ข่าว

365 วันของนายกรัฐมนตรี

365 วันของนายกรัฐมนตรี

31 ธ.ค. 2552

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคนไทยส่วนใหญ่คงจะได้ยิน นายกฯ อภิสิทธิ์ แถลงถึงผลงานของรัฐบาลซึ่งเข้ารับหน้าที่ครบรอบปีโดยทั่วถึงกัน คนที่ได้ฟังส่วนใหญ่คงเข้าใจได้ว่า

 นายกฯ อภิสิทธิ์ แม้จะยอมรับว่าการจัดการเรื่องการเมืองภายในจะยังไม่ค่อยเป็นที่เรียบร้อย แต่น้ำเสียงแสดงความมั่นอกมั่นใจในความสำเร็จที่สามารถแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจให้ได้ลุล่วงไปพร้อมทั้งยังตั้งความหวังว่าในปี 2553 นี้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตได้ตามปกติอีกด้วย

 การแถลงผลงานของนายกฯ อภิสิทธิ์ ในครั้งนี้ต้องยอมรับว่าการนำเสนอนั้นถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมโดยสามารถสรุปเหตุการณ์ได้ต่อเนื่อง เพียงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ยิ่งกว่านั้นยังสังเกตเห็นได้ว่านายกฯ ไม่ได้พึ่งโน้ตเลย บรรยายปากเปล่าไปได้อย่างช่ำชอง จึงไม่เสียแรงที่ตลอด 365 วันที่ผ่านมา นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ออกโรงเดี่ยวไมโครโฟนแทบจะทุกวัน จนชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นงานหลักอย่างหนึ่งของท่าน

 อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพวกปากหอยปากปูอดแอบท้วงติงไม่ได้ว่าการที่คนตกงานน้อยลงก็ตาม การส่งออกมียอดสูงขึ้นมากก็ตามนั้น ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเหตุประกอบภายนอกที่เป็นคุณแก่เศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อแก้คำนินทาเหล่านี้รัฐบาลควรจะได้ “เสนอตัวเลขตรวจสอบกลับ” เหมือนกับที่พ่อค้าอาหารเขาโฆษณาในทีวีว่าสินค้าของเขาทุกตัวนั้นไม่ว่าเกี๊ยวกุ้งหรือขาหมูพะโล้เขาสามารถตรวจสอบไปถึงแหล่งวัตถุดิบ เช่น หมู หรือกุ้ง ไปจนกระทั่งถึงวิธีการเพาะเลี้ยงที่ถูกสุขลักษณะ รัฐบาลมีเครื่องมือมากกว่าเขาเสียอีก ทำไมไม่มีตัวเลขเหล่านี้มาตีแผ่ให้หายสงสัย

 โดยทั่วไปหลายคนก็ต้องยอมรับว่า สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปของไทยเท่าที่ผ่านในปี 2552 มานี้ก็นับว่าพอใช้ได้แต่เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2552 แสดงว่าภาครัฐ “นักการเมืองและข้าราชการประจำ” ไม่ได้ปรับปรุงวิธีการทำงานของตนให้ทันกับสภาพแวดล้อมของโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ดูอย่างคดี 76 โครงการที่มาบตาพุดซึ่งเป็นปัญหาอยู่และจะส่งความเสียหายให้เศรษฐกิจของชาติเป็นเงินหลายแสนล้านนั้น เกิดจากกฎหมายของรัฐที่ก๊อบปี้มาจากต่างชาติ แต่ไม่ได้ก๊อบปี้มาครบถ้วนกระบวนความ เพราะเข้าใจในเรื่องที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่ถ่องแท้ จึงเกิดปัญหาเกือบจะเป็นเงื่อนตายขึ้นในวงการอุตสาหกรรมไทยขณะนี้ และเรื่องต่างๆ คล้ายๆ กันนี้จะมีอีกสักกี่เรื่องที่รอวันผุดขึ้นมาให้ชาวบ้านตกใจกันอีก

 อีกเรื่องหนึ่งในด้านเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงคือ วิธีการแก้ไขเศรษฐกิจด้วยรัฐกู้เงินมาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นให้จีดีพีฟื้นตัวกลับมาเป็นบวก เหล่านี้ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะได้มีการศึกษาของไอเอ็มเอฟว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าถ้าหากรัฐบาลประเทศต่างๆ ยังไม่หยุดยั้งวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ หนี้สาธารณะอาจจะท่วมถึง 114% ของจีดีพี แต่คาดว่าประเทศที่กำลังพัฒนาและใช้วิธีกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างบันยะบันยัง หนี้สาธารณะก็จะเป็นเพียง 35% ของจีดีพี ของไทยนั้นคาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าหนี้สาธารณะของเราจะเกินกว่า 60% ของจีดีพี ในเรื่องนี้นักเศรษฐศาสตร์มีชื่อของโลกเตือนสติว่า รัฐบาลที่สร้างหนี้สาธารณะมากๆ เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น กำลังเล่นกับเกมอันตรายเหมือนกับเอาวิธีการของ “แชร์แม่ชม้อย” มาใช้ในการบริหารประเทศ

 พรุ่งนี้ก็เป็นวันปีใหม่แล้ว เมื่ออ่านบทความข้างต้นแล้ว ผมขอชักชวนให้ท่านผู้อ่านได้กรุณาตั้งจิตอธิษฐานให้เมืองไทยประสบแต่เหตุการณ์ดีๆ และให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ไม่ดีตามคำทำนายของโหรหลายสำนัก ก็ทำได้เท่านี้เอง

นายหนูใหญ่ [email protected]