
ศิวรักษ์สึกกษิตชี้ฟื้นสัมพันธ์ไทย-เขมรติตทักษิณ
"กษิต"ยันการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ติดปัญหาเดียวคือ "ฮุนเซน" เอา "ทักษิณ" เป็นตัวตั้ง ไม่นึกถึงความสัมพันธ์ของประเทศ ดังนั้นไทยก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน พร้อมวอน "ฮุนเซน" อย่าข้องเกี่ยวกับ"ทักษิณ" เพราะเป็นตัวบ่อนทำลายสังคมไทย "ศิวรักษ์"สึกก่อนกำหนด-หลั
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ธ.ค.นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา ว่า ไม่ได้เป็นประเด็นที่มีปัญหา มีอยู่ประเด็นเดียว ตราบใดที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังรักใคร่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเอาเรื่องนี้เป็นตัวตั้ง ไม่เอาความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา เป็นตัวตั้ง ก็ไม่สามารถยอมรับสิ่งนี้ได้ ต้องเอาความสัมพันธ์และผลประโยชน์ประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวบุคคลทั้งสองคน ไม่ใช่เรื่องของครอบครัวทั้งสองที่เป็นตัวตั้ง
ตนและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรับมนตรี ไม่มีปัญหาอะไรเป็นส่วนตัวกับพ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฮุนเซ็น แต่เป็นเรื่องการทำงานเพื่อรักษาและปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่มีอะไรเกลียดชังสมเด็จฮุนเซ็น เพราะรู้จักมานานกว่า 20 ปี ก่อนมาเป็นนายกฯอีก ก็รู้ฝีมือกันดีว่าอะไรเป็นอะไร และค่อนข้างแน่ใจว่า ในส่วนลึกของสมเด็จฮุนเซ็นคงเห็นว่า ตนรักประเทศไทย และรักชาวกัมพูชา อยากให้สองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดี
“ขอวิงวอนสมเด็จฮุนเซ็นว่า อย่าไปข้องแวะกับพ.ต.ท.ทักษิณเลย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณหนีคุก หนีตะราง เป็นตัวบ่อนทำลายสังคมไทยจนกระทั่งทุกวันนี้ ขอให้เอาประเทศทั้งสองเป็นตัวตั้ง เอาผลประโยชน์ประชาชนชาวไทยและกัมพูชาเป็นตัวตั้ง ”นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่า ประเมินว่ากัมพูชาจะเคลื่อนไหวหนักหรือไม่ ในช่วงเดือนม.ค. - ก.พ. 53 เพราะต้องยื่นแผนปฏิบัติการพื้นที่รอบเขาพระวิหารให้องค์การสหประชาชาติ นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องประเมิน ไม่มีครับ สังคมไทยมีความเข้มแข็ง รัฐบาลชุดนี้ทำงานด้วยความโปร่งใส ความช่วยเหลือที่ให้กัมพูชาก็ยังให้อยู่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลไทย และนายอภิสิทธิ์ หรือตน แต่อยู่ที่คนของเราไปเข้ากับฝ่ายเขา และพยายามใช้เขามาบ่อนทำลายสังคมไทย
"ศิวรักษ์"สึกก่อนกำหนด-หลังปีใหม่กลับทำงานเขมร
ด้านนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดา นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ที่ถูกทางการกัมพูชา จับกุมดำเนินคดีในข้อหาจารกรรมข้อมูลเที่ยวบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และได้รับพระราชทานอภัยโทษ เปิดเผยว่า ลูกชายได้เข้าพิธีลาสิกขาบทก่อนกำหนดแล้ว ที่วัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2552 เนื่องจาก มีฤกษ์ดี โดยเมื่อวานนี้ ได้พาไปไหว้พระธาตุนครพนม และขอบคุณบรรดา ส.ส.นครพนม ที่ให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ได้ฝากขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเตรียมเดินทางไปขอบคุณพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง โดยประสานงานกับ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ส่วนฝั่งรัฐบาล คาดว่า หลังปีใหม่คงได้เดินทางไปขอบคุณ
นอกจากนี้ นางสิมารักษ์ ยังกล่าวว่า นายศิวรักษ์จะเดินทางกลับไปทำงานที่กัมพูชาเหมือนเดิม โดยตนไม่มีความกังวลเนื่องจาก สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้คำมั่นว่า ให้ลูกชายอยู่ที่กัมพูชาอย่างมีความสุข
ส่วนหลังจากการสึกแล้ว จะเบียดหรือไม่นั้นมารดา นายศิวรักษ์ กล่าวว่า ลูกชายกับแฟนสาวเพิ่งคบหากันได้ไม่นาน คงจะยังไม่รีบร้อน เพราะก่อนหน้านี้ ลูกชายทำแต่งาน
ศาลปกครองสั่งยกเลิกมติครม.หนุนขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร
เมื่อเวลา 10.00 น. องค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาคดีเขาพระวิหารให้เพิกถอนมติครม.เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551 ที่เห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศขณะนั้น ลงนามในแถลงการร่วมไทย-กัมพูชา ที่สนับสนุนประเทศกัมพูชา ขอขึ้นทะเบียนมรกดกโลกปราสาทพระวิหารต่อคณะกรรมการมรดกโลกองค์การยูเนสโก ซึ่งนายนพดล ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2551
โดยเหตุที่ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติครม.ดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่า กระบวนการขึ้นตอนทำความเห็นชอบในร่างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวไม่เป็นไปตาม ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 190 บัญญัติไว้
ศาลปกครองกลางยังได้มีคำสั่งให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด กำหนดไว้ในคดีนี้ ว่า ห้ามรมว.ต่างประเทศและครม.ห้ามนำมติครม. ดังกล่าวไปใช้ดำเนินการใด ๆ ยังคงมีผลคุ้มครองต่อไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด



