
ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่767กม.แก้ปัญหาไม่ตรงเวลา
ครม.อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะทาง 767 กม. เพิ่มงบให้คมนาคมปรับปรุง ร.ฟ.ท.จาก 1 แสนล้าน เป็น 1.5 แสนล้าน "โสภณ" ชี้แก้ปัญหาความล่าช้าไม่ตรงเวลา เร่งทำแผนส่งครม.ภายใน 45 วัน
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการตามแผนปรับปรุงการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รวมทั้งเพิ่มงบดำเนินการจาก 1 แสนล้านบาท เป็น 1.5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ ระยะทาง 767 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จะจัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินโครงการทั้งหมดเสนอครม.พิจารณาภายใน 45 วัน
“ผมรับปากที่ประชุมครม.ว่า โครงการก่อสร้างทางคู่ 767 กิโลเมตร จะแก้ปัญหาความล่าช้า เพื่อรอหลีกได้ และจะช่วยให้การขนส่งทางรางประสบผลสำเร็จเพิ่มความเร็วให้อยู่ที่ 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง” นายโสภณกล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้จัดตั้งกรมรถไฟ ทำหน้าที่ดูแลการก่อสร้างรางรถไฟ เหมือนกรมทางหลวงดูแลการสร้างถนน แต่ครม.ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงจะถูกคัดค้านจากพนักงานร.ฟ.ท. จึงยืนตามมติครม.เดิมที่ให้ปรับโครงสร้างการบริหารร.ฟ.ท. เป็น 3 หน่วยธุรกิจคือ บริหารทรัพย์สิน เดินรถ ฝ่ายช่างกล พร้อมตั้ง 1 บริษัทลูกเดินรถในโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตเรลลิงค์
นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติให้กระทรวงคมนาคมกำหนดระเบียบสร้างถนนข้ามทางรถไฟ และบริหารจัดการทางผ่านรถไฟของหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทออกแบบเครื่องกั้นมาตรฐาน 100% บนถนนที่ผ่านทางรถไฟ โดยให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษารายละเอียดเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน และรถไฟความเร็วสูง
ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า งบประมาณ 1.5 แสนล้านบาทที่ใช้ในโครงการทางคู่ แบ่งเป็นพัฒนาทางคู่ วงเงิน 6-7 หมื่นล้านบาท พัฒนาและปรับปรุงราง 7 หมื่นล้านบาท พัฒนาระบบล้อเลื่อน ติดตั้งอาณัติสัญญาณ อีก 2 หมื่นล้านบาท
วันเดียวกัน นายโสภณ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการความร่วมมือเพื่อก่อตั้งและพัฒนาสถาบันพัฒนาระบบรางภาคพื้นอาเซียน กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเพื่อจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบรางภาคพื้นอาเซียน เพื่อพัฒนาบุคลากรในระบบราง เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพบุคลากรด้านขนส่งระบบรางในอาเซียน ทั้งเชิงวิชาการและปฏิบัติการ เพื่อให้ทันต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
สำหรับโครงการดังกล่าว ร.ฟ.ท.เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ และสถานที่ตั้ง พร้อมจัดหาพนักงานเข้าอบรม หรือศึกษาในสถาบัน ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับจัดหลักสูตรศึกษา ออกแบบและพัฒนาการฝึกอบรม งานวิชาการที่เกี่ยวข้อง



