ข่าว

ไลฟ์สตางค์ - เข้าเมืองตาหลิ่ว 
 “ไม่” ต้องหลิ่วตาตาม

ไลฟ์สตางค์ - เข้าเมืองตาหลิ่ว “ไม่” ต้องหลิ่วตาตาม

08 มี.ค. 2552

ผมไม่ได้พูดผิด และก็ไม่ได้เจตนาจะล้อเลียนสำนวนไทยโบราณแต่อย่างใด แค่จะบอกว่า บางครั้งเราก็ต้องใช้วิธีคิดแบบนี้เหมือนกัน ถ้าต้องเอาตัวรอดในสังคมและเศรษฐกิจที่ไม่รู้ชะตาชีวิตอย่างทุกวันนี้ ในแง่มุมหนึ่ง เมื่อมนุษย์มีความกลัวอยู่ในตัว กลัวแปลกแยก กลัวเหงา

จำได้ว่าสมัยสอบเข้าธรรมศาสตร์ใหม่ๆ ในวันรับน้องที่เพื่อนๆ ต่างก็มาจากรั้วโรงเรียนหลากหลาย ผมสังเกตเห็นคนส่วนใหญ่เลือกจับกลุ่มกับคนที่คิดว่าคล้ายหรือเหมือนกับตัวเองมากที่สุด เด็กโรงเรียนรัฐก็รวมก๊วนเดียวกัน เด็กเตรียมฯ ก็จะตั้งแก๊งพระเกี้ยว น้อยนักที่จะเห็น Combination แปลกๆ อย่างหนุ่มนักกีฬา ก๊วนกับตี๋เด็กเรียนใส่แว่นหนาเตอะ
  เพราะแม้มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ก็ต่างจากสัตว์อื่นๆ ตรงที่มีมันสมองแยกแยะ วิเคราะห์ เลือกที่จะเป็น หรือไม่เป็น บนพื้นฐานของความสบายใจ ประเภทคบแล้วมีปัญหา คงไม่มีใครต้องการ เกณฑ์อยู่ที่เลือกแล้วต้องไม่ต่างอย่างสุดขั้ว 
 แต่น่าเห็นใจที่หลายคนวันนี้ทรมานตัวเองในทางที่ผิด ผมได้ยินเสียงบ่นจากพ่อแม่ว่าลูกชาย ลูกสาวฟุ้งเฟ้อเกินตัว รสนิยมสูงแต่รายได้ต่ำ ทำตัวตามเพื่อน จนน่าตกใจ เห็นเพื่อนมีต้องมี  หนังสือหนังหาไม่เรียน เกรดต่ำ ถึงกับมีสำนวนว่าขายนาส่งควายเรียน หวังจะฝากผีฝากไข้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า
 โตขึ้นมาหน่อย ในแวดล้อมของคนทำงานที่ตีค่าให้ราคาที่การแต่งตัว รสนิยมการใช้ชีวิต ทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีต้องถีบตัวทำตาม ใครมีตังค์อยู่แล้ว ถือว่าโชคดี ได้บุญเก่าสะสม สงสารก็แต่บางคนที่ พยายามทำตัวให้เหมือน ไม่ได้ประเมินตัวเอง เงินเดือนไม่เหลือเก็บ เดือดร้อนถึงขนาดขอพ่อขอแม่
 เวลาเล่นว่าว สายป่านยิ่งยาว ยิ่งมีโอกาสสาวให้ขึ้นสูง ถามง่ายๆ ว่าถ้าพื้นฐานเราไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มีเงินถุง หรือกะตังค์เต็มถัง วันหนึ่งสายป่านก็ขาด เผลอๆ อาจเป็นหนี้ ใช้กี่ปีก็ไม่หมด พลาดโอกาสเก็บเงินเก็บทอง เพื่อความสบายในบั้นปลายชีวิต
 ไม่ต้องหลิ่วตาตามก็ได้ ไม่ต้องเป็นในสิ่งที่เราไม่ใช่ ไม่ต้องฝืนจนเสียสมดุลในตัวเอง ก่อนจะปรับนิสัย ต้องปรับวิธีคิดก่อน เพราะทัศนคติเป็นพื้นฐาน อย่าสร้างค่านิยมผิดๆ ติดตัว สุขกายต้องสุขใจ คงสาหัสถ้าต้องหาเงินให้สุข แต่ใจกลับเป็นทุกข์ท่วมท้น
 ถึงเวลาต้อง “CHANGE” ตามคอนเซ็ปต์ โอบามา ไม่สายถ้าจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง เพราะประโยชน์ที่ได้ ไม่ได้ตกกับคนอื่น ใครคิดก่อน เปลี่ยนก่อน ได้เปรียบ อย่าได้แคร์เกินเหตุ เพื่อนดีต้องเข้าใจ ถ้าเขาดูถูก ก็ปล่อยไป คบคนต้องดูหน้า ซื้อผ้าต้องดูเนื้อ
 ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ ยิ่งต้องระวัง ยิ่งเป็นเหตุผลให้เริ่มต้นเปลี่ยน เงินทอง ของหายาก จะใช้ต้องระวัง แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องกระเบียดกระเสียรจนเสียสุข หลักสากลง่ายๆ หาร้อย เก็บสามสิบ หาพัน เก็บสักสามร้อย เก็บให้ได้อย่างนี้ทุกเดือน ถึงคราวอับจน จะได้ใช้เงินเก็บก่อนเงินกู้ เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด ชีวิตสบาย ไม่ต้องทุกข์เป็นกองสะสม
 ใครมีบัตรเครดิต แนะนำให้ระวังการใช้จ่ายด้วย ต้องมีสติติดกระเป๋าสตางค์ อย่าเพียงสมัครบัตรหลายๆ ใบเพราะได้ของแถม เวลาจะใช้บัตรแต่ละใบก็ต้องคิดให้คุ้ม ยิ่งเดี๋ยวนี้มีรายการประเภทคะแนนแลกของได้ ยิ่งดีใหญ่ เพราะไม่ต้องเอาเงินออกจากกระเป๋า เอาคะแนนที่มีอยู่ใช้ก่อน
 เข้าเมืองตาหลิ่ว ไม่ต้องหลิ่วตาตาม เป็นการคิดแบบมุมกลับ คิดตรงข้าม และทวนกระแส สอนให้เห็นถึงความต่าง แต่มีคุณค่า ให้ประโยชน์
 จึงจะดีไม่น้อย ถ้าทุกคนลองช่วยกันคิด ต่อยอด ดูว่าในชีวิตนี้มีอะไรที่ไม่ต้องหลิ่วตาตามอย่างอื่นอีกบ้าง ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่นะ ชีวิตอาจเปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ได้

 

โดย...ชัยพล กฤตยาวาณิชย์