ข่าว

ผบ.ทบ.เผยส่งม้งลาวกลับรื่นไม่เคยละเมิดสิทธิฯ

ผบ.ทบ.เผยส่งม้งลาวกลับรื่นไม่เคยละเมิดสิทธิฯ

29 ธ.ค. 2552

“ผบ.ทบ." เผยส่งม้งลาวกลับราบรื่น เชื่อไม่เข้ามาไทยอีก ยันไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชน องค์กรสิทธิฯแถลงการณ์ขอให้ยุติการผลักดันส่งกลับชาวม้งสัญชาติลาวโดยการบังคับ

(29 ธ.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งชาวม้งลาวกลับประเทศว่า การดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในส่วนของ 4 พันกว่าคนที่บ้านห้วยน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์และ 158 คนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย(ตม.หนองคาย) ศูนย์พักพิงที่บ้านห้วยน้ำขาวก็จะปิดลงและคืนพื้นที่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลต่อไป เชื่อว่า จะไม่มีชาวม้งลาวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีก เพราะจากการประชุมร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า หากชาวม้งลาวต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศที่ 3 เพื่อไปอยู่กับพี่น้องที่เดินทางไปก่อนหน้านี้ กระบวนการดำเนินการจะต้องเริ่มต้นที่ลาว ไม่ใช่ที่ประเทศไทย
 
           เมื่อถามถึงกรณีที่ UNHCR ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวม้งลาวที่มาขอพักพิง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การปฏิบัติของไทยเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของคนเหล่านี้อย่างสูง การดำเนินการ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชาสัมพันธ์ดี ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งเลย ทางการลาวเองก็น่าจะพอใจเพราะนายกรัฐมนตรีของไทยเคยพบปะกับนายกรัฐมนตรีลาว การปฏิบัติเป็นไปตามกรอบที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน ทั้งนี้ ชาวม้งลาวที่เคยส่งกลับไปก่อนหน้านี้กว่า 4 พันคนที่บ้านผาหลัก ทางการลาวเองเคยเปิดให้สื่อมวลชน เอกอัครราชทูตประจำประเทศต่าง ๆ รวมทั้งตัวแทนม้งที่เหลือเข้าไปดู ทางการลาวดูแลอย่างดี ทุกอย่างเรียบร้อย นานาชาติเข้าใจการดำเนินการของไทยดี เพราะประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง
 
           “มุมมองหนึ่งที่อยากให้ช่วยกันมองคือ ทั้งชาวม้งลาวที่ตม.หนองคายและที่จ.เพชรบูรณ์ ชีวิตความเป็นอยู่ไม่น่าจะมีมาตรฐานที่ดีของความเป็นมนุษย์ เพราะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด ผมคิดว่าบ้านเกิดเมืองนอนของเขา มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ผู้บริหารประเทศเขาก็พร้อมรับ ที่ส่งกลับไปแล้วครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 4 พันกว่าคนก็ไม่มีปัญหา เมื่อวานมีการสัมภาษณ์ชาวไทยภูเขาที่อยู่บนนั้น เขาบอกกลับไปก็ดี เพราะ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีที่ทำกิน ชาวไทยภูเขาเองยังยากเลย  ต้องยอมรับว่า คนพวกนี้ทำอาชีพเกษตรเหมือนคนในพื้นที่ เราไม่มีพื้นที่ให้เขาได้ เขาก้อยู่ลำบาก คนไทยตรงนั้นก็แย่ ถ้าตัดไม้ทำลายป่าในภาคเหนือ ก็จะส่งผลกระทบเรื่องน้ำในพื้นที่ตอนล่าง”ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว

องค์กรสิทธิฯวอนขอให้ยุติบังคับส่งกลับม้งลาว

ขณะที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน  และมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ได้ออกแถลงการณ์  เรื่อง ขอให้ยุติการผลักดันส่งกลับชาวม้งสัญชาติลาวโดยการบังคับ และผ่อนผันด้วยการเคารพหลักสิทธิมนุษยธรรม ความว่า

            อนุสนธิจากการที่หน่วยงานของกองทัพไทยได้ดำเนินการ เพื่อผลักดันให้ชาวม้งสัญชาติลาวที่พักพิงอยู่ที่บ้านห้วยน้ำขาว   จังหวัดเพชรบูรณ์   ให้เดินทางกลับประเทศด้วยความเร่งด่วน ดังที่เป็นข่าวอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศ   ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา โดยข่าวดังกล่าวระบุว่าชาวม้งสัญชาติลาวที่ลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทยจะถูกส่งกลับทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงหลักการด้านมนุษยธรรม

