ข่าว

กกท.เดินเครื่อง
แข่งเอเชี่ยนเกมส์

กกท.เดินเครื่อง แข่งเอเชี่ยนเกมส์

30 ธ.ค. 2552

ปี 2553 งานกีฬายังเพียบ “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ลั่นไทยต้องติด 1 ใน 4 กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ด้วยการเตรียมนักกีฬาแต่เนิ่นๆ ให้แข็งแกร่งที่สุด


"บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ พ่อบ้านโอลิมปิกไทย เผยเตรียมตัวไม่พร้อม 10 เหรียญทอง ยังลำบาก ผวาล้มเหลวเหมือนซีเกมส์
 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ภายใน กกท.หัวหมาก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จากนั้นได้มอบนโยบายการปฏิบัติงาน ประจำปี 2553 ให้ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ช่วยปฏิบัติโครงการ ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
 “บิ๊กหนุ่ม” กล่าวว่า การกีฬาของชาติได้พัฒนาและก้าวหน้าไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งเรื่องของกีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และให้บริการประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตามในปี 2553 งานของ กกท.ยังมีอีกมากที่จะต้องช่วยกันทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น ของ กกท., สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อพัฒนาวงการกีฬาของไทยให้ก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำการกีฬาของทวีปเอเชีย โดยในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ที่ประเทศจีน ต้องเตรียมนักกีฬาให้พร้อมที่สุดเพื่อเป้าหมายที่จะติดอันดับ 1 ใน 4 ให้ได้


 สำหรับการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเร่งก่อสร้างศูนย์บริหารองค์กรกีฬา 25 ชั้น ให้เสร็จทันตามกำหนด คือ ในเดือนธันวาคมปี 2553 รวมทั้งจัดสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก ในระยะที่ 2 ให้มีความสมบูรณ์ ใช้เป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมให้นักกีฬาทีมชาติไทยได้ทุกรายการ  และจัดตั้งสถาบันพัฒนากีฬาและบุคลากรกีฬาระดับนานาชาติที่ได้มาตรฐาน


 นอกจากนี้ จะต้องส่งเสริมกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ เช่น มวยไทย, ตะกร้อ ให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากยิ่งขึ้น ส่งเสริม พัฒนากีฬาอาชีพ เช่น ฟุตบอล, กอล์ฟ, เทนนิส, สนุกเกอร์, มวยไทย ให้เป็นกีฬาอาชีพที่มั่นคงและบริการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างศักยภาพของ กกท. ให้มีการบริการงานที่ดีขึ้น โดยการพัฒนาศูนย์กีฬาหัวหมาก ให้เป็นศูนย์บริการทางการกีฬาที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติแบบครบวงจร รวมทั้ง พัฒนา กกท. ให้เป็นองค์กรที่บริหารงานแบบมืออาชีพ มีความเป็นสากล เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่มีผลงานดีเด่นติดอันดับ 1 ใน 10


 ด้าน "บิ๊กจา" พล.ต.จารึก  อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า โอลิมปิกไทยจะหารือร่วมกับ กกท.วางแผนให้สมาคมกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 และ ยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่ต้นปี 2553 เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด โดยเฉพาะใน “กวางโจวเกมส์”  ถ้าเตรียมตัวไม่ดีโอกาสได้เหรียญทองเกิน 10 เหรียญก็เป็นเรื่องยาก อาจล้มเหลวอย่างซีเกมส์ก็ได้