ข่าว

ร่อนจ.ม.ถูกรางวัล...ล่อโจรอ่อนหัดจนมุม

ร่อนจ.ม.ถูกรางวัล...ล่อโจรอ่อนหัดจนมุม

28 ธ.ค. 2552

ตำรวจสืบสวนภาค 1 งัดกลเม็ดเด็ดพรายอันแยบยลจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ด้วยการส่งจดหมายไปยังที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนให้มารับรางวัล ทั้งเงินสดและเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง จนพวกคุณโจรอ่อนหัดทั้งหลายเดินเรียงแถวต่อคิวเข้าซังเตโดยละม่อม !?!

 ยุทธวิธีโบราณแต่ใช้ได้ผลดีต้องยกความดีความชอบให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 ที่มีนโยบายให้ตำรวจ บช.ภ.1 ระดมจับกุมคดีค้างเก่าช่วงปีใหม่ โดยใช้วิธีสมัยก่อนที่ใช้สืบต่อกันมา หนึ่งในนั้นคือการส่งจดหมายไปยังผู้ต้องหาตามหมายจับว่า เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลแล้วให้ส่งที่อยู่ตอบกลับมา ก่อนจะนัดแนะให้มารับรางวัลหรือไม่ก็ส่งกำลังไปติดตามจับกุม จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีผู้ต้องหาคดีค้างเก่าเกือบ 20 รายหลงกลงับเหยื่อ เข้ามาให้จับกุมชนิดคาดไม่ถึง

 ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจาก พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ได้รับนโยบายแล้วจึงทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรทั้ง 9 จังหวัดในสังกัด ให้ส่งหมายจับคดีค้างเก่าทั้งหมดมาที่ศูนย์สืบสวนสอบสวน บช.ภ.1 โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน สว.ศสส.บช.ภ.1 เป็นผู้รับผิดชอบ วางแผนใช้อุบายส่งจดหมายไปตามที่อยู่ระบุว่า เป็นผู้โชคดีจากการสุ่มทางโทรศัพท์และหมายเลข 13 หลักของบัตรประชาชน ได้รับรางวัลโทรทัศน์สี ตู้เย็น ชุดโฮมเธียเตอร์ หรือเงินสด 8,000 บาท ให้นำหลักฐานติดต่อกลับมารับรางวัลในวันเวลาที่กำหนด

 เมื่อผู้ต้องหาหลงกลติดต่อกลับมาก็จะให้ตำรวจหญิงเป็นคนดำเนินการ โดยแบ่งกลุ่มจังหวัดและท้องที่ตามหมายจับ เพื่อสะดวกในการนำตัวกลับไปดำเนินคดี จากนั้นก็ติดต่อกลับไปอีกครั้งบอกว่าจะมีพิธีมอบรางวัล โดยจัดรถตู้และพนักงานไปรอรับใกล้สถานีขนส่งของแต่ละจังหวัด เมื่อผู้ต้องหามาถึงจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบหญิงแต่งกายคล้ายพนักงานบริษัทคอยต้อนรับ และตำรวจจะทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานว่า เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง แล้วเชิญขึ้นรถซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบที่ปลอมเป็นผู้ถูกรางวัลมารับรางวัลอีก 3-4 คน เมื่อขึ้นรถก็แสดงตัวจับกุมนำตัวกลับไปดำเนินคดี

 วิธีนี้ได้ผลป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง เฉพาะวันที่ 24 ธันวาคม มีผู้ต้องหา 14 ราย เป็นชาย 12 รายและหญิง 2 ราย แบ่งเป็นคดีความผิดทางเพศ ข่มขืน และอนาจาร 10 ราย คดีลักทรัพย์ 2 ราย และความผิดตาม พ.ร.บ.แรงงานอีก 2 ราย เข้ามาให้จับกุมถึงที่ โดยใช้กำลังตำรวจดำเนินการเพียง 3-4 คนเท่านั้น ถัดมาอีก 2 วันมีผู้ต้องหาหลงกลมาให้จับกุมอีก 5 ราย เป็นคดีทางเพศ 3 ราย ลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย

