ข่าว

"จตุพร"ลั่นพร้อมชนหากต้องการพิสูจน์ความจริง

"จตุพร"ลั่นพร้อมชนหากต้องการพิสูจน์ความจริง

19 พ.ค. 2563

"จตุพร" ชี้ ระบอบเผด็จการทหาร ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ มอง 10 ปีผ่านมา ยังไม่เห็นถึงความยุติธรรม วอน หยุดกล่าวหาคนเสื้อแดงก่อการร้าย เพราะศาลชี้สาเหตุชัดเจนแล้ว ลั่นพร้อมชน หากต้องการพิสูจน์ความจริง

 

          19 พ.ค.2563 ที่ วัดนวลจันทร์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมด้วยแกนนำ อาทิ นายยศวริศ ชูกล่อม  นายอารี ไกรนรา นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ  และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วีรชน "เมษา-พฤษภา 53" ที่ผ่านมา  มีการใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป พร้อมถวายสังฆทาน ,ผ้าบังสุกุล และกรวดน้ำให้วีรชน รวมถึงทหารทุกรายที่เสียชีวิตในเหตุการณ์

 

อ่านข่าว...  10 ปี สลายแดง "เฮียหวัง" สุดช้ำ สู้แล้วล้มละลาย


          นายจตุพร กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า ไม่ควรมีใครต้องมาตาย จากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือต่อสู้ทางการเมืองที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ปี 2553 นั้น เป็นปีที่มีประชาชนเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และ 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งส่วนตัวในฐานะแกนนำ จะมีหน้าที่ที่จะต้องทวงถามความยุติธรรม  พร้อมเรียกร้อง ให้มีการไต่สวนของสาเหตุการตายทุกศพ และย้ำด้วยว่า ในส่วนที่ไต่สวนการตายแล้วหลายสิบศพ พิสูจน์ชัด ว่าประชาชนถูกทหารทำให้ถึงแก่ความตายและผู้ตายไม่มีเขม่าดินปืนในมือ และไม่พบว่าผู้ตายมีอาวุธแม้แต่รายเดียว แสดงชัดว่าไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย อย่างที่ผู้ถืออำนาจรัฐกล่าวอ้าง


          นายจตุพร ยังเตือนฝ่ายตรงข้าม ที่กล่าวหาคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและอื่นๆ ซึ่งรวมถึงกรณีโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง ที่ออกมาปกป้องอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ขอให้ยุติการกระทำ เพราะข้อเท็จจริงคือมีคนตาย และได้มีการอภิปรายในทั้งในสภาฯ และในวาระอื่นๆจำนวนมาก ส่วนการยกเรื่องศาลตัดสินกรณี "สั่งฆ่าประชาชน" แล้วนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกขณะนั้น ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจาก คดีมีปัญหาเรื่องเขตอำนาจศาล ที่ต้องส่งให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยต้องผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และเป็นที่รับรู้กันว่าหากเรื่องต้องผ่าน ป.ป.ช. ก็ถือว่าจบสิ้นกันและสุดท้าย ป.ป.ช. ก็ไม่ส่งเรื่องเข้าสู่ศาล เพราะตัดสินเองว่าผู้มีอำนาจไม่มีความผิด  และสำหรับที่ตน ที่เคยถูกจำคุกฐานหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์นั้น เป็นคดีเมื่อปี 2552 ไม่ใช่เหตุการณ์ปี 2553 จึงไม่ควรที่จะนำ 2 เรื่องดังกล่าวมาปนกัน เพื่ออธิบายความบริสุทธิ์ของผู้มีอำนาจ
 

          ทั้งนี้นายจตุพร ยืนยันว่า ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ คือมีคนตายจำนวนมากที่ต้องได้รับความเป็นธรรม ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนการรัฐประหารปี 2557 ไม่กี่นาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย แต่ก็เห็นชัดว่า ระบอบเผด็จการทหาร ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจน และความเดือดร้อนของประชาชนได้


          ถามต่อว่าในส่วนของวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ที่จะถึงครบรอบการรัฐประหารปี 2557 นั้น แนวร่วม นปช. จะมีกิจกรรมอะไรหรือไม่ นายจตุพร บอกว่า จะไม่มีกิจกรรมอะไร เพียงแต่แกนนำ นปช. จะแสดงความคิดเห็น และจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารผ่านช่องทางต่างๆเท่านั้น