ข่าว

สุเทพเผย5แคนดิเดตแทน"วิทยา"ถกหลังปีใหม่

สุเทพเผย5แคนดิเดตแทน"วิทยา"ถกหลังปีใหม่

30 ธ.ค. 2552

“สุเทพ”เผยหลังปีใหม่ค่อยหารือคนดำรงตำแหน่งแทน “วิทยา” ชี้มีแคนดิเดต 5 คนที่เหมาะสม ยันไม่ก้าวก่าย ภท. "กษิต" ไม่โกรธ สื่อทำเนียบฯตั้งฉายาเป็น"ไส้ติ่งรัฐบาล"

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 30 ธ.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รมว.ศึกษาธิการ มาเป็น รมว.สาธารณสุข แทนนายวิทยา แก้วภราดัย ที่ลาออกไป ว่า เวลาที่มีตำแหน่งว่างคนก็จะคาดคิดและวิจารณ์กันไปต่างๆนานา แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะตนจะรอหลังจากปีใหม่ จึงจะไปแจ้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อปรึกษาหารือกัน ตามขั้นตอนขอนพรรค

 นายสุเทพ กล่าวว่า การพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคจะต้องผ่านกรรมการบริหาร เช่นครั้งที่ผ่านมาที่ตัดสินใจให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ บุคคลที่เหมาะสมคือนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และเมื่อกรรมการบริหารพรรคได้ข้อยุติ ก็จะประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.ทั้งหมดและกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง เพื่อพิจารณามติของกรรมการบริหารพรรค เมื่อ ส.ส.เห็นตรงกันก็เดินหน้าได้

 "กรณี ของนายวิทยาก็เช่นเดียวกัน เมื่อประชุมกรรมการบริหารพรรคแล้ว ก็ต้องประชุมร่วม ซึ่งในการประชุมบางครั้งก็มีการอภิปรายกันเข้าใจดี ก็ไม่ต้องลงมติ เพราะทุกคนเห็นตรงกัน แต่บางครั้งก็ต้องลงมติ นี่คือระบบของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน ไม่ใช่พรรคของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าเป็นพรรคอื่นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคกำหนดได้ "

 เมื่อถามว่าคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็น รมว.สาธารณสุขจะต้องเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า นักการเมืองเป็นฝ่ายคุมนโยบาย ดังนั้นคนที่จะมาทำงานจะต้องเข้าใจนโยบายพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเกี่ยวกับกระทรวงนั้นๆ ซึ่งการทำงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พรรคได้กำหนดนโยบายเรื่องสาธารณสุขไว้ชัดเจน คนในพรรคก็ทราบดี ดังนั้นถ้าพรรคเห็นว่าใครเหมาะสมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และมีความรู้ ความเข้าใจ ก็เลือกเข้ามาได้

 เมื่อถามว่าต้องเป็นโควตาของภาคใต้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า โควตาภาคเป็นตัวประกอบเล็กน้อยในพรรค เพราะเราถือหลักในการพยายามเกลี่ย โดยไม่ได้ยึดถือตัวเลขชัดเจน แต่คำนึงว่าให้มีตัวแทนแต่ละภาคขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงจะเกิดปัญหาวุ่นวายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีคนรอเป็นรัฐมนตรีหลายคน ทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายองอาจคล้ามไพบูลย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์   เลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค ตนไม่คิดว่าวุ่นวาย เพราะพรรคใช้ระบบประชาธิปไตยในการบริหารพรรค ซึ่งคนที่อยู่ในข่าย ในส่วนภาคเหนือก็มีนายจุติ ส่วน กทม.ก็มีนายองอาจ ส่วนภาคกลางก็คือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส่วนภาคใต้ก็คือนายนิพิฏฐ์และนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ แต่ที่ประชุมพรรคจะพิจารณาอย่างไรต้องไปว่ากันในที่ประชุม

 เมื่อถามว่าแสดงว่าแคนดิเดตมีเฉพาะรายชื่อที่กล่าวมาใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ก็มี 5 คนนี้ ที่สมาชิกพรรคให้การยอมรับ และสนับสนุน