 พ.ต.ท.อุเทน ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ บอกว่า นักสืบปัจจุบันบางคนเน้นด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ต้องหาบางคนไม่ใช่เทคโนโลยีอะไรมากมาย ข้อมูลที่คนร้ายตอบกลับมาบางรายเหมือนคนมีการศึกษาน้อย เป็นผู้กระทำผิดระดับล่าง เช่น ข่มขืน ลักทรัพย์ บางคนจบ ป.4 เขียนหนังสือยังไม่ค่อยเป็น คงไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีสักเท่าไร สำหรับระยะเวลาในการติดตามจับกุมคนร้ายขึ้นอยู่กับว่า ตำรวจพร้อมดำเนินการเมื่อไร เช่น ตั้งใจให้เกิดขึ้นตอนปลายเดือน ต้นเดือนก็เริ่มส่งข้อมูล ส่งไป 100 คนไม่ได้หมายความว่าจะตอบกลับมาทั้งหมด อาจจะแค่ 30-50 คนก็ถือว่าประสบความสำเร็จ คนที่ไม่ตอบกลับก็ต้องสืบสวนขยายผลต่อไป โดยทั้งหมดนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

 "ลักษณะจดหมายจะให้กรอกข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เช่น ใช้ทีวียี่ห้ออะไร ประกอบอาชีพอะไร ที่อยู่ที่ติดต่อได้ และเบอร์โทรศัพท์ เราจะมีตำรวจหญิงคอยโทรหา ไม่นานผู้ต้องหาก็จะติดต่อกลับมา บางคนส่งจดหมายลงทะเบียนกลับมาเลยก็มี เพราะกลัวจะไม่ได้รับรางวัล บางคนตอนถูกจับแรกๆ ตกใจ พอตั้งสติได้สักพักส่วนมากจะขำตัวเอง ไม่คิดว่าตำรวจจะใช้แผนง่ายๆ หลอกให้เข้ามาจับกุมได้ง่ายๆ" พ.ต.ท.อุเทน พูดขำๆ

 "ธีรยุทธ เจริญสูงเนิน" วัย 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 10 ต.บุแกรง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาคดีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับโดยวิธีแยบคายนี้ บอกว่า ต้นปีเดินทางมาทำงานรับจ้างทั่วไปใน จ.นนทบุรี หลังจากกระทำผิดแล้วก็หนีกลับบ้านเกิด กระทั่ง 2 สัปดาห์ก่อนได้รับจดหมายว่าเป็นผู้โชคดีได้รับโทรทัศน์สี 32 นิ้ว จากการสุ่มทางหมายเลขโทรศัพท์ จึงนำบัตรประจำตัวประชาชนเดินทางมารับรางวัลที่กรุงเทพฯ

 "ตอนนั้นดีใจมาก ไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้ พอเข้ามาติดต่อก็ถูกเจ้าหน้าที่แสดงตัวจับกุมแจ้งข้อหา คิดไม่ถึงว่าตำรวจจะมีอุบายหลอกได้ถึงขนาดนี้ ต้องยอมจริงๆ" แม้จะถูกจับธีรยุทธเองก็ขำไม่แพ้กัน

 ด้าน พล.ต.ท.กฤษฎา บอกว่า การระดมจับกุมคดีค้างเก่าก่อนปีใหม่จะทำให้เกิดผลดีมากขึ้น เนื่องจากผู้กระทำผิดจะน้อยลง ไม่ไปก่อคดีเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นการปรามให้ผู้ที่คิดจะทำผิดกฎหมายรู้ว่าจะถูกจับได้มากขึ้น เพราะตำรวจมีกลยุทธ์มากมายในการติดตามจับกุมตัว ไม่ใช่แค่วิธีโบราณส่งจดหมายให้มารับรางวัลอย่างเดียว นี่เป็นเพียงวิธีมาตรฐานหนึ่งในอีกร้อยวิธีของตำรวจ นอกจากนี้ บช.ภ.1 ยังมีตำรวจที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีระดับประเทศอีกด้วย

 ...ย้อนกลับไปเมื่อปี 2526 หรือเมื่อ 26 ปีก่อน พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง ผบช.ก.ครั้งดำรงยศ ร.ต.ท.ก็เคยใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จอย่างดีมาแล้วเช่นกัน !?!

 เอกฆัมพร รุจิพุฒ