ข่าว

2009ปีแห่งเฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์

2009ปีแห่งเฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์

29 ธ.ค. 2552

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ถึงความแรงของเว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์อย่าง Facebook (เฟซบุ๊ก) หรือ Twitter (ทวิตเตอร์) ที่ปีนี้ได้รับความนิยมล้นหลามในหมู่ผู้ท่องอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่คนเดินดินธรรมดาไปจนถึงธุรกิจห้างร้าน

 นักการเมืองและคนดังระดับโลก ไม่เว้นแม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้นำไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันที่หันมาใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางพูดคุยกับผู้สนับสนุน

 ด้วยอานิสงส์จากโทรศัพท์อัจฉริยะ ทำให้ ทวิตเตอร์ เติบโตกลายเป็น "ดาวดัง" ติดอันดับเว็บไซต์ยอดฮิตของโลก ขณะที่เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก ก็สามารถทาบรัศมี "ยักษ์" อย่าง Myspace (มายสเปซ) ก้าวขึ้นมาร่วมตำแหน่งผู้นำเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก

 "ทั้งคู่เป็นผู้ชนะตัวจริง โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่ในปีนี้สมาชิกขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3 เท่า ขณะที่ทวิตเตอร์ก็เติบโตขึ้นมหาศาล ผมคิดว่าตอนต้นปี ทั้งคู่มีผู้ใช้แค่ 2-4 ล้านคน แต่ตอนนี้มีมากเกือบ 40 ล้านคนแล้ว" เจสัน คีธ ที่ปรึกษาด้านสื่อในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ SocialFresh.com กล่าว

 ขณะที่ สก็อต สแตนเซล อดีตรองเลขาธิการด้านสื่อมวลชนของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐ ที่เคยทำงานให้แก่บริษัท ไมโครซอฟต์ ถึงกับเปรียบเทียบว่า หากเฟซบุ๊กเป็นประเทศ ก็คงเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยจำนวนสมาชิกมากถึง 350 ล้านคน

 "หากมองย้อนไปสัก 1 ปี ผมไม่คิดว่าจะมีใครคาดคิดว่า ทวิตเตอร์ จะมีอิทธิพลมากอย่างเช่นทุกวันนี้หรอก" สแตนเซลกล่าว

 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือเหตุการณ์ประท้วงคัดค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ขอร้องให้ทวิตเตอร์อย่าปิดให้บริการเพื่อบำรุงรักษาประจำปี เพราะผู้ประท้วงในอิหร่านใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับโลกภายนอกรายงานเหตุการณ์ และแสดงความไม่พอใจรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐมานานหลายสิบปี

 ด้าน แจ็ก เลวิน ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการบริหาร ImageShack ผู้จัดเก็บสื่อออนไลน์รายใหญ่ของโลก กล่าวว่า การออกมาอาละวาดตลาดของโทรศัพท์อัจฉริยะ มีส่วนสำคัญในการเติบโตของทวิตเตอร์

 "ความฮิตของโทรศัพท์อัจฉริยะในสหรัฐ และหลายประเทศทั่วโลก เป็นปัจจัยที่ทำให้การสื่อสารระหว่างผู้คนง่ายขึ้น และทวิตเตอร์ก็เป็นสื่อกลางของสิ่งนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่าผู้คนต้องการสื่อสาร และทวิตเตอร์ก็เป็นเวทีของการสื่อสารจริงๆ มันเป็นลูกผสมระหว่างการส่งข้อความด่วนกับอีเมล" เลวินกล่าว โดยอธิบายถึงการให้บริการของทวิตเตอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้ประกาศคำพูดผ่านหน้าเว็บโดยไม่เกิน 140 คำต่อครั้ง

 ส่วนเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นผู้เริ่มแนวโน้มการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตโปรแกรมสนุกๆ ขนาดย่อมเข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์ ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วของความปรารถนาของสมาชิกที่จะสามารถเชื่อมต่อเข้าเว็บได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเมื่อใด

 ขณะที่สแตนเซิลมองว่า สาเหตุที่เฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ได้รับความนิยมเป็นเพราะหัวใจหลักคือการที่เว็บเหล่านี้ "ให้คุณค่าที่แท้จริงแก่ผู้คนทั้งในแง่ส่วนตัวและชีวิตการทำงานของพวกเขา" นอกเหนือจากให้เครดิตเว็บเหล่านี้ว่า ให้คำจำกัดความใหม่เรื่องวิธีการที่บริษัทหรือนักการเมืองจะเชื่อมโยงกับผู้บริโภค หรือประชาชน

 "บรรดาธุรกิจห้างร้านหรือนักการเมืองที่ใช้เฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์หรือยูทูบกำลังสร้างความสัมพันธ์ยั่งยืนกับประชาชน เพราะพวกเขาได้พูดคุยกัน" นายสแตนเซิลกล่าว

 อย่างไรก็ดี คีธคาดการณ์ว่า การเติบโตของทวิตเตอร์นั้นจะช้าลง รวมทั้งเตือนว่า ทวิตเตอร์จำเป็นจะต้องเฝ้าระวังพวกโฆษณาขยะ ข้อมูลไร้ประโยชน์ คนที่จะส่งข้อความไปถึงทุกคนในเครือข่าย ลิงก์ลามก หรืออะไรเช่นนั้น

 นอกจากนี้ข้อเสียของการเล่นเกมต่างๆ ในเฟซบุ๊กยังทำให้ผู้ใช้เสพติด ในขณะที่บางเกมก็ทำให้ผู้เล่นต้องไปขโมยของจากผู้เล่นคนอื่น ซึ่งสร้างลักษณะนิสัยไม่ดี โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่เล่นเกมเช่นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมประเภทปลูกผักทำไร่

 ไม่นับรวมข้อเสียต่างๆ ที่เกิดจากการเล่นเฟซบุ๊กเช่น พนักงานถูกไล่ออกจากงานเพราะเล่นเฟซบุ๊ก หรือคนไม่ประสงค์ดีเปิดหน้าเฟซบุ๊กเพื่อวัตถุประสงค์ในทางร้ายๆ เช่นเปิดห้องชวนคนไปฆ่าตัวตายเหมือนในฮ่องกง หรือโหวตให้คนทำร้ายแบร์ลุสโคนีในเฟซบุ๊ก

 เหลือแต่วิจารณญาณของผู้ใช้ว่า จะช่วยทำให้สุดยอดนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตเหล่านี้สร้างประโยชน์ให้โลกนี้ได้มากขึ้นอย่างไร