ข่าว

เจ้าสัว "ธนินท์ เจียรวนนท์" เสนอรัฐบาล "ปลดล็อก" ยับยั้งเศรษฐกิจพัง

เจ้าสัว "ธนินท์ เจียรวนนท์" เสนอรัฐบาล "ปลดล็อก" ยับยั้งเศรษฐกิจพัง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ธนินท์ เจียรวนนท์" ประธานอาวุโส "ซีพี" เผย 1 เดือนเศรษฐกิจสูญ 5 แสนล้าน เสนอรัฐบาล "ปลดล็อก" ยับยั้งเศรษฐกิจพัง แนะกู้ 3 ล้านล้าน อุ้มแรงงาน-เกษตร-ท่องเที่ยว ศบค.ติงอย่าชะล่าใจ หลังไทยไม่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกรอบ 65 วัน

 

         นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า รัฐบาลควรปลดล็อคเมือง เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เพราะตั้งแต่ไทยใช้นโยบายปิดเมือง 1 เดือน ได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งหากยังปิดล็อคต่อไป จะยิ่งสรางความเสียหายทางเศรษฐกิจจนยากจะเยียวยาให้ฟื้นกลับมาได้ในเร็ววัน

        “การปิดไปเลย ปล่อยให้ล้มละลายไปเลย เวลาฟื้นจะไม่ง่าย เหมือนสร้างบ้าน ระเบิดตึก 10 ชั้นวินาทีเดียวพังหมด แต่เวลาสร้างใหม่ 10 ชั้น ต้องใช้เวลาเป็นปี นี่จึงเป็นเหตุให้อเมริกา ต้องรีบเปิด แม้จะมีปัญหา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ก็รีบเปิดเหมือนกัน เพราะถ้าปิดไปนานๆเศรษฐกิจจะพัง
 

           

          ทั้งนี้ สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำการศึกษาและรวบรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการใช้มาตรการล็อคดาวน์ พบว่า ออสเตรเลีย จีดีพีหดตัว 10.4% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายวันละ 4,800 ล้านบาท ฝรั่งเศส จีดีพีหดตัว 32% เสียหายวันละ 14,800 ล้านบาท สหราชอาณาจักร จีดีพีหดตัว 35% เสียหายวันละ 16,185 ล้านบาท มาเลเซีย จีดีพีหดตัว 58% เสียหายวันละ 26,925 ล้านบาท

          ส่วนกรณีของประเทศไทยนั้น นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินว่าจะเสียหายวันละ 18,670 ล้านบาท ขณะที่สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประมาณการมูลค่าความเสียหาย โดยใช้ข้อมูลรายการย่อยขององค์ประกอบจีดีพีที่คำนวณจากด้านรายจ่าย และคำนวณจากด้านผลผลิต พบว่า จากด้านรายจ่ายจะเสียหายวันละ 15,010 ล้านบาท หรือ 32.5% ของจีดีพีต่อวันที่อ้างอิงจีดีพีปี 2562 ต่อวันอยู่ที่46,240 ล้านบาท และด้านผลผลิต เสียหายวันละ 16,460 ล้านบาท หรือ 35.6% ของจีดีพีต่อวัน

          “ค่าเสียหายต่อวัน แทนที่เราจะรอให้เสียหาย เอาเงินที่จะเสียหายไปเสริมจุดแข็งประเทศ เพื่อความพร้อมยามฟ้าสว่าง ลงทุนด้านสาธารณสุข และด้านเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

 

           มั่นใจไม่ซ้ำรอยญี่ปุ่น-เกาหลี

          “ผมมองต่างจากคนอื่น ผมเห็นว่าวันที่น่ากลัวที่สุดได้ผ่านไปแล้ว นั่นก็คือวันที่รัฐบาลประกาศปิดเมือง ปิดกรุงเทพ คนทะลักกลับต่างจังหวัด ตรงนี้ถือว่าอันตราย แต่ผ่านไป 2 อาทิตย์ กลับไม่มีปัญหา ทำให้ผมมั่นใจว่า ถ้าเราจะเปิดเมือง ก็จะไม่เป็นแบบเกาหลีและญี่ปุ่นแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ต้องชมเชยท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทำได้ดี