 เมื่อถามว่ามีเสียงติงว่าทั้ง 5 คนนี้ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานแต่จะให้ขึ้นชั้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ คงไม่เหมาะ นายสุเทพ กล่าวว่า หลายคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการอยู่ในขณะนี้ เช่นนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ก็ไม่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน เรื่องนี้คิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะระบบรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องผ่านตามลำดับจึงจะมาเป็นรัฐมนตรีได้

 เมื่อถามว่าได้หารือเบื้องต้นภายในพรรคหรือไม่ว่าขณะนี้ควรจะปรับกี่ตำแหน่ง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย บอกตามตรงว่าที่สื่อมวลชนถามมา ตนจะไม่พยายามตอบ เพราะเมื่อทราบข่าวจากสื่อตนได้ไปแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีว่าเอาไว้ตัดสินใจหลัง ปีใหม่ แต่เมื่อนายวิทยา ตัดสินใจลาออกก่อน ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ซึ่งตนคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าคงจะออกมาเป็นแบบนี้ ตนเข้าใจนายวิทยา เป็นอย่างดีว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์และความคิด มีความรับผิดชอบ จึงไม่รอให้ใครมากดดันและตัดสินใจด้วยตัวเอง

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข จะรอไปหลังช่วงปีใหม่ด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีนายมานิตขึ้นอยู่กับการัดสินใจของเขาเอง ซึ่งเราต้องเคารพความคิดของเขาและการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย ตนคงไม่เข้าไปแทรกแซง เราจะดูเฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องขอบคุณนายวิทยา ที่แสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน ทำให้พรรคไม่ต้องมีอะไรที่ต้องกังวลใจในช่วงปีใหม่

 เมื่อถามว่าแต่การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่านายมานิต จะแถลงความชัดเจนในวันนี้ ( 30 ธ.ค.) เหมือนเป็นการกดดันให้นายมานิตลาออกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นว่านายกฯกดดันอะไร ตนไม่ได้ฟังที่นายกฯแถลง ตนจะลำดับความให้ฟังว่าเมื่อวานนี้ ( 29 ธ.ค.) ตนอยู่กับสื่อ และหลังการทำบุญตักบาตรตนได้เดินเข้าไปพักที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า นายวิทยา ได้เข้ามากระซิบบอกว่า “พี่ครับ ผมตัดสินใจแล้วนะครับ ผมจะแถลงข่าววันนี้ ผมจะไม่เข้าประชุม ครม.” ซึ่งตนได้บอกไปว่า “โอเค ทำในสิ่งที่เห็นว่าดีที่สุด” พอเข้าประชุม ครม.ตนก็ได้ไปบอกนายมานิต ว่าให้ติดตามการแถลงของนายวิทยา ว่าจะพูดในแง่มุม ไหน เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาถาม ก็เท่านั้น ไม่ได้ไปกดดันอะไร ซึ่งนายมานิต ได้ตอบกลับมาว่าต้องไปหารือในพรรคภูมิใจไทยก่อนว่าจะดำเนินการ อย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามองการเล่นการเมืองของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร เพราะมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบหน่อมแหน้ม นายสุเทพ กล่าวว่า แต่ละพรรคมีระบบและวิธีการของเขา จะไปกำหนดให้เขาทำทุกอย่างเหมือนเราไม่ได้ จะไปว่าหน่อมแหน้มก็คงไม่ใช่

 เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยระบุว่ายังมีอีกบางโครงการที่ยังไม่ได้สอบ เรื่องการทุจริต ดังนั้นท่าทีอาจจะไม่ได้ไปในทางเดียวกับพรรคของนายวิทยา นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าคาดการณ์อะไรในทางที่เป็นปัญหา ช่วงนี้คิดว่าน่าจะสบายใจ เพราะเมื่อมีกรณีเกิดขึ้นไม่ว่าจะถูกหรือผิด และยังไม่ได้พิสูจน์ รัฐมนตรีว่าการที่เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือฉ้อโกง คอร์รัปชั่น และเป็นคนสั่งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเอง แต่ผลกลับมาเล่นงานตัวเอง ก็ได้แสดงความรับผิดชอบ ประชาชนก็สบายใจได้ว่าการเมืองมีมาตรฐาน ดังนั้นให้ไปฉลองปีใหม่ได้อย่างสบายใจ

