ข่าว

กองทุนตราสารหนี้...ทางเลือกเมื่อดอกเบี้ยต่ำ

กองทุนตราสารหนี้...ทางเลือกเมื่อดอกเบี้ยต่ำ

08 มี.ค. 2552

การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางยุโรปในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอกย้ำให้เห็นถึงแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลกที่มีโอกาสปรับลดลงได้อีก ขณะที่รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) “อัจนา ไวความดี” ก็ยอมรับว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมี

ผลตอบแทนจากอัตราเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนาคารพาณิชย์ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก “ออมทรัพย์” ซึ่งเป็นเงินฝากประเภทสุดท้ายที่ควรมีการเปลี่ยนแปลง จากที่น้อยอยู่แล้วให้น้อยลงไปอีก ยิ่งทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มแสวงหา “ช่องทางการลงทุน” ใหม่ๆ เพื่อรักษา “ผลตอบแทน” ให้ได้ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้า ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่ว่า “ความเสี่ยง” ต้องอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
 นั่นทำให้กองทุนตราสารหนี้ โดยเฉพาะกองทุนรวมตลาดเงินหรือ “มันนี่ มาร์เก็ต ฟันด์” กลายเป็นทางเลือกที่เติมเต็มความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการบริหารผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี
 ปรากฏการณ์ “ขยายวงเงินลงทุน” เพิ่มเติมของ “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมเนจเม้นท์” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า นาทีนี้เม็ดเงินพร้อมที่จะถาโถมเข้าใส่กองทุนตราสารหนี้ได้เป็นอย่างดี
 “จุมพล สายมาลา”  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจกองทุนรวมและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมา วิกฤติการณ์ด้านการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของระบบการลงทุน สร้างความวิตกกังวลให้แก่นักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งขณะนี้ผลตอบแทนส่วนใหญ่ล้วนแต่ติดลบทั้งสิ้น
 ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก รวมทั้งธปท. ทำให้ผลตอบแทนจากเงินฝากปรับลดลงไปด้วย และมีการประเมินว่าทิศทางดอกเบี้ยยังคงอยู่ในขาลงต่อไป ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าตราสารทุน
 ขณะที่ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น กองทุนตราสารหนี้จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น รวมทั้ง “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมเนจเม้นท์” จนทำให้ บลจ.ไอเอ็นจี ต้องขออนุมัติจากทาง ก.ล.ต.เพื่อขยายวงเงิน รองรับกับความต้องการของผู้ลงทุน โดยล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต.ได้อนุมัติให้ขยายวงเงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 5,000 ล้านบาท จากระดับ 15,000 ล้านบาทเป็น 20,000 ล้านบาท
 “จุมพล” บอกว่า “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมเนจเม้นท์” มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เงินฝากธนาคาร และตราสารทางการเงินที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก รับรอง อาวัล ซึ่งจะเน้นการลงทุนในตราสารที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 อยู่ที่ระดับ 2.25% ต่อปี
 “จุดเด่นของ “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แคช แมเนจเม้นท์” นอกจากจะอยู่ที่การเน้นลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและมีความมั่นคงคล้ายกับเงินฝากแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งยังมีสภาพคล่องสูง โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันและได้รับเงินในวันถัดไป รวมทั้งผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนยังได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาอีกด้วย” ผู้บริหาร บลจ.ไอเอ็นจีกล่าว
 ขณะที่ “อาสา อินทรวิชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ บลจ.อยุธยา กล่าวกับ “รอยเตอร์” ก่อนหน้านี้ว่า ผลตอบแทนของกองทุนตลาดเงินในขณะนี้ปรับตัวลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด แต่ยังคงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ ด้วยสภาพคล่องที่ใกล้เคียงกัน
 “หากพิจารณาผลตอบแทนของกองทุนตลาดเงินย้อนหลัง 1 เดือน น่าจะอยู่ในราว 1.4-1.5% แต่ในอนาคตอาจจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์”
 ส่วนเรื่องของการปรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนตลาดเงิน “อาสา” บอกว่า จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้น อย่างกรณีของกองทุนเปิดอยุธยาตราสารเงินพลัส ซึ่งปกติจะลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนราว 10-30% ในขณะนี้ก็ปรับสัดส่วนการลงทุนโดยหันมาลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั้งหมดแล้ว
 สำหรับการเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้นั้น ผู้จัดการกองทุนแนะนำว่า ต้องพิจารณาจากประเภทตราสารที่เข้าไปลงทุน ขนาดของกองทุน และความสม่ำเสมอของอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
 ดังนั้น กองทุนตราสารหนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากบริหารจังหวะหัวใจแบบไหวระรัว เพียงแค่แสวงหาผลตอบแทนที่ไม่หวือหวา ภายใต้ความเสี่ยงที่ไม่สูงมาก
 ประมาณว่า เรื่อยๆ มาเรียงๆ ปลอดภัยสูง และสร้างความกังวลให้น้อยๆ ถึงน้อยที่สุด!!

ขวัญชนก วุฒิกุล

[email protected]