 ทั้งนี้ การส่งกลับบุคคลไปยังประเทศที่ลี้ภัยมาโดยบังคับและไม่สมัครใจนั้นย่อมเป็นการขัดหลักสิทธิมนุษยชน   แม้ว่าทางการไทยได้พยายามทำความเข้าใจกับชาวม้งสัญชาติลาวเหล่านี้ว่าทางประเทศสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เตรียมการจัดสถานที่รองรับและการปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด และพยายามสร้าง อธิบาย ให้กับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนและองค์กรระหว่างประเทศ ให้เข้าใจว่าการเดินทางกลับประเทศลาวนั้นปลอดภัยและเป็นไปด้วยความสมัครใจก็ตาม   แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎการดำเนินการผลักดันชาวม้งสัญชาติลาวกลับประเทศในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริง

            ก่อนหน้านี้ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้พยายามขอให้มีการจัดทำทะเบียนและแยกแยะ โดยมีชาวม้งที่อาจได้รับสิทธิเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เนื่องจากประวัติการเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งการส่งกลับดังกล่าวเสี่ยงภัยต่อการประหัตประหาร การจับกุม หรือการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม   แต่ทางการไทยกลับดำเนินจดทะเบียนทำประวัติโดยลำพัง ปราศจากการตรวจสอบของบุคคลภายนอกหรือที่เป็นกลาง การตรวจสอบดังกล่าวอาจเป็นการเหมารวมว่าชาวม้งสัญชาติลาวทั้งหมดเป็นผู้หลบหนี้เข้าเมือง เนื่องด้วยภาวะทางเศรษฐกิจและจากการค้ามนุษย์เท่านั้น   และทำให้บุคคลที่ควรได้รับสิทธิเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองโดยไม่ได้รับการบันทึกประวัติที่ถูกต้อง ทั้งที่บุคคลเหล่านี้สมควรได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยต่อไป จนกว่าจะหาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป อีกทั้งการส่งกลับย่อมไม่เป็นไปโดยการบังคับและเป็นไปด้วยความสมัครอย่างแท้จริง

            อนึ่ง การส่งชาวม้งลาวกลับประเทศอันเนื่องมาจากขบวนการค้ามนุษย์ โดยการหลอกลวงว่าสามารถเดินทางไปยังประเทศที่สามนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจเตรียมการล่วงหน้าและขายทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกจากประเทศตน การส่งกลับดังกล่าวย่อมสร้างความเสียหายให้แก่ชาวม้งลาวเป็นอย่างยิ่ง เพราะขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าวน่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไทยบางส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย มิฉะนั้น ชาวม้งลาวไม่อาจเดินทางเข้าประเทศไทยในระยะทางที่ไกลและจำนวนมาก ย่อมไม่อาจพ้นหูพ้นตาเจ้าหน้าที่ไปได้ ซึ่งในประเด็นนี้ประเทศไทยควรตั้งเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญยิ่ง   

            ดังนั้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและสถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน และองค์กรที่มีชื่อข้างท้ายนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและหน่วยงานของกองทัพได้ผ่อนผันการส่งกลับชาวม้งสัญชาติลาวที่พักพิงอยู่ที่บ้าน         ห้วยน้ำขาว   จังหวัด เพชรบูรณ์ไปชั่วคราว   โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและหลักกฎหมายประเพณีระหว่างประเทศที่ว่าการส่งกลับประเทศโดยการบังคับไม่สามารถกระทำได้ ( Non-refoulement)   ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประวัติการให้ความช่วยเหลือต่อผู้ลี้ภัย อันเดือดร้อนความเดือนร้อนเนื่องจากภัยสงครามทางการเมืองมาโดยตลอด และได้รับการยกย่องและสรรเสริญของประชาคมโลก ทั้งที่ ประเทศไทยมิได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยก็ตาม    การดำรงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของประเทศในการเคารพสิทธิหลักการมนุษยชนสมควรได้รับการยกย่องและสรรเสริญ อันเป็นการแทนการถูกประณามว่าประเทศไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันชาวม้งสัญชาติลาวให้กลับประเทศโดยการบังคับ เป็นการขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยหากจะมีการส่งกลับโดยสมัครใจ การส่งกลับจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาติด้วย