 เมื่อถามว่ากฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกฯตั้งขึ้นยังสามารถใช้ได้กับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด หรือใช้ได้เฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนที่นายกฯพูดไม่ได้พูดในพรรคประชาธิปัตย์ แต่พูดในที่ประชุม ครม. ก็หมายความว่าพูดกับทุกคน

 เมื่อถามว่านายวิทยาแสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่กรณีของนายกอร์ปศักดิ์ยังไม่เห็นออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือแสดงสปิริต บ้าง นายสุเทพ ถอนหายใจก่อนกล่าวว่า ตนเห็นใจนายกอร์ปศักดิ์ที่พยายามแก้ปัญหาและปรับปรุง ซึ่งตนยังไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรต่อเนื่อง และขณะนี้นายกอร์ปศักดิ์ก็กำลังจะไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค แต่เมื่อมีปัญหาก็พยายามช่วยกันดูแล ตรวจสอบ จะเห็นได้จากการทำงานของตน ที่มีลูกพรรคออกมาวิจารณ์เป็นระยะ เพราะพรรคเราซัดกันได้ทุกระดับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ต่อสายถึงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือกรณีของนายมานิตแล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่หลังปีใหม่จะคุย เพราะเบื้องต้นชัดเจนว่าภายในกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือเรื่องที่รัฐจะเสียประโยชน์ มีแต่เรื่องที่ประชาชนเสียความรู้สึกและมีผู้รับผิดชอบแล้ว ดังนั้นหากจะคุยหลังปีใหม่ก็คงไม่มีอะไรเสียหาย จึงขอให้ทุกคนผ่อนคลายบรรยากาศในช่วงปีใหม่นี้ เพราะเหนื่อยกันมาทั้งปี หลังปีใหม่ค่อยมาคุยกันใหม่

 เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังยอมให้กับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีกระแสข่าวว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค โทรศัพท์มากำชับนายมานิต ไม่ให้ลาออก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยคิดอย่างไร แต่เชื่อว่าเขาเป็นนักการเมือง ต้องมีทางออกทางใดทางหนึ่ง ที่ตอบสนองความรู้สึกของประชาชน

 เมื่อ ถามว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ จะฟังเสียงประชาชนเพื่อให้รัฐบาลอยู่ได้ หรือปรับเพื่อพรรคการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ลมหายใจของเราก็คือการสนับสนุนของประชาชน จึงต้องฟังเสียงประชาชนแน่นอนอยู่แล้ว   เป็นเรื่องปกติ  

 เมื่อถามว่าจะเป็นการปรับเฉพาะหน้าหรือพิจารณาภาพรวมการทำงานทั้งปีด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลคงจะพิจารณาในแต่ละพรรค ตนไม่ได้เข้าไปซักถาม เพราะเคารพกิจการภายในของเขา ส่วนการปรับในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้น เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของพรรคเขาที่ต้องไปปรึกษาหารือกัน และต้องมีคำตอบให้ประชาชน ในฐานะที่ตนเป็นผู้จัดการรัฐบาลจะดำเนินการอะไรก็ต้องจัดการด้วยความระมัด ระวัง เพราะเราเป็นรัฐบาลผสม ต้องเคารพความคิดคนอื่น ขณะเดียวกันก็ต้องพูดคุยกับเขาบ้าง ตนมีหน้าที่ประคับประคอง

 เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าหากมีการปรับใหญ่จะกระทบเสียงในสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องว่าไปตามกติกา หากเป็นปัญหาก็ต้องเป็น ถ้าไม่เป็นก็คือไม่เป็น ถ้าจะเป็นปัญหาจริงๆใครก็ห้ามไม่ได้

"กษิต" ไม่โกรธ สื่อทำเนียบฯตั้งฉายาเป็น"ไส้ติ่งรัฐบาล"

 นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายาการทำงานในรอบ 1 ปี เป็น “ ไส้ติ่งรัฐบาล ” ว่า เป็นเรื่องสื่อ ไม่รู้สึกโกรธอะไร