ข่าว

พายงัด

พายงัด

31 ธ.ค. 2552

คอลัมน์ “วันเว้นวัน” วันนี้เป็นการส่งท้ายปี 2552 ครับ บางท่านคงมีความรู้สึกว่าระยะเวลาหนึ่งปีนี่ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน

 ในขณะที่บางท่านอาจจะคิดว่าทำไมมันช่างเชื่องช้าเสียนี่กระไร ครับ แม้ว่านาฬิกาของทุกคนจะเดินเท่ากัน และแต่ละคนก็มีเวลาในแต่ละวันเท่าเทียมกัน แต่อารมณ์ ความคิด และความรู้สึกนั้นย่อมจะแตกต่างกันอย่างแน่นอน ดังเช่นที่มีคำพูดว่าเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นแต่เวลาแห่งความทุกข์มักจะยาว หรือเวลาแห่งความรักมักจะผ่านไปรวดเร็วแต่เวลาที่อกหักมักจะพิรี้พิไรไม่ค่อยเลิกราไปจากความทรงจำง่ายๆ

 แม้ว่าปี 2552 จะเป็นปีที่อุณหภูมิทางการเมืองในช่วงสงกรานต์มีความร้อนสูงจนปรอทแทบจะแตก แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็สามารถพายงัดๆ พารัฐนาวาผ่านกระแสวิกฤตินานามาได้ ชนิดที่บรรดาแม่ยกหัวใจจะวาย ถ้ามีการวัดคะแนนกัน ก็ถือว่าในปีแรกนี้ ของรัฐบาลชุดนี้ทำคะแนนแค่คาบเส้น แต่ตัว คุณอภิสิทธิ์ เองถือว่าอยู่ในขั้น B+ ซึ่งผลพวงมาจากปัจจัยภายในที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพลพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง ชอบเอาหินทุ่มขาตัวเองจนเกิดอาการเดี้ยงไปหลายยก ส่วนปัจจัยภายนอก คือราคาน้ำมันที่ทรงตัว และเศรษฐกิจโลกก็ไม่ได้ทรุดหนักอย่างที่กังวลกันเมื่อตอนต้นปี ทำให้ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจบ้านเราจะยังไม่กระเตื้องขึ้นในปีนี้ แต่ก็ยังพอมีความหวังสำหรับไตรมาสแรกของปีหน้า

 สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ก็คือการเป็นรัฐบาลผสมที่แตกต่างกันทางขั้วความคิดและแนวทางการเมือง แม้ว่ากำเนิดของรัฐบาลผสมที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในครั้งนี้จะมีความคล้ายคลึงกับสมัยรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย สมัยที่สอง เมื่อปี 2540 ซึ่งในครั้งกระนั้นพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงก้ำกึ่งกับพรรคชาติพัฒนา แต่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ใช้กลยุทธ์แยกตัวสมาชิกพรรคประชากรไทย 12 คน ซึ่งมี คุณวัฒนา อัศวเหม เป็นผู้นำที่ภายหลังถูกเรียกว่า “กลุ่มงูเห่า” ให้มาสนับสนุนคุณชวน เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ

แต่ในครั้งนี้แม้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จะใช้แรงกดแรงดันเพื่อดึงกลุ่ม คุณเนวิน ชิดชอบ ให้แยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเดิมได้สำเร็จ แต่คุณเนวินไม่ใช่คนอย่างคุณวัฒนา ดังนั้น งูเห่า 2552 จึงต่างจาก งูเห่า 2540 อย่างสิ้นเชิง ดังได้สำแดงเดชให้เป็นที่ประจักษ์กันถ้วนทั่ว จนทำให้คุณอภิสิทธิ์ได้รับฉายาประจำปีนี้จากผู้สื่อข่าวว่า “หล่อหลักลอย” นั่นแหละครับ เพราะขนาดคุณอภิสิทธิ์ลงทุนประกาศกฎเหล็ก 9 ข้อ ให้ ครม.ถือปฏิบัติ แต่เอาเข้าจริงๆ คนที่โดนกฎเหล็กเล่นงานกลับเป็นรัฐมนตรีในพรรคประชาธิปัตย์เอง ตั้งแต่ คุณวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนถึง คุณวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ขณะที่รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งล้วนเป็นประเภท "สตั๊นท์แมน-สแตนด์อิน" อยู่สุขสบายกันถ้วนหน้า

 ปี 2553 เพิ่งจะเริ่มต้น แต่ก็ดูท่าว่าคงเป็นปีแห่งความยุ่งยากและยาวนานของคุณอภิสิทธิ์ทีเดียวแหละครับ

 และปีนี้ คุณอภิสิทธิ์จะสามารถพายงัดได้ต่อไป หรือจะโดนงัดเสียเอง เป็นเรื่องที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง