
สวัสดีส่งท้ายปี 'วัว'
เรากำลังจะก้าวผ่านวันสุดท้ายของปีฉลู พ.ศ.2552 ปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์การเมืองต่อเนื่องอีกปี
ชาติบ้านเมืองและคนในชาติเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีชุมนุมประท้วง แก่งแย่งชิงดี สาดสีใส่ไคล้กันและกัน หวังพื้นที่ทางการเมือง ไม่ต่างอะไรกับเด็กเกเรที่เห็นเพื่อนดีกว่าไม่ได้
ถึงแม้จะเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย เกิดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศเทียมเพื่อนบ้าน แต่ผมก็อยากให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับสิ่งที่ผ่านมา เพราะในความเลวร้ายก็ยังมีแง่มุมแห่งความสุขให้เราได้เลือกเสพ เช่น...
เราไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริง แสดงให้เห็นว่า องค์กรตำรวจมีความสำคัญมากแค่ไหน ไม่ใช่ใครก็ได้จะนั่งเก้าอี้ผู้นำสีกากี หรือไม่เราก็มีคนดีที่เหมาะสมมากกว่า 1 คนขึ้นไป
เรามีตำรวจนอกรีตยัดข้อหา ค้ายาบ้า ฯลฯ ทำให้ตำรวจที่เหลือดูเลวร้ายน้อยลง
เรามีตำรวจซื้อขายตำแหน่ง บ่งบอกว่าคนนั่งเก้าอี้สำคัญ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีเสมอไป
เราตรวจพบการทุจริตจัดซื้อโครงการรถจักรยานยนต์สายตรวจ ฉายให้เห็นภาพองค์กรอาชญากรรมที่ซ่อนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ทุกปีเราสาดน้ำสงกรานต์ เมษาปีนี้เรามีเลือดสาดแทน แต่สภากาชาดไทยกลับขาดเลือด
วันดีคืนดีเราก็จับเครื่องบินขนขีปนาวุธลำโต แสดงศักยภาพของตำรวจไทยในสายตาประชาคมโลก
เรามีศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขชาวบ้านสามจังหวัดชายแดนใต้ได้ก็เพราะใครคนหนึ่งจุดชนวนเอาไว้ให้ตามแก้
เรามีปัญหาปราสาทเขาพระวิหารและการรุกรานของเพื่อนบ้าน คนไทยส่วนใหญ่รักชาติปกป้องอธิปไตย ทำให้เราได้เห็นธาตุแท้คนอีกกลุ่ม ที่รุมทึ้งฉีกเนื้อเถือหนังเฉือนแผ่นดินชาติให้คนต่างด้าวท้าวต่างเมือง
สุดท้ายเรามี "นาธาน" มาแทนคำกล่าวหาคนโกหกพกลม ชนิดคนถูกพาดพิงแสลงหูต้องกรี๊ด เจ็บปวดมากกว่าคำหยาบคายในพจนานุกรม
ฯลฯ
นิยาม "ความสุข" ของแต่ละคนต่างกันก็จริง แต่ผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะ "สุข" หรือ "ทุกข์" บนหนทางแสวงหา ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าปรารถนาจะได้สิ่งใด ดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า...
"สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนมองเห็นดาวพราวพราย"
ขอส่งท้ายปีวัวด้วยคำว่า 'สวัสดี'
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