          แนะกู้เงิน 3 ล้านล้านฟื้นฟูประเทศ

          นายธนินท์ กล่าววว่า ในเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะจบเมื่อใด แต่รัฐบาลจะรอไม่ได้ จะต้องดำเนินการทันที เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เมื่อการระบาดจบเศรษฐกิจจะได้ขับเคลื่อนต่อไปได้

          “ในยามวิกฤตต้องบริหารแบบเหตุวิกฤต ต้องเร็ว และมีคุณภาพ

           ส่วนการกู้เงินนั้น ควรจะกู้เงินจากต่างประเทศ และวงเงินที่เหมาะสมอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท และเป็นการกู้ระยะยาว 30 ปี โดยนำเงินมาใช้ฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ โดยมุ่งไป 4 ด้านหลัก ได้แก่

1.การดูแลภาคเกษตร ให้มีรายได้สูงขึ้น

2.การดูแลการจ้างงาน ให้มีรายได้ 70%ของเงินเดือน โดยการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้บริษัทที่ดี

3.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และ

4. การวางระบบสาธารณสุข สร้างบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล โรงพยาบาล รองรับไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของโลก

          “เครดิตประเทศเราดีกว่าอังกฤษ การเงินการคลังของเราติดท็อป 10 ของโลก ทุกวันนี้เราเอาเงินไปซื้อพันธบัตรสหรัฐฯรับผลตอบแทน 0.20% ให้เปลี่ยนเป็นกู้มาใช้จ่ายในประเทศ รักษากำลังซื้อ อย่าปล่อยให้โรงงานปิด เครื่องจักรหยุดทำงาน

            เชื่อท่องเที่ยวกลับมาบูม

           นายธนินท์ กล่าวว่า โลกหลังโควิด จะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล อย่างที่คาดไม่ถึง การศึกษาออนไลน์จะเกิดขึ้นแน่นอน การซื้อของในบ้าน ซื้อสินค้าออนไลน์เกิดขึ้นแน่และรวดเร็ว การใช้เงินกระดาษจะลดลง เพื่อลดการติดเชื้อ ส่วนสถานที่แออัดที่ผู้คนไปชุมนุมกันมากๆนั้น ตอนนี้ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไร

           ส่วนการท่องเที่ยวจะมีมากขึ้นไม่ใช่น้อยลง เพราะคนไม่จำเป็นต้องทำงานที่ออฟฟิศอีกต่อไป คนจะทำงานที่บ้าน ท่องเที่ยวไปทำงานไป ดิจิทัลและเทคโนโลยี ช่วยสนับสนุน จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทย เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีอำนาจการจับจ่ายสูง เพียงแต่รัฐบาลจะต้องทำงานเชิงรุก ประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ว่า ประเทศไทยปลอดภัย ผ่านทางสถานฑูต ฑูตพาณิชย์ ที่ต้องออกไปเคาะประตูบ้าน

           “เราต้องช่วยประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ประเทศไทยปลอดภัย ความจริงไทยควรจะติดโควิดมากที่สุดในอาเซียน เพราะคนมาเที่ยวปีละ 40 ล้านคน โดยเฉพาะคนจีน แต่เราติดน้อยที่สุดแค่หลัก 3 พันคน กระทบน้อยที่สุด เพราะมีหมอที่เก่ง และมี ท่านนายกรัฐมนตรี ที่รับมือได้ทันเวลา

เจ้าสัว "ธนินท์ เจียรวนนท์" เสนอรัฐบาล "ปลดล็อก" ยับยั้งเศรษฐกิจพัง

Cr..กรุงเทพธุรกิจ

เจ้าสัว "ธนินท์ เจียรวนนท์" เสนอรัฐบาล "ปลดล็อก" ยับยั้งเศรษฐกิจพัง

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด