมีมากมาย เพื่อที่จะได้พูดคุยกันรู้เรื่อง ถ้าตั้งตัวว่าสิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ไม่ดี ตนถามว่าแล้วจะพูดคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ 

“ต้องขอขอบคุณส.ส.เป็นคนร่วมชาติ ฉะนั้นต้องหาวิธีการที่จะทำงานร่วมกันให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า แม้จะมีพ.ร.บ.ควบคุมโรค แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด แพร่ระบาดไปหลายจังหวัดจึงต้องมีกฎหมายตามออกมา เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ผลจากการใช้กฎหมายดังกล่าวถือว่าดี  หากไม่ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็จะอลหม่านไปหมด รัฐก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้ คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือรัฐบาลอีก รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบเพราะมีความจำเป็น 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทุกวันนี้ตนได้บริหารออกเป็น 6 ภาคมี 3 จังหวัดภาคใต้มาอีก 1 ภาค มีโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจใหม่ภาคใต้ พวกท่านต้องไปสานต่อในสิ่งที่รัฐบาลออกไปแล้ว ส่วนพ.ร.ก.ฉุกเฉินในภาคใต้ที่ใช้มา 16 ปี ถามว่าแล้วปัญหาจบหรือยัง มันก็ยังไม่จบ ยังมีการลอบทำร้ายผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ ถามว่าคนส่วนใหญ่จะปลอดภัยได้อย่างไรและไม้ได้ห้ามใครไปไหนมาไหน ใช้เฉพาะที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุการณ์สถานการณ์ใช้กฎหมายปกติไม่เพียงพอ ขอให้เข้าใจว่ามีการใช้หนักเบากันได้ เว้นแต่บางเรื่องที่ให้ไม่ได้ เพราะต้องคำนึงความปลอดภัยคนจำนวนมาก แม้แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีใครอยากลงไปทำ แต่ก็ปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ เพราะคนไทยทุกคนต้องปฏิบัติตามและเคารพกฎหมาย 

“สิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้เพื่อให้เข้มแข็งต่อไปในวันข้างหน้า หากทุกคนช่วยรัฐบาลโดยไม่ถือว่าเป็นฝ่ายใดตนคิดว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้โลด ฉะนั้นอะไรที่ดีกรุณาส่งเสริม ถ้ามองว่าไม่ดีทั้งหมด ผมว่าไม่ใช่ ผมก็ฟังมาทุกอันต้องขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.


 

นายกฯ ยัน หากสอบพบหักค่าหัวคิวจริงต้องถูกลงโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงมาตรการผ่อนคลายระยะใน 3 ว่า จะต้องมีการหารือกัน โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านความมั่นคงและป้องกันการแพร่ระบาดไว้ให้ได้ ก็ต้องเป็นห่วง ทั้งนี้มีความเป็นห่วงด้านสาธารณสุข รวมถึงด้านเศรษฐกิจ ที่ทุกคนการ์ดต้องไม่ตก หลักปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ และจะต้องมีมาตรฐานกลางออกมา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโรงเรียนหรือสถานที่ต่างๆ หากเราร่วมมือกันแบบนี้ก็จะเดินหน้าไปสู่การผ่อนคลายในระยะที่ 4 ได้ต่อไป โดยรัฐบาลเองก็อยากให้ถึงระยะที่ 4 โดยเร็วที่สุด แต่จะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดเหมือนในต่างประเทศ ที่ผ่อนปรนเร็วเกินไป เพราะสิ่งที่รัฐบาลคำนึงถึงมากที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 ในกิจการต่างๆให้มากที่สุด แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงก็ยังต้องระมัดระวังต่อไป เพื่อไม่ให้สิ่งที่ทำไปทั้งหมดเกิดความเสียหาย โดยยอมรับว่า ส่วนตัวก็ไม่ได้สบายใจนัก โดยเฉพาะ​เรื่องการผ่อนคลายให้เดินทางเข้ามาในประเทศ ที่จะปล่อยเสรีไม่ได้ เพราะต้องคำนึงถึงสถานที่กักกันของรัฐต้องเพียงพอและการควบคุมโรค ทุกอย่างต้องยึดตามหลักการ

 ส่วนการร่วมอ่านถ้อยแถลงในกิจกรรม High – Level Event on Financing for Development in the Era of COVID-19 and Beyond (การเงินเพื่อการพัฒนาในยุคโควิด-19)  นั้น นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า เป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ  รวมทั้งจะพูดถึงสิ่งที่ไทยได้ทำมาในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ยกตัวอย่าง เช่น ขณะนี้ไทยกำลังดำเนินการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งจะถือว่าเป็นเรื่องสาธารณะที่เป็นประโยชน์กับหลายๆประเทศได้

 สำหรับภาพรวมการชี้แจงอภิปราย พ.ร ก.เงินกู้ วันที่ 2 นั้น นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรขึ้นอยู่กับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความตั้งใจทำงานให้กับประชาชน ขออย่ามองแต่ในเรื่องของการทุจริตที่ยังไม่เกิดขึ้น ทุกคนต้องร่วมมือกันและตรวจสอบ ที่ขณะนี้ก็มีช่องทางในการตรวจสอบหลายหน่วยงานอยู่แล้ว เช่น ป.ป.ช และ ป.ป.ง.

ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบกระบวนการหักค่าหัวคิวสถานที่ State Quarantine ในขณะนี้นั้น ได้ส่งรายชื่อผู้ที่ถูกร้องเรียน ที่มี 3-4 คน ไปแล้ว แต่ก็จะต้องตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ซึ่งหากพบว่ากระทำความผิดจริง ก็จะต้องถูกลงโทษ โดยยืนยันว่า เป็นเรื่องของบุคคล  ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงาน ขอขอบคุณที่มีการจ้างเบาะแสดังกล่าวเข้ามา เพราะทุกคนต้องช่วยกัน

นายกฯยันรบ.ดูแลปชช.เท่าเทียม แต่ไม่มีเงินมากพอดูแลทุกกลุ่ม